น้องวิษณุ ชง ออก พ.ร.ก. ประชามติ-พ่วงเลือกตั้งท้องถิ่น 20 ธ.ค.

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2563 เพื่ออภิปรายทั่วไปโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ระหว่างวันที่ 26-27 ตุลาคม 2563

พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายว่า เราควรกลับไปถามประชาชนในสิ่งที่เป็นปัญหา ซึ่งทุกฝ่ายข้องใจอยู่ในเวลานี้ ว่าจะหาข้อยุติอย่างไร คือ การทำประชามติ โดยประธานรัฐสภาจะเป็นกลไกสำคัญในการทำเรื่องนี้ เพราะข้อบังคับข้อที่ 5 ประธานรัฐสภาจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินกิจการใดก็ได้ คำถามที่จะทำประชามติเป็นคำถามที่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายลูกว่าด้วยการทำประชามติบอกว่า รัฐบาลหรือหน่วยงานด้านกฎหมายเป็นผู้ทำ แต่ในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง ความไม่ไว้วางใจอย่างสูงยิ่งนั้น คำถามประชามติเป็นประเด็นสำคัญมากที่สุดในการทำประชามติ คำถามว่า เราจะทำคำถามประชามตินี้ได้อย่างไร

พล.อ.ต.เฉลิมชัยอภิปรายว่า ท่านประธานรัฐสภาสามารถใช้อำนาจตามข้อบังคับข้อที่ 5 ในการทำประชามติ ตั้งกรรมการขึ้นมาประกอบด้วยฝ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย ผู้แทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้แทนสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา บุคคลภายนอก อันประกอบด้วย ตัวแทนนักเรียน นิสิตและนักศึกษา ตัวแทนภาคประชาชน อาจจะมีอดีตประธานศาลฎีกา 2-3 คน อดีตประธานศาลปกครอง 1-2 คน องค์กรอิสระ

“คณะกรรมการมีหน้าที่ ที่จะหาคำตอบในเรื่องคำถามในการทำประชามติ เราจะไม่ให้รัฐบาลเป็นผู้ตั้งคำถาม คณะกรรมการนี้มีหน้าที่ 2 ประการ ประการที่ 1 หาคำถามประเด็นในการทำประชามติ 3 คำถาม เป็นอย่างน้อย คำถามใดที่เป็นความขัดแย้งและหาข้อสรุปไม่ได้อยู่ในขณะนี้โดยคำถามนั้นส่งให้รัฐบาล เพื่อรับคำถามไปทำประชามติและลงในราชกิจจานุเบกษาและให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เพื่อให้ได้คำตอบมาทุกคนต้องยอมรับและหาข้อสรุปให้ได้”

พล.อ.ต.เฉลิมชัย อภิปรายต่อว่า อย่างไรก็ดีไม่สามารถรอการพิจารณาการออกกฎหมายประชามติในเดือนธ.ค.63 หรือ ม.ค.64 ได้ เพื่อป้องกันความแตกแยก ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีหน้าที่พิจาณาจัดทำกฎหมายการออกเสียงประชามติในสถานการณ์วิกฤตความขัดแย้งในบ้านเมืองและเสนอรัฐบาลเพื่อออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การออกเสียงประชามติ

“ประชามติเวลาใดถึงจะเหมาะสมที่สุด ถ้าเป็นไปได้ขอทำประชามติในวันที่ 20 ธ.ค.2563 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งอบจ.ทั่วประเทศ โดยมี 1 คูหา 2 หีบเลือกตั้ง หีบหนึ่งเลือกตั้งอบจ. อีกหีบประชามติ หรือ 2 คู่หาติดกันก็ได้ เพื่อลบคำสบประมาทว่า เวทีนี้เป็นเวทีปาหี่ เวทีนี้คงไม่สามารถหาทางออกได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานที่ประชุมปิดการประชุมในเวลา 20.30 น. มีผู้อภิปรายไปแล้ว 41 คน 10 ชั่วโมง และจะเริ่มการประชุมในวันพรุ่งนี้เวลา 09.30 น.ประธานรัฐสภาปิดการประชุม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ