“ไทยสร้างไทย” ชงแก้ Force Sell ตั้งกองทุนรับหุ้นจำนำ–ดัน Market Maker ถูกกฎหมาย
สุรเดช พรรคไทยสร้างไทย ชี้ตลาดทุนไทยเผชิญวิกฤตศรัทธาหนักจากแรงขายและปัญหา Force Sell เสนอรัฐตั้งกองทุนรับหุ้นจำนำชะลอการบังคับขาย 3 ปี ลดแรงเทขายระยะสั้น พร้อมดัน Market Maker ถูกกฎหมาย–เปิดกระดาน Digital Asset และปรับบทบาทหน่วยงานกำกับ
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวในงาน “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ-ตลาดทุนไทยรอด?” จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า ตลาดทุนไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง สะท้อนจากแรงขายต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงกันยายนปีที่ผ่านมา และเร่งตัวขึ้นอีกในช่วงต้นเดือนมกราคม สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการถูกบังคับขายหุ้น (Force Sell) เนื่องจากหุ้นถูกนำไปจำนำไว้เป็นหลักประกัน เมื่อราคาปรับตัวลงแรงจนต่ำกว่าระดับที่กำหนด ทำให้สถาบันการเงินจำเป็นต้องขาย แม้ไม่ได้ต้องการขายหุ้นของลูกค้าก็ตาม
พรรคไทยสร้างไทยเสนอนโยบายด้านตลาดทุน ดังนี้
1.ตั้งกองทุนป้องกัน Force Sell รับโอนหุ้นที่ถูกจำนำ เสนอให้รัฐตั้งกองทุนลักษณะคล้ายกองทุนวายุภักษ์ เพื่อรับโอนหุ้นที่ถูกนำไปจำนำทั้งหมดมาไว้ในกองทุน โดยกำหนดระยะเวลา 3 ปีที่หุ้นจะไม่ถูกบังคับขาย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไปฟื้นฟูกิจการและหาเงินมาไถ่หุ้นคืนภายหลัง พร้อมจ่ายดอกเบี้ยให้กองทุน ซึ่งจะทำให้รัฐมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันช่วยลดแรงเทขายและเสถียรภาพของตลาดทุนในระยะสั้น
2.ส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านตลาดทุน ควบคู่สินทรัพย์ใหม่ แนวคิดการออมผ่านหุ้นที่เคยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 10% ต่อปีในอดีตกำลังถูกตั้งคำถาม เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากออมแล้วไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เหมือนเดิม พรรคจึงมองว่าการส่งเสริมการออมของคนรุ่นใหม่ต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยควรสอนการออมทั้งในหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโต เพื่อให้ประชาชนมีเงินเพียงพอรองรับการเกษียณในอนาคต
3.เสนอให้มี Market Maker ที่ถูกกฎหมายอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ เพื่อทำหน้าที่สร้างสภาพคล่องและถ่วงดุลตลาด ไม่ใช่ปล่อยให้การชอร์ตหุ้นถูกกฎหมายเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีเครื่องมือป้องกันความผันผวนอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำว่า Market Maker ไม่ใช่นักปั่นหุ้น แต่เป็นกลไกตลาดที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคา
4.Tokenize Thailand ผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดกระดาน Digital Asset อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อกำหนดราคากลางเอง
นอกจากนี้ นายสุรเดชยังเสนอให้ปรับ mindset ของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน โดยเฉพาะ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้มองบริษัทจดทะเบียนเป็น “ลูกค้า” ที่ต้องได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างเป็นธรรม คล้ายแนวปฏิบัติในตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีทั้ง “หน้าต้อนรับ” สำหรับผู้เข้ามาระดมทุน และ “หน้าลงโทษ” ที่เด็ดขาดเมื่อพบการกระทำผิด
“ถ้าจะทำให้ตลาดทุนไทยดีจริง ต้องเพิ่มอำนาจให้ ก.ล.ต. สามารถสืบสวน ดำเนินคดี และบังคับใช้กฎหมายได้โดยตรง ไม่ใช่โยนให้หน่วยงานอื่นต่อ เพราะความเด็ดขาดจะมีผลต่อความเชื่อมั่น” นายสุรเดชกล่าว