ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้สัดส่วนยอดโอนคอนโดฯตลาดต่างชาติเพิ่ม แนะผู้ประกอบการพัฒนาโครงการจับ “เศรษฐีน้ำมัน” เพิ่มโอกาสอสังหาฯไทยในช่วงภาวะความขัดแย้งตะวันออกกลาง
“สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนวัตกรรม รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ฝ่ายบริหาร (REIC) เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ปรับคาดการณ์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใหม่ภายหลังการเกิดสงครามตะวันออกกลาง โดยคาดว่าอสังหาฯจะชะลอตัวไปอีก 1 ปี หรือฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด แบ่งเป็นกรณีดีที่สุดคือ ได้รับผลกระทบน้อย ภาพรวมติดลบ 0.5% แต่หากสงครามมีการยืดเยื้อภาพรวมอาจติดลบ 1.0%
จากสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงจากความกังวลด้านค่าใช้จ่ายพลังงาน หรือเกิดการชะลอโอนบ้านไป 1-2 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง แม้ว่าความต้องการจริงจะยังมีอยู่ก็ตาม ส่วนดีมานด์จากการซื้ออสังหาฯเพื่อเก็งกำไร และลงทุนจะเป็นสัดส่วนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน การอพยพเข้ามาของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางอาจเป็นอานิสงส์ที่กลายเป็นโอกาสภายใต้วิกฤตอสังหาฯไทยในภาวะที่กำลังซื้อในประเทศอ่อนแรง เนื่องจากในไตรมาส 4/2568 มีสัดส่วนของต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

โดย “สิทธิเพ็ญ” ระบุว่า แม้ยังไม่เห็นแนวโน้มจากตัวเลขที่ชัดเจน แต่ดีมานด์จากต่างชาติยังมีอยู่ตลอด แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไม่ดี ตอกย้ำด้วยการหนีความไม่สงบจากภัยสงคราม ทำให้ชาวต่างชาติไหลเข้ามาซื้ออสังหาฯในไทย โดยเฉพาะกลุ่มอีลิท ซึ่งหากไทยสามารถจับตลาดคนกลุ่มนี้ได้ก็จะทำให้ไทยกลายเป็นตัวเลือกหนึ่งของเศรษฐีไปพร้อมกับประเทศสิงคโปร์และเวียดนาม
โดย 10 อันดับสัญชาติแรกของหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯของต่างชาติในกรุงเทพฯ ไตรมาส 4/2568 ได้แก่
- จีน 771 หน่วย (39.8%)
- พม่า 425 หน่วย (22.0%)
- ไต้หวัน 232 หน่วย (12.0%)
- อินเดีย 47 หน่วย (20.5%)
- สิงคโปร์ 47 หน่วย (30.6%)
- สหรัฐ 45 หน่วย (2.3%)
- ฝรั่งเศส 32 หน่วย (2.1%)
- อังกฤษ 32 หน่วย (1.7%)
- ญี่ปุ่น 30 หน่วย (1.6%)
- เยอรมนี 21 หน่วย (1.1%)
