Skip to content

เสนาบุก “เช่าออมบ้าน” สัญญา 3 ปี ล้านละ 4,100 บาท ดบ. 1.8% นำมาหักเป็นเงินดาวน์ได้

09 เม.ย. 2567 | 17:31น.
เสนาบุก “เช่าออมบ้าน” สัญญา 3 ปี ล้านละ 4,100 บาท ดบ. 1.8% นำมาหักเป็นเงินดาวน์ได้

ฉีกทุกกฎการอยู่อาศัย ด้วยนวัตกรรมทางการเงินที่ครบวงจร เป็นเจ้าของบ้านแบบใหม่ ไม่ต้องชำระเงินดาวน์ ไม่ต้องรออนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร เสนาฯ ส่ง “LivNex เช่าออมบ้าน” ให้ทำสัญญาเช่าออม ย้ายเข้าอยู่ได้เลย อัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 1.8 % นาน 3 ปี สร้างโอกาสการมีบ้านได้ง่ายขึ้น

วันที่ 9 เมษายน 2567 ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ภายใต้วิสัยทัศน์  Live Long Trusted Partner เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บวกกับปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง อัตราเงินเฟ้อ ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้นไม่สอดคล้องกับการปรับตัวของรายได้

รวมถึงนโยบายการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีความเข้มงวด เนื่องจากหนี้เสียของธนาคารเยอะ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่ม New Gen และกลุ่มผู้มีกำลังซื้อระดับปานกลาง-ล่าง มักจะถูกปฏิเสธสินเชื่อ

“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือ คนกูแบงก์ไม่ผ่านนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เสนาฯ พยายามคิดนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ จึงเกิดนวัตกรรมที่ชื่อว่า ‘เงินสดใจดี’ ซึ่งทำการเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว (มีนาคม 2567) เป็นนวัตกรรมในแง่ของการให้บริการเสมือนผู้ช่วยทางการเงินเพื่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย”

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

เงินสดใจดี แก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่งแต่ยังแก้ได้ไม่ครบ

ผศ.ดร. เกษรา กล่าวว่า นวัตกรรมทางการเงิน ‘เงินสดใจดี’ นำเสนอบริการ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.วิเคราะห์สถานะทางการเงินของลูกค้าด้วยเครดิตบูโร 2.บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อรายย่อย 3.การสร้างเครดิตผ่านการเช่าซื้อ เพื่อสร้างประวัติการชำระเงินและเครดิตที่ดี

นั่นคือสิ่งที่ตอบโจทย์ในฐานะคนที่ “ใกล้เคียง” มีความสามารถในการซื้อบ้าน แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครบทุกด้าน เนื่องจากผู้คนบางกลุ่มยังไม่พร้อมกับการเป็นหนี้ 30 ปี เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี ปัญหาเหล่านี้นวัตกรรมเงินสดใจดีจึงไม่สามารถแก้ไขได้

ภารกิจเพื่อคนต้องการบ้าน

บริษัทฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัย ผ่านนวัตกรรมทางการเงินใหม่ “LivNex เช่าออมบ้าน” ที่ช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ด้วยการจ่ายค่าเช่าจะเท่ากับมีเงินออม ไว้หักเงินต้นเมื่อพร้อมกู้สินเชื่อบ้าน โดยไม่ต้องชำระเงินดาวน์และไม่ต้องรออนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร

รูปแบบของ LivNex จะเป็นการทำสัญญา “เช่าออมบ้าน” โดยเงินค่าเช่าที่ลูกบ้านจ่ายจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ เงินเช่าออมสะสม และเงินดอกเบี้ย ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาดที่ 1.8% สัญญามีระยะเวลา 3 ปี ค่าเช่ารายเดือนทุกเดือนจะถูกหักดอกเบี้ยและสะสมไว้ให้ลูกบ้านจนครบสัญญา หรือเมื่อพร้อมกู้เงินสินเชื่อ ลูกค้าจะสามารถซื้อบ้านได้ในราคาบ้านที่หักเงินเช่าออมสะสม

ทั้งนี้บริษัทฯ มีการคิดอัตราค่าเช่าล้านละ 4,100 บาท หมายความคือ ลูกค้าทำการเช่าออมคอนโดฯ ในราคา 1 ล้านบาท คิดอัตราค่าเช่าเฉลี่ยที่ 4,100 บาท/เดือน

“ยกตัวอย่าง คอนโดราคา 1 ล้านบาท ลูกบ้านจ่ายค่าแรกเข้า 3 เดือน 12,300 บาท จากนั้นผ่อนเช่าออมบ้านต่อ เดือนละ 4,100 บาท ซึ่งเมื่อหักดอกเบี้ยแล้วจะเหลือส่วนที่เป็นเงินเช่าออมบ้านสะสมเดือนแรก 2,618 บาท โดยจะสะสมเพิ่มขึ้นไปทุกเดือน (คิดดอกเบี้ยลดต้นลดดอก) เมื่อครบสัญญา 3 ปี ลูกค้าจะมีเงินสะสมรวมค่าแรกเข้าที่ 106,322 บาท และจะสามารถทำเรื่องซื้อคอนโดได้ที่ราคา 893,678 บาท จากราคาเดิม 1 ล้านบาท

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

เห็นได้ว่าราคาบ้านที่ลูกบ้านจะทำการซื้อเมื่อครบสัญญานั้นถูกลง และจะทำให้ลูกบ้านมีระยะเวลา 3 ปี ในการบริหารจัดการเครดิตส่วนบุคคล มีเวลาในการสร้างรายได้ประจำเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มวงเงินในการกู้ขณะที่ยอดที่กู้ก็จะลดลงจากการนำเงินเช่าออมสะสมมาหักลบ ซึ่งตลอดระยะเวลาสัญญาทางเสนาจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญทางการเงินคอยให้คำปรึกษาตลอด หรือถ้าลูกบ้านมีเหตุให้ไม่สามารถเช่าออมบ้านต่อได้ระหว่างสัญญา ก็สามารถโอนสิทธิ์ซึ่งมีเงินเช่าออมสะสมอยู่นี้ต่อให้คนอื่นได้ด้วย

นวัตกรรมการทางเงินดังกล่าว จึงเหมาะกับลูกค้าที่อยากมีบ้านหลังแรก ทั้งกลุ่ม First Jobber และกลุ่มอาชีพอิสระที่ขาดเอกสารทางการเงินที่ครบถ้วน

ทำแล้ว-ทำอยู่-ทำต่อ

ผศ.ดร.เกษรา เปิดเผยว่า โมเดลเช่าออมบ้าน ได้เริ่มทดลองให้บริการในปี 2566 ผลลัพธ์เป็นไปในทิศทางที่ดี สามารถช่วยให้คนเป็นเจ้าของที่พักอาศัยได้ง่ายขึ้นไม่ต้องผ่านแบงก์ได้กว่า 100 ยูนิต จึงนำมาสู่การบรรจุในแผนธุรกิจปี 2567 ของ LivNex เช่าออมบ้าน ตั้งเป้าช่วยให้คนเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย 1,000 ยูนิต มูลค่า 1,420 ล้านบาท

ปัจจุบันLivNex มีโครงการที่พักอาศัยของเสนาฯ ทั้งหมด 19 โครงการ ที่เข้าร่วมการเช่าออม ในหลายทำเล อาทิ บางนา รังสิต สุขุมวิท รามคำแหง เป็นต้น ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์ตั้งแต่ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไปจนถึงระดับราคาสูงกว่า 5 ล้านบาท โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า ใน 1 โครงการจะแบ่งเป็น 25-30% ที่เข้าร่วมการเช่าออม อีก 70-75% เป็นการซื้อที่อยู่อาศัยแบบปกติ

“การเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยให้กับผู้บริโภค ถือว่าเป็นหนึ่งใน Mission หลักของเสนาฯ เรามีความเข้าใจและมุ่งมั่นสร้างโอกาสให้ทุกคน ได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยคุณภาพที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างแท้จริง ในราคาที่จับต้องได้ ควบคู่ไปกับการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ผศ.ดร. เกษรา กล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เสนา ดีเวลลอปเม้นท์