ศาลออกหมายจับ ‘แอมมี่ the bottom blues’ ม.112 ปมวางเพลิงหน้าคุก

ด่วน! ศาลอาญา ออกหมายจับ ‘แอมมี่ the bottom blues’ นักร้องแนวร่วมม็อบราษฎร ม.112 พรบ.คอมพ์ และ วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ปมวางเพลิงหน้าคุก

วันที่ 2 มีนาคม 2564 เวลา 15.00 น. ข่าวสดรายงาน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ. ว่า ขณะนี้ตำรวจนำพยานหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดและวัตถุพยานต่าง ๆ ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ก่อเหตุ 3 คน

หนึ่งในนั้นเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หากได้หมายจับแล้วชุดสืบสวนจะไปควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามขั้นตอนทันที ถ้าหากอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่สามารถอายัดตัวได้ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะก่อเหตุ หลังจากเกิดเหตุ รวมทั้งเส้นทางที่หลบหนี

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับนักร้องชายชื่อดัง และเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว พาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจนทราบมีผู้ก่อเหตุทั้งหมด 3 คน โดยนักร้องดังเป็นผู้ลงจากรถไปก่อเหตุวางเพลิง ส่วนอีก 2 คนอยู่ในรถดังกล่าว

และชุดสืบสวนอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคลให้ชัดเจน จากการสืบสวนพบว่า นักร้องที่ลงมือก่อเหตุ ป่วยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระรามเก้า และยังไม่ทราบว่าป่วยเป็นอะไร ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวนสน.ประชาชื่น นำกำลังไปที่โรงพยาบาลแล้ว หากศาลอนุมัติหมายจับก็จะนำหมายไปแจ้งข้อหา และควบคุมตัวทันที รวมทั้งประสานแพทย์ว่าสามารถย้ายไปควบคุมที่รพ.ตำรวจ ได้หรือไม่

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตที่หน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และที่สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. คดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ก่อความรุนแรงทั้ง 2 จุด

ขณะนี้พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่อยู่ในข่ายที่ต้องตรวจพิสูจน์ตัวบุคคลจำนวนหนึ่ง เชื่อว่าเป็นกลุ่มที่เคยมาชุมนุม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อกลุ่มไปเรื่อยๆ ถ้าสามารถระบุบุคคลใดได้ชัดเจนแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำพยานหลักฐานทั้งหมดไปขอศาลออกหมายจับทันที

ตามความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และความผิดตามกฎหมายอาญาก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และการใช้อาวุธทำร้ายเจ้าพนักงาน ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ส่วนกรณีที่มีกลุ่มชายใส่หมวกสีขาวนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ทหารช่างและตำรวจ ตชด. ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้กำบังตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า การชุมนุมในวันดังกล่าวถึงแม้ผู้ชุมนุมจะอ้างว่าไม่มีแกนนำ แต่จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการนัดหมายปลุกระดมและสั่งการให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วมการชุมนุม ปลุกเร้า ยุยงให้ก่อเหตุในลักษณะต่างๆ อาจเข้าข่ายลักษณะการเป็นแกนนำการชุมนุมได้ ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบพฤติการณ์ว่าเข้าข่ายความผิดใดและบุคคลเหล่านั้นมีใครบ้าง

รวมทั้งมีบางกลุ่มพยายามสร้างข่าวเฟคนิวส์ อ้างว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตา แต่ความเป็นจริงคือกลุ่มผู้ชุมนุมใช้เครื่องพ่นควันถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ดูว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตา กรณีดังกล่าวจะส่งเรื่องให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือปอท.ดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อไป

ส่วนชายยืนปัสสาวะบนตู้คอนเทนเนอร์รดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนด้านล่าง หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นเจ้าหน้าที่คงไม่อดทนอดกลั้นขนาดนี้ ต้องมีการพิสูจน์เนื่องจากมีความผิดในข้อหาดูถูกเหยียดหยามเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 16.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาได้ออกหมายที่ 429/2564 ลงวันที่ 2 มี.ค. 2564 โดยผู้ต้องหา คือ นาย ไชยอมร แก้ววิบูลพันธุ์ หรือ แอมมี่ the bottom blues ข้อหา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ