ไทยสร้างไทย ชู สุดารัตน์ นั่งนายกฯ เปิดแคมเปญ ดูแลประชาชน เกิดจนแก่

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทีมไทยสร้างไทย เปิดนโยบายดูแลประชาชน เกิดจนแก่ พร้อมเข้าสู่เลือกตั้งทุกกติกา

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ที่พรรคไทยสร้างไทย ลาดปลาเค้า 60 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ นายพงศกร อรรณนพพร ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ นายวัฒนา เมืองสุข ประธานคณะกรรมการด้านการเมืองและกฏหมาย นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ ร่วมกันแถลงหลักแนวทางนโยบาย ดูแลประชาชนตั้งแต่ ”เกิดจนแก่” ให้ได้มี ”ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างมีศักดิ์ศรี” เพื่อตอบโจทย์ให้ “ประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง” ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ทั้งนี้ นายโภคินกล่าวว่า เราอยากสร้างประเทศนี้ให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดและส่งมอบประเทศให้กับลูกหลานต่อไป จะไม่เห็นแก่ตัว จะทำเพื่อส่วนรวมเป็นหลักให้ประชาชนไปข้างหน้าได้ อยู่ดีกินดี มีวาทกรรมมากมาย เราบอกว่ากฎหมายประเทศนี้มีกฎหมายเยอะแยะ แต่ไม่มีใครขจัดจริงจัง พรรคต้องการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่

เกิดมาทารกในครรภ์มารดาจะดูแลอย่างไรให้ดีที่สุด ซึ่งทุกวันนี้อัตราการเกิดลดลงอย่างมาก ซึ่งคนไม่มั่นใจว่าลูกเกิดมาจะเติบโตมีการศึกษาที่ดี มีการศึกษาอย่างไรต่อ จึงไม่มีลูก หรือมีลูกช้าที่สุด เราต้องเริ่มจากทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา โดยต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในระหว่างตั้งครรภ์จนคลอด เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนที่เป็นพ่อและแม่อยากมีลูก

นายโภคินกล่าวว่า วันนี้เป็นผู้เป็นหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 5.4 ล้านคน เด็กที่จบมาจะทำงานก็ปวดหัวเรื่องหนี้ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องมีครอบครัว เรื่องการศึกษาพรรคมีนโยบายให้เด็กไทยทุกคนเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี และในระยะเวลาที่สั้นลงกว่าเดิม เด็กไทยอายุ 18-19 โดยเฉลี่ยสามารถจบปริญญาตรีได้แล้ว พ่อแม่ประหยัดเวลาดูแลลูก 3-4 ปี เด็กเมื่อไม่ได้กู้เงินมาเรียน ก็มีพลังมหาศาลที่จะก้าวไปข้างหน้า

เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ แม้คนที่ยากไร้ได้รับการรักษาพยาบาลฟรี แต่การบริการ มาตรฐานยังดูแลไม่ดีพอ ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องทำมาหากินซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของผู้คนทั้งหมด คือระบบรัฐราชการ ที่กำหนด 2 เรื่อง คือกฎระเบียบที่เยิ่นเย้อไม่มีความจำเป็น และเป็นต้นทุนมหาศาลของผู้ประกอบการ และเป็นบ่อเกิดของคอร์รัปชั่น ทำให้เกิดการวิ่งเต้นเส้นสาย

2.กระบวนการทางความคิดของข้าราชการที่ล้าหลังและเป็นภาระ แทนที่จะคิดว่าเป็นหุ้นส่วนของผู้ประกอบการ แต่กลับรู้สึกว่าเป็นเจ้าขุนมูลนาย 2 อย่างกดทับคนตัวเล็ก กลายเป็นคนตัวใหญ่ที่สะดวก เพราะมีคอนเน็กชั่น มีเงิน และเทคโนโลยีที่ดีกว่า

เราต้องปลดปล่อยผู้คนจากระบบรัฐราชการ จะต้องสร้างอำนาจให้ผู้คน ให้รวมตัวกันเข้าตรวจสอบการทำงานที่ล้าหลังได้ เราต้องกีโยตินกฎหมาย ขจัดกฎหมายที่ไม่จำเป็นออกไปให้มากที่สุด รัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาลพูดหมด แต่ถามว่าทำไมทำไม่ได้ ถ้าไปแก้ทีละฉบับ ทีละประเด็นทำไม่ได้ เพราะกฎหมายทุกฉบับมีเจ้าภาพ เป็นศูนย์กลางของอำนาจ เขาจะเอาสิ่งที่เขาได้ประโยชน์จะเอาออกจากตัวไปเพื่ออะไร

ดังนั้น เราจะออกกฎหมายเพียง 1 ฉบับเพื่อแขวนการบังคับใช้ ประชาชนไม่ต้องขออนุญาต กรณีที่กฎหมายบัญญัติการลงโทษเอาไว้ ก็ให้แขวนไว้ก่อน รอแขวนไว้ 3 ปี เพื่อทำ Regel Sandbox ทดลองดูว่า การออกกฎระเบียบที่ไร้สาระเราจะขจัดให้หมดภายใน 3 ปี ปรึกษาหารือ ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ให้ทุกฝ่ายรับได้ เดินไปได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ เชื่อว่าพลังการทำมาหากินจะใหญ่โตมหาศาล ไม่ต้องห่วงไปกู้หนี้ใคร

เราจะมี GDP ที่เพิ่มขึ้น ภาษีจะเก็บได้มากขึ้น ผู้คนอยากร่วมมือกับรัฐในการเสียภาษี เพราะร่วมแล้วได้ผลตอบแทนกลับคืนมา และเพื่อให้ประชาชนทำงานได้ เพราะเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน แต่เงินอยู่ในธนาคาร เขาจึงเข้าสู่แหล่งเงินทุนนอกระบบ

เราจะตั้งกองทุนขึ้นมา 5 กองทุน คือ กองทุน SMEs ช่วยผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งทุน กองทุนสตาร์ตอัพ กองทุนวิสาหกิจชุมชน และกองทุนธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งจำเป็น เมื่อโควิด-19 พ้นไปธุรกิจจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหนึ่ง และกองทุนเครดิตประชาชน เราจะให้เครดิตประมาณ 5 พันบาท แต่ถ้าใครดีอาจจะเพิ่มให้ ทำให้เห็นว่าเงินของรัฐซึ่งมีมหาศาล สามารถนำหมุนเวียนโดยประชาชนในการทำมาหากินทั้งหมด

นายโภคินกล่าวอีกว่า เมื่ออายุมากขึ้น ส่วนใหญ่เกษียณและจน เพราะไร้โอกาส ไม่สามารถสะสมเงินเก็บเงินออมเพียงพอที่ดูแลตัวเองหลังเกษียณได้ ดังนั้น เราจะให้บำนาญประชาชนให้คนละ 3 พันบาท เพราะเส้นแบ่งแยกความยากจน 2,700 บาท ถ้ามีผู้สูงวัยและลำบาก 12 ล้านคน เขามีเงินตรงนี้ก็มีอนาคต ว่าอยู่ประเทศนี้ได้ ถ้าเราไล่ตั้งแต่เกิด การศึกษา การทำงาน การรักษาพยาบาล เพื่ออายุมากขึ้นเขาจะพึ่งบำนาญตรงนี้น้อยลง เพราะเขาสร้างชีวิตตัวเองได้ดีขึ้น

“พรรคไทยสร้างไทยอย่างบอกว่าเราดูแลตั้งแต่เกิดจนแก่ ทำอย่างไรให้ประชาชนแข็งแรง ปลดปล่อยจากระบบพันธนาการของรัฐราชการ เสริมให้เขารวมตัวกัน มีส่วนร่วมบริหารจัดการ การทำมาหากินของเขาอย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่ได้ใช้เงินมากไปกว่าเดิม มีหลายวิธีการที่จะบริหารจัดการ แต่ที่ผ่านมา ไม่มีเสียภาษีเพิ่มมีแต่จะดียิ่งขึ้น” นายโภคิน กล่าว

นายวัฒนา กล่าวว่า นโยบายที่กล่าวมาทั้งหมดคือ นโยบายเศรษฐกิจของพรรค เพราเป้าหมายคือผลิตประชากรมีคุณภาพ ถ้าทำให้ประชาชนมีคุณภาพมากเท่าไหร่ เขาก็จะผลิตรายได้ได้มากเท่านั้น และนี่คือภาษีที่มาจ่ายกับรัฐ นอกจากนี้ สร้างกำลังซื้อให้กับประชาชน นโยบายลดรายจ่ายที่ให้เรียนฟรี คือการเพิ่มกำลังซื้อให้มากขึ้น

“กระบวนการให้ประของประเทศนี้มาเข้าแถวเสียภาษีอย่างเต็มใจ ที่ผ่านมาประชาชนรังเกียจการเสียภาษี แต่ถ้าเราปลดปล่อยให้อิสระในการทำมาหากิน จะเห็นภาพคนเข้าแถวเสียภาษีอย่างเต็มใจ เป็นนโยบายเศรษฐกิจ ในอุดมการณ์คล้าย ๆ สังคมนิยม” นายวัฒนากล่าว

ด้านนายพงศกรกล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยแม้เป็นพรรคใหม่ แต่องคาพยพทั้งหมด ล้วนแต่เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ บ้านเมือง ณ วันนี้มีปัญหามากมายมาหลายปี ไม่มีทางออก แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนหวังคือยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยาวนาน ทำอย่างไรดึงประเทศไทยเข้าสู่ภวะปกติ ประชาชนอยู่ดีกินดี

“ถ้าพวกเราทำไม่สำเร็จ ต่อไปนี้ประชาชนไม่ต้องคิดถึงพวกเรา เรามั่นใจและตั้งใจที่จะแก้ปัญหา นำพาประเทศชาติพ้นจากวิกฤต เราจะประกาศผู้นำของพรรคให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ รวบรวมคนทุกหมู่เหล่าในความคิดที่ตรงกัน ยุติความขัดแย้ง สร้างเศรษฐกิจร่วมกัน เราได้แนวร่วมนักการเมืองหลาย ๆ รุ่น ทั้งรุ่นใหม่ กลาง และรุ่นใหญ่ เราพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าเป็นกติกาไหน”

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวปิดท้ายว่า เราคือพรรคการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราเป็นพรรคการเมืองที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง เราให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาคนเป็นลำดับแรก ต้องสร้างคน สร้างงาน เพื่อสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้คนเท่าเทียมกัน ไม่ว่ายากดีมีจน เข้าถึงแหล่งทุน แหล่งความรู้ และสวัสดิการต่าง ๆ อย่างทัดเทียมกัน เพื่อสร้างประเทศไทยใหม่ให้ดีขึ้น

หัวใจของไทยสร้างไทยขณะนี้คือการที่เราได้เห็นวิกฤตอย่างยิ่งใหญ่ อย่างน้อย 30 ปีที่ทำการเมือง ก็ไม่เคยเห็นประชาชนต้องทุกข์ยากเท่ากับครั้งนี้ ดังนั้น ทุกนโยบายของเรายึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยึดหลักความคิดแค่ 2 ข้อ คือ ปลดปล่อยประชาชนจากรัฐราชการกดทับ และเราจะมีการทำ regel sandbox ยกเว้นกฎหมาย ใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการกีโยตินกฎหมาย แต่เราจะใช้เวลา 1 เดือน ออก พ.ร.ก.ฉบับเดียว

เพื่อให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำมาหากินได้เร็วที่สุด ออกจากสิ่งกดทับ แน่นอนรัฐราชการรวมศูนย์ ตลอด7-8 ปี สร้างรัฐราชการใหญ่โตขึ้น เป็นนายประชาชน ต้องเปลี่ยนให้รัฐราชการเป็นผู้บริการประชาชน ให้ราชการมาเป็นหุ้นส่วนในการสร้างประเทศร่วมกับประชาชน การมอบอำนาจให้ประชาชนจะอยู่ในทุกนโยบายของพรรค เช่น นโยบายกองทุน นโยบายการศึกษา กองทุน SMEs กองทุนสตาร์ตอัพ กองทุนวิสาหกิจชุมชน ซึ่งพรรคจะเปิดนโยบายทุกสัปดาห์