เบื้องหลังข่าว “บิ๊กป้อม” เปิดเกมยึดพรรค-ชักเขย่อ “ทีมสมคิด”

จู่ๆ ก็มีข่าวว่า จะมีการ “ปรับใหญ่” ทั้งในคณะรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

โดยแกนนำ-หัวขบวนในการปรับ คือ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค

ข่าวปล่อย-ลอยออกจากพรรค ระบุว่า จะเปลี่ยนหัวหน้าพรรค จากนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรค  เป็น พล.อ.ประวิตร

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค จะถูกผลักออก แล้วดัน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค

ขณะที่ชื่อที่ถูกปล่อยขึ้นมาเชือด ใน “โผครม.ใหม่” คือ  พล.อ.ประวิตร จะเป็นรองนายกนัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสันติ พร้อมพัฒน์ จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะขึ้นเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

นายณัฐพล ทีปสุวรรณ จะย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายอนุชา นาคาศัย ที่รอลุ้นตำแหน่งมานาน จะไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายสุขาติ ชมกลิ่น จะไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ แทนนายสุวิทย์ เมษินทรีย์

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 27 เมษายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า “ไม่มีๆ เอาเรื่องโควิด-19 ให้หายดีก่อน ผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปให้เรียบร้อยก่อน ให้คนทำมาหากินได้ด้วยดีก่อน”

เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปรับตำแหน่งรัฐมนตรี 5 -6 ตำแหน่ง จริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรได้ส่ายศรีษะพร้อมระบุว่า “ไม่มีๆ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้พูดคุยกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อขอให้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ที่ไหน ไม่มี ไม่ได้คุย จะคุยอะไร จะปรับได้อย่างไร จะต้องประชุมพรรคทั้งหมด”

ถามต่ออีกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายอุตตม จะยังเป็นหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ไม่รู้ แล้วแต่ที่ประชุมพรรค ที่ประชุมพรรคว่าอย่างไรก็ว่ากัน”

เมื่อถามอีกว่า กระแสข่าวถูกปล่อยออกมาช่วงสถานการณ์โควิด-19 กำลังคลี่คลาย พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ใครเป็นคนปล่อยข่าว ก็ไปถามคนนั้น”

ต้นตอ-ของข่าว สาวลึกไปถึง “ตึกใหม่ของพรรค” ที่อยู่ตรงกันข้ามศาลอาญา ถนนรัชดา ที่มี “สันติ” เป็น “เจ้าที่”


ที่ตึกนั้น มีห้องที่ตกแต่งแล้ว แต่ยังไม่ได้ย้ายไป เพียง 2 ห้อง คือ ห้องของ “บิ๊กป้อม” กับห้องของ “นายกรัฐมนตรี” เท่านั้น

พร้อมกับความพยายามล้อบบี้กรรมการบริหารพรรค ให้จัดเลือกกรรมการใหม่ ในการประชุมเดือนมิถุนายน 2563 นี้

ความโหดของเรื่องนี้ อยู่ที่เส้นเรื่องระบุว่า “บิ้กป้อม บอกให้นายอุตตม เขียนใบลาออก ก่อนเลือกกรรมการบริหารใหม่ แล้วเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหาร ยกแผง“

แต่กรรมการบริหารส่วนใหญ่เกินกึ่งหนึ่ง ไม่ต้องการเปลี่ยนหัวหน้า-เลขาธิการรพรรคเป็น “บิ๊กป้อม+สันติ”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แกนนำคนสำคัญ คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่อยู่ในกลุ่ม “คอนเนกชั่นสมคิด” ไม่ต้องการให้เปลี่ยนกรรมการบริหารในเวลานี้

ทำให้นายอนุชา และศาสตราจารย์นฤมล และนายสุชาติ ชมกลิ่น ต้องออกมาเคลื่อนไหว ปล่อยไลน์สนทนากับ ส.ส.ในพรรค ที่มีข้อความถล่มนายอุตตม กับนายสนธิรัตน์ อย่างดุเดือด ส่งกระจายถึงนักข่าวอย่างจงใจ

แต่สำคัญที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็น 1 เสียงที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางเปลี่ยนกรรมการบริหารดังกล่าว

นายอุตตม ระบุในวันนี้ (27 เม.ย. 63) ว่า “เหตุการณ์ทางการเมือง ถ้ามีขอให้เป็นเรื่องของการเมือง ส่วนตัวของผมขอทำงานในเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนในสถานการณ์โควิด-19 และเรื่องที่เกี่ยวเนื่องต่อไป วันนี้ต้องให้ความสำคัญอันนั้นก่อน ยืนยันว่า ไม่กระทบการทำงาน เพราะผมมุ่งมั่นส่วนนั้น ส่วนที่เป็นข่าวจะมีอะไร ใครไปพูดจากับกรรมการบริหารท่านไหน ท่านก็ต้องไปดู ผมก็ได้ข่าวมาเช่นเดียวกัน ว่ามีการพูดจาเช่นนั้นอยู่บ้าง”

ข่าวลือ-ปล่อยลอยลม แต่หวังผลล้ม-ล้างทีมบริหารพรรค และรัฐมนตรี สายสี่กุมารและลูกข่ายของบิ๊กตู่ จึงจบ-เก็บฉากไปชั่วคราว


ข่าวนี้จะหนาหูขึ้นอีกครั้ง ในเดือนมิถุนายน…โปรดรอฟังอีกครั้งหนึ่ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ