เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
Biz Movement สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
Biz Movement ‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
Politics ‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
Economic ‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
ดูทั้งหมด

จับตา เปิดสภาสมัยวิสามัญ ฝ่ายค้านล็อกประตู ถกวาระลับซักฟอก 3 วิกฤต

24 ต.ค. 2563 | 12:00น.

เช็กคิวเปิดสภา ‘สมัยวิสามัญ’ ฝ่ายค้านล็อกประตู ถกวาระลับซักฟอกข้อเรียกร้องม็อบราษฎร 3 วิกฤต

ไฟต์บังคับของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเปิดเวทีสภา เพื่อลดอุณหภูมิทางการเมือง หลังกลุ่มผู้ชุมนุมนักเรียน นิสิต-นักศึกษา และประชาชน ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม “ราษฎร” แฟลชม็อบ-ดาวกระจาย ท้าทายอำนาจฉุกเฉินร้ายแรง

สมัยประชุมวิสามัญ เพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติวันที่ 26-27 ตุลาคม 2563 ฝ่ายค้านจองกฐิน-ตั้งป้อมรุมถล่ม “พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกไป” เพื่อผ่าทางตันวิกฤตการเมือง พ่วงยกเลิก การประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน

หยิบยกรัฐธรรมนูญมาตรา 165  ในการเปิดสมัยประชุมดังกล่าว ที่ระบุว่า “ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรี เห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้”

ความพร้อมของ “นักการเมือง” ฟากพรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค 276 เสียง ที่มีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นแกนนำ จัดขุนพล-องครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ นำทีมโดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เต็มที่

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน เตรียมใช้เวทีรัฐสภาซักฟอกรัฐบาลย่อม ๆ ประเด็นแรก เตรียมยกกรณีที่ศาลอาญายกคำร้องของ “ปิดสื่อ” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)

4 เว็บไซต์ และ 1 เพจของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ฝ่ายค้านตั้งประเด็นว่ารัฐบาลใช้อำนาจเกินขอบเขตและขัดรัฐธรรมนูญ

ถัดมา คือการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงเกินกว่าสถานการณ์ เพื่อนำไปใช้สลายการชุมนุมของขบวนการนักศึกษา

รวมถึงใช้เวทีสภากดดันให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ทิ้งเก้าอี้นายกฯ เพื่อปลดชนวนม็อบ พร้อมกับเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลสละเรือเหล็ก ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ส่วนเรื่องข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับ “ปฏิรูปสถาบัน” ของคณะราษฎร 2563 นั้น พรรคเพื่อไทย-ก้าวไกล มีแนวโน้ม “สงวนท่าที” เพราะสังคมยังไม่มีวุฒิภาวะในการรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันอย่างมีเหตุผล ฝ่ายค้านจึงมองว่าเป็นเรื่อง “เปราะบาง”

ขณะที่ “หน่วยสืบวาระ” ของ “พรรคก้าวไกล” สืบทราบว่า ฝ่ายพรรคแกนนำรัฐบาล เตรียมตอบโต้ฝ่ายค้าน โดยนำภาพ ส.ส.ที่อยู่ในม็อบมาอ้างว่า อยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ชุมนุม จึงทำให้ “พรรคก้าวไกล” ต้องเตรียมแผนชี้แจงเรื่องดังกล่าวไว้ล่วงหน้า

ดังนั้น ประเด็นอภิปรายตลอด 2 วัน 2 คืน จึงพุ่งเป้าเน้นหนักไปที่ 2 ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม คือ 1.พ.อ.ประยุทธ์ และองคาพยพลาออก 2.รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3.การปฏิรูปสถาบัน

โดยฝ่ายบริหาร-พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคร่วมรัฐบาลต้องการให้นำร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาพิจารณาในสมัยวิสามัญทันที เพื่อลดแรงเสียดทาน-ตอบสนองข้อเรียกร้อง 1 ใน 3 ของผู้ชุมนุม

แต่ “ตัวทำเกม” พรรคพลังประชารัฐในฝ่ายนิติบัญญัติ ยืนยันยังไม่สามารถบรรจุญัตติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมสภาสมัยวิสามัญได้

โดยจะให้ไปลงมติในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 เพื่อรอร่างรัฐธรรมนูญฉบับของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุม

“คีย์แมนพรรครัฐบาล” ในฝ่ายนิติบัญญัติ “อ่านรูปเกม” ศึกอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ว่า พรรคฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ลาออก และการให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นการซักซ้อมก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะสามารถสวนกลับ หรืออภิปรายฝ่ายค้านนำไปก่อนได้ เพื่อชิงพื้นที่ เพื่อให้ฝ่ายค้านหรือผู้ชุมนุม ได้พูดอยู่ฝ่ายเดียว”

ส่วนประเด็น “ละเอียดอ่อน” จะเปิดอภิปรายได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้น ประธานในที่ประชุม “ตกที่นั่งลำบากที่สุด” เพราะต้องคุมการอภิปรายไม่ให้เลยเถิด-ไม่สามารถควบคุมได้ จนเกิดการประท้วงกันวุ่นวาย

หากฝ่ายค้าน รุมถล่ม-แจกแจงขั้นตอน การแก้ปัญหา ทั้ง 3 ข้อ อาจต้องมีการ “ประชุมลับ” เป็นช่วง ๆ

พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ยุทธวิธี ในรุกมีถอย ในถอยมีรุก ทางหนึ่งถอนฟืนออกจากไฟ ด้วยการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในสถานการณ์ร้ายแรง เขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และประกาศข้อกำหนดและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

แต่ได้ประกาศต่ออายุพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค. 63 ไปเป็นวันที่ 30 พ.ย. 63

อีกทางคือให้พรรคพลังประชารัฐ ส่งสัญญาณ “ไม่ต้องลาออก อยู่ครบ 4 ปี”  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุมสภา