หลัง นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ หรือ “เอ๋ ปารีณา” ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เข้ารับตำแหน่งและได้นั่งเก้าอี้ในสภา เมื่อปี 2562 รวมเป็นเวลากว่า 1 ปี 8 เดือน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชื่อของ “ปารีณา” ได้ปรากฎอยู่หน้าสื่อมาโดยตลอดหลังเลือกตั้ง มีคู่กรณีทุกวงการ ทั้งนักการเมืองพรรคเดียวกัน ต่างพรรค และคนนอกวงการการเมือง จนนำไปสู่การเกิดคดีความ
4 คดี “ปารีณา” รุกป่าสงวน
ตำรวจสั่งฟ้อง 4 คดี กับ “ปารีณา” เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 โดยผู้ที่จุดชนวนในคดีดังกล่าว ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบกรณี น.ส.ปารีณา ครอบครองที่ดิน 1,706 ไร่ ด้วยการครอบครองพื้นที่โดยใช้หลักฐานเป็น ภ.บ.ท.5 ในพื้นที่ จ.ราชบุรี ว่าถูกต้องหรือไม่
4 ดคี ตำรวจสั่งฟ้อง “ปารีณา” มีดังนี้
- ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ม.14 และ ม.31 “ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเบ็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนชาติ โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
- ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน “ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจานุเบกษา หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินกว่าห้าสิบไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต”
- ความผิดตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 “ร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาล ในเขตน้ำบาดาลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน ในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“ช่อ” ฟ้อง “เอ๋” หมิ่นประมาท
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หลัง “ปารีณา” โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาตตใหม่ และภาพของตัวเองถ่ายรูปกับผู้สนับสนุนของพรรคอนาคตใหม่ ที่จังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งระบุข้อความว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ดคี ที่ “ช่อ พรรณิการ์” ยื่นฟ้อง ได้แก่
- ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 โพสต์หมิ่นประมาท นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่
ทั้ง 5 คดี ยังไม่รวมข้อวิวาทและพิพาท ที่ “ปารีณา” ตอบโต้กับนักการเมืองในสภาและบุคคลสาธารณะที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับขั้วการเมืองรัฐบาล
วีรกรรม “ปารีณา” ปะทะ “ช่อ”
ทันทีที่เปิดสภา “ปารีณา” ก็ได้เปิดวิวาทะร้อนแรงกับ “ช่อ พรรณิการ์” ทั้งเรื่องการแต่งตัว การอภิปรายและ การแสดงที่ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับการประชุมสภา
เป็นผลให้ “ปารีณา” ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อ 28 พฤษภาคม 2563 กล่าวถึง “ช่อ พรรณิการ์” ที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลในสภา ว่า “อีช่อ” พร้อมอธิบายว่า แถวบ้านของตนหมายถึง “คนที่ไม่รักษากฎระเบียบ”
สรรพนาม “อีช่อ” ในครั้งนั้น เป็นตัวจุดชนวนให้ชาวโซเชียลเกิดความไม่พอใจ และขุดวีรกรรมในอดีตมาของ “ปารีณา” จนเกิดแฮชแท็ก #ปารีณาค้าอาวุธ จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ซึ่ง “ปารีณา” ไม่ได้นิ่งนอนใจ เข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เมื่อ 31 พ.ค. 2562 ให้เอาผิดกับผู้ใช้โซเชียลที่เข้ามาโจมตี
“ปารีณา” เผชิญหน้า “มายด์ ” แกนนำราษฎร 2563
วีรกรรมล่าสุดในรายการ “ถามตรงๆ กับจอมขวัญ หลาวเพ็ชร” เมื่อ 28 ตุลาคม 2563 “ปารีณา” ได้เผชิญหน้ากับ นางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ “มายด์” แกนนำกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย และ สมาชิกคณะประชาชนปลดแอก โต้แย้งถึงสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศขณะนี้
ขณะที่ “มายด์” ยืนยันว่า การชุมนุมที่จัดขึ้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย “ปารีณา” ก็ได้ตอกกลับความว่า ต่อให้ม็อบออกมาเป็นแสน “ประยุทธ์” ก็ไม่ออก ขนาดสมัย “ยิ่งลักษณ์” ม็อบออกมาเป็นล้าน ก็ยังไม่ลาออก