ประยุทธ์ จ่อเคาะล็อกดาวน์ ผับ-บาร์ ปรับโซนสีแดง-ส้ม ฟังหมอเคอร์ฟิวหรือไม่

โควิด-19 ปกใน 9

พล.อ.ประยุทธ์-ผอ.ศบค. นั่งหัวโต๊ะ-ประชุมทางไกล เตรียมปรับระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุด-โซนสีแดง 18 จังหวัด สีส้ม 56 จังหวัด จ่อเคาะมาตรการ “ล็อกดาวน์” สถานบันเทิง ผับ-บาร์ อาบอบนวด 77 จังหวัด ร้านอาหารพื้นที่สีแดงปิด 21.00 น.-พื้นที่สีส้มปิด 23.00 น. ศบค.ชุดเล็ก ขอฟังเสียงหมอประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. จะเป็นประธานการประชุม ศบค.ครั้งที่ 5/2564 ในเวลา 13.30 น. ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากมีการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 6 วัน และมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นจำนวนมากทะลุ 1,500 ราย

โดยที่ประชุม ศบค.จะพิจารณามติเพื่อเห็นชอบมาตรการยกระดับการควบคุมโรคโควิด-19 ของที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา

โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จำนวน 18 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม ภูเก็ต นครราชสีมา นนทบุรี สงขลา ตาก อุดรธานี สุพรรณบุรี สระแก้ว ระยอง และขอนแก่น และระดับที่ 2 พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จำนวน 59 จังหวัดที่เหลือ

นอกจากนี้จะเสนอมาตรการยกระดับควบคุมโรคโควิด-19 ในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ 1.ปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ อาบอบนวด ทุกจังหวัด 2.ร้านอาหาร นั่งรับประทานในร้านได้ งดจำหน่ายและงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพื้นที่สีแดงเปิดไม่เกินเวลา 21.00 น. สีส้มเปิดไม่เกิน 23.00 น.

3.งดกิจกรรมที่มีคนรวมกลุ่มกันเกิน 50 คน กรณีที่จำเป็นให้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) 4.งดกิจกรรมงานเลี้ยง สังสรรค์ ยกเว้นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน 5.งดการเรียนการสอนในห้องเรียน และ 6.ปิดสวนสนุกและงดเล่นเครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน Work from Home ให้มากที่สุด และปฏิบัติตามมาตรการองค์กร DMHTT อย่างเคร่งครัด คือ การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย 100% ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิ สแกนไทยชนะ และหมอชนะ แยกกันรับประทานอาหาร สำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างจังหวัด ขอความร่วมมือ Work from Home เพื่อสังเกตอาการระยะเวลา 14 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการพิจารณาการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ศูนย์ปฏิบัติการ ศบค. (ศปก.ศบค.) หรือ ศบค.ชุดเล็กที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานยังไม่ได้ข้อยุติ อยู่ระหว่างกลั่นกรองว่าจะเสนอให้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่บ่ายวันนี้หรือไม่ เพราะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานก็ต้องปลอดภัยเช่นกัน สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขจะเห็นว่า จำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือไม่

เบื้องต้นจะอาศัยการขอความร่วมมือสถานประกอบการ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ให้ปิดให้บริการเร็วขึ้น ส่วนบริษัทข้าราชการและบริษัทเอกชนให้ Work from home เพื่อลดการเคลื่อนย้าย

เนื่องจากขณะนี้มีเสียงทั้งที่เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยในการ “ยาแรง” ดังนั้น มีแนวโน้มว่าที่ประชุมจะพิจารณาแนวทางที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากจนเกินไป ขณะเดียวกันก็สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือ “พบกันครึ่งทาง” ในช่วง 14 วันหลังจากหยุดยาวมีการเคลื่อนย้ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ