แสนสิริ เผยกำไรสุทธิ 6,060 ล้านบาท All-time high เติบโตสูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ

แสนสิริ

แสนสิริเผยกำไรสุทธิปี’66 สูงสุดในรอบ 40 ปี อยู่ที่ 6,060 ล้านบาท โตขึ้น 42% และเติบโตสุงสุดในอุตสาหกรรมอสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย เดินหน้าต่อตามแผนธุรกิจปี 2567 เปิดตัวโครงการใหม่ 46 โครงการ มูลค่า 61,000 ล้านบาท มุ่งรักษาระดับผลประกอบการให้เติบโตสม่ำเสมอ ให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงิน รักษาระดับสภาพคล่องที่ 17,000 ล้านบาท

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า “ปี 2566 แสนสิริสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีกำไรสุทธิสูงถึง 6,060 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ก่อตั้งมาได้ 40 ปี หรือ All-time high เพิ่มขึ้น 42% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 4,280 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 15.5% ทุบสถิติใหม่ นับว่าเป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตด้านกำไรสุทธิสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขณะนี้

นายวิชาญ วิริยะภูษิต
นายวิชาญ วิริยะภูษิต

ปี 2566 มียอดขายรวม 49,000 ล้านบาท รายได้รวม 39,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า มาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งแนวราบและแนวสูง แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวในระดับลักเซอรี่และมียอดโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา, เศรษฐสิริ ดอนเมือง, นาราสิริ พหล-วัชรพล, บูก้าน กรุงเทพกรีฑาและบุราสิริ วัชรพล

คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ หรือ Ready to Move ที่สามารถขายและรับรู้รายได้ได้ทันที อาทิ โครงการเอ็กซ์ที พญาไท, เอ็กซ์ที ห้วยขวาง, ดีคอนโด พนา, โอกะ เฮ้าส์, เอดจ์ เซ็นทรัล พัทยา, เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ และเดอะ มูฟ บางนา

“ปี 2567 แสนสิริยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้เติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสังคมและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าต่อตามแผนธุรกิจ เปิดตัวโครงการใหม่ 46 โครงการ มูลค่ารวม 61,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 52,000 ล้านบาทและเป้ายอดโอนที่ 43,000 ล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์สำคัญขับเคลื่อนองค์กรควบคู่กับความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ประกอบด้วย การรักษาระดับผลประกอบการให้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ ให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงิน พร้อมระดับสภาพคล่องที่ 17,000 ล้านบาท

โดยในปีนี้ เตรียมโอน 10 คอนโดมิเนียม มูลค่า 14,000 ล้านบาท ได้แก่ เดอะ เบส ดาวน์ทาวน์ ขอนแก่น, เดอะ เบส ไฮท์-เชียงใหม่, เดอะไลน์ ไวบ์, ดีคอนโด แซนด์ หาดใหญ่, ดีคอนโด เวล ศรีราชา, ดีคอนโด รีฟ ภูเก็ต, เวย์ อยุธยา, ดีคอนโด ไฮป์ รังสิต, ดีคอนโด แอร์ ลาดกระบัง และดีคอนโด ชายน์ รังสิต รวมถึงการบริหารจัดการพอร์ตสินค้าพร้อมขาย ให้กระจายไปในหลากหลายทำเล

เพื่อสร้างโอกาสและความได้เปรียบในการแข่งขันที่มากกว่า ผ่านการควบคุมระดับสินค้าเพื่อการขายในแต่ละระดับราคาให้อยู่ระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ แสนสิริยังวางแผนยกระดับคุณภาพของสินค้า บริการ และความยั่งยืน เพื่อครองอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง” นายวิชาญกล่าว

แสนสิริยังมุ่งสร้างผลตอบแทนสูงสุดกับผู้ถือหุ้น จากผลกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง เพื่อให้นักลงทุนได้รับเงินปันผลที่สูงขึ้นในอนาคต เตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปีให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเมื่อเดือนกันยายน 2566 ไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท เตรียมจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในเดือนพฤษภาคมนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็น Dividend Yield ปี 2566 อยู่ที่ 10.8%

แสนสิริ เผยกำไรสุทธิ 6,060 ล้านบาท

แสนสิริ เผยกำไรสุทธิ 6,060 ล้านบาท