Skip to content

อนันดาฯ โชว์ไตรมาส 2/68 กำไร 257 ล้าน โต 42% เล็งออกหุ้นกู้ชุดใหม่

18 ส.ค. 2568 | 19:43น.
อนันดาฯ โชว์ไตรมาส 2/68 กำไร 257 ล้าน โต 42% เล็งออกหุ้นกู้ชุดใหม่

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า

เปิดเผยว่า อนันดาฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าและที่อยู่อาศัยเพื่อคนเมืองกว่า 100 โครงการ สามารถเข้าถึงและเข้าใจลูกค้าคนเมืองได้เป็นอย่างดี

จนได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นในแบรนด์อนันดาฯ ผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ มาหลายต่อหลายครั้ง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้อนันดาฯ แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คืนหุ้นกู้ครบตามกำหนด 2566-ปัจจุบัน รวม 17,928 ล้านบาท

ในท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจและเดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคง ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพอร์ตสินค้าพร้อมอยู่พร้อมโอนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อให้บริษัทมีผลประกอบการที่เติบโตสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ

ตลอดจนการรักษามาตรฐานความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของคนเมือง ผ่านการออกแบบที่โดดเด่น รักษามาตรฐานด้านคุณภาพของสินค้าและการบริการ ยกระดับการใช้ชีวิตของคนเมืองให้เกิดความยั่งยืน

อนันดาฯ เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินไว้อย่างเข้มงวด โดยได้ชำระคืนหุ้นกู้ครบถ้วนตามกำหนดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน รวมมูลค่ากว่า 17,928 ล้านบาท สร้างความไว้วางใจให้กับนักลงทุนและผู้สนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอมา

ล่าสุด ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 770 ล้านบาท ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก ส่งผลให้ยอดจองซื้อเต็มจำนวน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ

“อนันดาฯ ให้ความสำคัญกับการเสนอขายหุ้นกู้ในแต่ละครั้ง โดยนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโต ภายใต้จุดยืน URBAN LIVING SOLUTIONS เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งช่วยในการแก้ปัญหาของชีวิตคนเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้น”

ไตรมาส 2/68 คว้ากำไรสุทธิ 257 ล้านบาท เติบโต 42%

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯ เริ่มมีความชัดเจนขึ้นในไตรมาส 3-4 และเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัว และฟื้นตัวในระยะต่อไป ผู้

ประกอบการจึงต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากวิกฤต เพื่อรอวันกลับมาฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณบวกปรากฏจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ซื้อบ้านที่ขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบปี สะท้อนผลของปัจจัยหนุนต่างๆ เริ่มกระตุ้นตลาดให้กลับมาได้

ทั้งนี้ อนันดาฯ ยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตท่ามกลางความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถสร้างผลงานเป็นที่น่าพอใจ โดยผลดำเนินงานในไตรมาส 2/68 เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น สามารถสร้างกำไรสุทธิ 257 ล้านบาท เติบโตขึ้น 42% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 อนันดาฯ มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ยอดโอนรวมในไตรมาส 2 เติบโตขึ้นจาก Backlog ที่แข็งแกร่งและพอร์ตบ้านหรู

โดยในไตรมาส 1/68 จาก 1,412 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,507 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต

บ้านหรู-ทาวน์โฮมพรีเมี่ยม ยอดขายโตพุ่ง 77%

อีกทั้งบริษัทประสบความสำเร็จจากการปรับพอร์ตบ้านหรู ที่มีการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม (Premium segment) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น

ทำให้ในไตรมาส 2/68 มียอดขายบ้านหรูเติบโตกว่า 77% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมียอดโอนเติบโตกว่า 53% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

โดยเฉพาะโครงการอาร์เทล อโศก-พระราม 9 บ้านเดี่ยว LUXURY POOL VILLA ส่วนตัว หนึ่งเดียวใจกลางพระราม 9 ที่ให้เอกสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว 87 ยูนิต

โครงการแอริ สุขุมวิท – บางนา กม.5 บ้านเดี่ยวโซนบางนา ใกล้ทางด่วน ดีไซน์ Modern Classic มีความเป็นส่วนตัว 40 ยูนิต

และโครงการ URBANIO MEZZ วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ พรีเมียมทาวน์โฮม 3.5 ชั้น พื้นที่ใหญ่ 198 ตร.ม. ใกล้สนามบินดอนเมือง และรถไฟฟ้า MRT สองสถานี

คอนโดทำเลไพรมแอเรีย พร้อมอยู่ 3 โครงการรวด

นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จจาก 3 โครงการพร้อมเข้าอยู่ใหม่ล่าสุด (3 Unpack) มูลค่าโครงการรวม 12,098 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรวม 78% มูลค่ายอดขายรวม 9,483 ล้านบาท

ได้แก่ โครงการไอดีโอ รามคำแหง-ลำสาลี สเตชั่น มูลค่าโครงการ 2,512 ล้านบาท ยอดขาย 1,954 ล้านบาท (Sold 78%) มียอดโอนเดือนแรกกว่า 620 ล้านบาท

โครงการคัลเจอร์ ทองหล่อ มูลค่าโครงการ 3,466 ล้านบาท ยอดขาย 3,340 ล้านบาท (Sold 96%) และโครงการคัลเจอร์ จุฬา มูลค่าโครงการ 6,120 ล้านบาท ยอดขาย 4,189 ล้านบาท (Sold 68%) ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดียิ่งเพียง 2 วันแรกในงาน PRE-APPROVE มียอดประเมินสินเชื่อกว่า 1,284 ล้านบาท

ซึ่งยอดขายทั้งหมดถือเป็น Backlog ที่แข็งแกร่งพร้อมรับรู้รายได้บริษัทฯ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์และศักยภาพของโครงการทั้ง 3 แห่ง รวมถึงตอกย้ำความพร้อมในการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที

สำหรับ Inventory ที่พร้อมรองรับการสร้างรายได้ทั้งหมดของบริษัทรวมทั้งหมดกว่า 29,373 ล้านบาท เป็น Backlog ที่เป็นยอดขายแล้วพร้อมรับรู้รายได้ 10,130 ล้านบาท และเป็นรายได้ที่จะเข้ามาต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งปีหลังปี 2568 ถึงปี 2569

บริการหลังการขายอสังหาฯ ระดับพรีเมี่ยม “Ananda SURE”

อนันดาฯ ให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าหลังการขาย ภายใต้มาตรฐาน ANANDA SURE ที่มีการดูแลลูกค้าในหลากหลายมิติ ด้วยมาตรฐานโครงสร้างระดับมืออาชีพ เริ่มตั้งแต่รากฐานที่แข็งแรงทั้งโครงสร้าง วัสดุ และระบบการก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน ATQPM หรือ Ananda Total Quality Project Management

ระบบบริหารคุณภาพโครงการที่อนันดาฯ ร่วมพัฒนากับพันธมิตรระดับโลกจากญี่ปุ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานอสังหาริมทรัพย์ไทยให้มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ สร้างความมั่นใจได้ตั้งแต่รากฐาน ทำให้ลูกบ้านอนันดาสามารถอุ่นใจ และมีความเชื่อมั่นในทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ อนันดาฯ ยังเดินหน้าขยายฐานการพัฒนาไปยังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพธุรกิจจากกรุงเทพฯ สู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง ด้วยแผนการพัฒนา โครงการ มิรา วัลเลย์ เมกะโปรเจกต์บนพื้นที่กว่า 550 ไร่ สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน

เล็งออกหุ้นกู้มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ย 6.75-6.85%

ล่าสุด บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.75 – 6.85% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เป็นหุ้นกู้มีหลักประกันมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.50 เท่าของยอดหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายได้ ซึ่งหลักประกันจะเป็นที่ดิน 99 ไร่ 46.5 ตร.ว. ใจกลางภูเก็ต มูลค่า 1,506 ล้านบาท

โดยเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งมั่นใจว่าจะสร้างความเชื่อมั่นในกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

“อนันดาฯ ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดที่อยู่อาศัยในเมือง และเชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทยืนยันศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง เดินหน้าตามแผนดำเนินงานที่วางไว้อย่างมั่นคงชัดเจน ด้วยการพัฒนาโครงการคุณภาพที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้อย่างแท้จริง และครอบคลุมทุกเซกเมนต์ มีโครงการพร้อมอยู่ บนทำเลที่ดีที่สุดรองรับการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานและบริหารจัดการกระแสเงินสด นำไปสู่การสร้างรากฐานการเติบโตและยั่งยืนให้กับทั้งองค์กร ลูกค้านักลงทุน และสังคมโดยรวม” นายชานนท์กล่าว