ราเมศ โฆษก ปชป. ออกตัวแทน ส.ส.ประชาธิปัตย์ . ปัดใบสั่ง ประยุทธ์ โหวตหาร 500 หักดิบ กมธ.เสียงข้างมาก
วันที่ 9 กรกฎาคม 2565 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 23 ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉบับที่ .. พ.ศ. … ให้ใช้สูตรการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบจัดสรรปันส่วนผสม โดยนำ 500 มาหาร ว่า ถือว่าเป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ สมาชิกรัฐสภามีสิทธิที่จะลงมติ เมื่อมติเสียงข้างมากออกมาเช่นนั้นก็ต้องเคารพในการตัดสินใจลงมติของสมาชิกรัฐสภา การมีความเห็นของแต่ละฝ่ายย่อมมีเหตุผลมารองรับในการตัดสินใจ เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองก็จะต้องมีการเตรียมการเพื่อให้รองรับกับร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวต่อไป
นายราเมศกล่าวว่า หากฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการการวินิจฉัยความชอบของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ต้องถือว่าเป็นสิทธิของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบว่ามีกระบวนการตราหรือมีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กระบวนการตรวจสอบของร่างแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ป. กระบวนการตรวจสอบก็มีหลักการเช่นเดียวกันกับการตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติทั่วไป รวมถึงการให้รัฐสภาต้องส่งร่างพ.ร.ป.ไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งหากฝ่ายค้านมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ผลออกมาเป็นเช่นไรก็ยุติและน้อมรับผลคำวินิจฉัยของศาล
“ส่วนที่มีการกล่าวว่าการลงมติของสมาชิกรัฐสภา มีใบสั่งจากฝ่ายบริหารนั้น ในส่วนของพรรคยืนยันว่าไม่มีใครสั่ง สมาชิกรัฐสภา ส.ส.ทุกคนมีเหตุและผลเพื่อนำไปสู่การลงมติทั้งสิ้น การทำหน้าที่ของ ส.ส.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าทุกประเด็นที่ถกเถียงกันมีหลักการกระบวนการต่างๆระบุไว้ค่อนข้างรัดกุม เพียงแต่ในทุกกระบวนการที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ผลออกมาเป็นเช่นใดทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับของผลที่จะเกิดขึ้น”นายราเมศกล่าว
นายราเมศกล่าวทิ้งท้ายว่า สำคัญที่สุดการเลือกตั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น การเตรียมการเรื่องกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมืองให้แล้วเสร็จก็จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย อาจไม่มีสิ่งไหนดีที่สุดหรือถูกใจใครที่สุด และในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ