ปิดแคมป์คนงาน-หยุดก่อสร้าง 1 เดือน โจทย์หนักที่สุดของดีเวลอปเปอร์ยุคโควิด
ปิดแคมป์คนงาน-หยุดก่อสร้าง 1 เดือน โจทย์หนักที่สุดของดีเวลอปเปอร์ นโยบายรัฐยุคโควิดระลอก 3 “เจ็บแต่จบ”
เวลาผ่านไป 2 ปีภายใต้สถานการณ์โควิด รัฐบาลใช้อำนาจมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือกฎหมายฉุกเฉินเป็นฉบับที่ 25 แล้ว
สาระสำคัญที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์เหมือนโดนเหยียบตาปลาก็คือ “คำสั่งหยุดงานก่อสร้าง และห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นเวลา 30 วัน” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน-27 กรกฎาคม 2564
มูลค่าผลกระทบจะมีเท่าไหร่ ถ้าถามสิบคนอาจได้สิบคำตอบ
หนึ่งในคำตอบมาจาก “พี่อ๋อย-อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ในฐานะประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยคนใหม่ คำนวณให้ฟังคร่าว ๆ ว่า มูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยทั้งประเทศเฉลี่ยปีละ 6-7 แสนล้านบาท
ตลาดกระจุกตัวอยู่ในเขต กทม.-ปริมณฑล 70% หรือปีละ 4-5 แสนล้านบาท หากทอนออกมาเป็นมูลค่าต่อเดือนจะตกมูลค่าเดือนละ 3.5-4 หมื่นล้านบาท อันนี้นับเฉพาะมูลค่างานโครงการก่อสร้างของเอกชน
ขณะที่ถ้ารวมกับงานก่อสร้างโครงการของรัฐอีก มูลค่าเพิ่มทวีขึ้นไป เบ็ดเสร็จทาง “ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข” เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ระบุว่า ตลาดก่อสร้างแต่ละปีมีมูลค่างานคิดเป็นสัดส่วน 8% ของจีดีพีประเทศ
โดยหนึ่งในคำมั่นสัญญาของปฏิบัติการปิดแคมป์ 1 เดือนมาจาก “แรงงาน 1-สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้ประกาศในที่ประชุมร่วมกับสมาคมรับเหมาฯ เมื่อตอนบ่ายวันอาทิตย์ 27 มิถุนายน 2564 ว่า รัฐบาลปิดแคมป์เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกไปรักษา ส่วนแรงงานปกติจะมีโควตาวัคซีน 2 แสนโดส
หากทำได้จริง คำสั่งปิดแคมป์-หยุดก่อสร้างจะถือเป็นยาแรงแบบว่า…“เจ็บแต่จบ” แลกกับเดิมพันเปิดประเทศให้ได้ใน 120 วัน
“พรีบิลท์” ท็อป 10 รับเหมา
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “วิโรจน์ เจริญตรา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จํากัด (มหาชน) หนึ่งในท็อป 10 รับเหมาก่อสร้างอาคารของประเทศไทย ถึงผลกระทบจากคำสั่ง “หยุดก่อสร้าง 30 วัน”

Q : ผลกระทบคำสั่งปิดแคมป์
…ผมก็อยากจะบอกรัฐบาลว่า อะไรที่ยังไม่มีความชัดเจน อย่าเพิ่งประกาศได้ไหม เพราะทำให้เกิดความตื่นตระหนก ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวทยอยลาออกกันหมด ผู้รับเหมาย่อยของพรีบิลท์ก็ยังกินเงินเดือน กินค่าแรงของเราอยู่ แต่ในแคมป์ไม่ใช่ว่ามีเฉพาะคนงานของบริษัท ยังมีคนงานของผู้รับเหมาช่วง ซับคอนแทรกเตอร์ ผู้รับเหมากระจก ผู้รับเหมาสี ผู้รับเหมากระเบื้อง พวกนี้เขารับจ้างเหมา ถ้าไม่มีงานทำ เขาก็มูฟไปทำต่างจังหวัด หรือไม่ก็กลับประเทศของเขาเลย เพราะตอนนี้ปลอดภัยกว่าบ้านเรา
ซึ่งการประกาศปิดแคมป์ในตอนนี้ แรงงานเริ่มกระจายไปต่างจังหวัดแล้ว บางคนไม่ได้อยู่ในรูปบริษัท รับจ้างรายวัน บางคนเป็นขาจร และบางคนก็ไม่ได้นอนแคมป์ด้วยซ้ำไป
ผลกระทบอย่างที่ 2 คือ คนงานลาออก ซึ่งอันนี้จะเป็นโจทย์ยาก ผมเป็นห่วงเรื่องการกระจายไปทำงานที่ต่างจังหวัดแทน เพราะในกรุงเทพฯทำงานไม่ได้แล้ว เขาก็ไปทำงานต่างจังหวัดก่อน 1-2 เดือนแล้วค่อยกลับมา ถ้ามีเชื้อก็จะไปกระจายที่ต่างจังหวัด แล้วอย่างนี้จะคุมได้ยังไง ผมไม่เชื่อว่าจะมีการควบคุมได้
ปัญหาที่ห่วงคือแรงงานกลับมาใหม่จะนำโควิดกลับมาติดเรา เพราะก่อนหน้านี้เราซีลแคมป์อยู่แล้ว ไม่ให้ไปทำงานที่ไหนเลย อยู่แค่แคมป์กับไซต์ก่อสร้าง 2 ที่ ไม่ให้เดินทางไปไหนเลย ไม่ให้ออกไปซื้อกับข้าว เราจัดการให้หมด แต่มันอาจจะมีติดเชื้อเพราะไม่ใช่มีคนงานเฉพาะที่อยู่ในแคมป์ ยังมีคนงานที่เดินทางเช้าเย็นกลับสามารถไปเจอผู้คนข้างนอกแล้วเอามาติดเราในแคมป์ได้
Q : พรีบิลท์ใช้รับเหมากี่ราย
แล้วแต่โครงการ บางสัญญาผู้ว่าจ้างก็เป็นคนจ้างมาเอง เช่น เราสร้างตึก แต่เจ้าของโครงการจ้างคนมาทำกระจก เขาซื้อกระจก-ลิฟต์-เฟอร์นิเจอร์เอง ก็มีผู้รับเหมาเฟอร์นิเจอร์-กระจก-ไฟฟ้าประปาแยกต่างหาก สรุปคือในไซต์ก่อสร้างไม่ได้มีผู้รับเหมาเจ้าเดียว บางไซต์เจ้าของโครงการก็ให้เราเป็นคนจ้างผู้รับเหมารายย่อยมาทำกระจก ซึ่งในส่วนของเรามีผู้รับเหมาสีกับกระเบื้องที่เราจ้างเป็นซับคอนแทรกเตอร์ (รับเหมาย่อย)
การควบคุมโรคระบาด เราก็กำชับอยู่แล้วว่าให้ใช้คนงานชุดเดิมที่มาทำงานกับเรา ไม่ให้ไปไหน แต่เขาไม่ได้พักอยู่กับเรา ตอนเย็นเขาไปอยู่แคมป์ของเขา ไม่อยู่แคมป์ของเรา บางคนก็กลับไปอยู่บ้านตามปกติ นั่นคือเราอาจจะควบคุมได้ 70% แต่อีก 30% มันคุมได้ยากมาก
แคมป์พรีบิลท์มีมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิ วัดไข้ ตรวจภูมิทุก 14 วัน นาน ๆ ทีก็จะมีการตรวจ swab แต่มันไม่ได้ทำได้ทุกวันทุกเวลา การทำ swab เราทำหมด 100% เพิ่งจะทำมา 2 ครั้งสำหรับแรงงานของบริษัทกับซับคอนแทรกเตอร์เราก็ทำ แต่คนที่เจ้าของโครงการจ้างบางทีอาจไม่ได้ทำ เรื่องมันซับซ้อนมาก อยู่ ๆ มาบอกว่าปิดไซต์แล้วจะคุมได้ ผมว่าไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก
ข้อเสนอรัฐบาลต้องรีบฉีดวัคซีนให้กับคลัสเตอร์ก่อสร้างโดยด่วน เพราะผู้รับเหมาที่เป็นซับคอนแทรกเตอร์ 1 ชุด เขาไม่ได้ทำงานไซต์เดียว ผู้รับเหมากระจกทำงาน 10 ไซต์ สมมุติถ้าเขาติดเชื้อก็จะกระจายไป 10 ไซต์เลย ไม่มีทางคุมได้ ยกเว้นวัคซีนอย่างเดียว
Q : คำสั่งหยุดก่อสร้าง 1 เดือน
ผลกระทบทางตรงมีอย่างน้อย 1 เดือน แต่จริง ๆ มากกว่า 1 เดือนอยู่แล้ว เพราะกว่าจะเริ่มระดมคนงาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาหรือเปล่า ปกติเราก็ต้องระดมคนงานอีก 1 เดือน ก็เป็นไปได้ว่าถ้าหยุดงาน 1 เดือน ผลงานอาจล่าช้า 2 เดือน โดยเฉพาะคนงานผู้รับเหมาช่วงหายไปแน่นอน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ประกาศ ศบค.สั่งปิดแคมป์ยังไม่ได้คุยกับเจ้าของโครงการเลย แต่ทุกคนทราบแล้ว ปัญหาคือเจ้าของโครงการเข้าใจ เขาไม่ปรับ แต่เรามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น การก่อสร้างล่าช้าไปจากกำหนดเดิม เรามีต้นทุนค่าแรงมีเงินเดือนที่จะต้องจ่ายทุกเดือน เช่าพื้นที่ตั้งแคมป์ก็ต้องจ่ายเงิน เช่าเครื่องจักรก็ต้องจ่ายรายเดือน ทางเจ้าของโครงการผมไม่แน่ใจว่าจะช่วยในส่วนนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ปัญหามันคือตรงนี้ (เน้นเสียง) พวกค่าใช้จ่ายรายเดือนค่าน้ำค่าไฟยังไงเราก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว
Q : พรีบิลท์มีกี่ไซต์ก่อสร้าง
10 ไซต์ อยู่ในกรุงเทพฯ 7 ไซต์ จังหวัดปริมณฑล 3 ไซต์ วางแผนขึ้นใหม่อีก 2 ไซต์ วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 คงต้องปรับแผนกันใหม่ คนงานของบริษัท 1,500 คน ซับคอนแทรกเตอร์ 2,500 คน เฉลี่ยมีคนงาน 100-500 คน แล้วแต่ไซต์เล็กไซต์ใหญ่ ไม่รวมผู้รับเหมาย่อย บางไซต์ใกล้ปิดจ็อบอาจเหลือคนงาน 50 คน
พรีบิลท์ได้สั่งวัคซีนซิโนฟาร์มของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 1,600 โดส สำหรับคนงาน 800 คน จะเริ่มฉีดวันที่ 29 มิถุนายน 2564 รวมถึงคนงานที่ฉีดวัคซีนของประกันสังคมอีก 500 คน เพราะฉะนั้น คนงานทั้งหมดของเรา 1,300 คน จะได้รับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มภายในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม ส่วนวัคซีนประกันสังคมก็ทยอยฉีดมาเรื่อย ๆ แล้ว ประเด็นนี้ต้องชี้แจงกับผู้ถือหุ้นหลายคน เพราะเป็นห่วงเรามากเลยว่าจะทำงานได้ไหม
งบฯซื้อวัคซีน 1.5 ล้านบาท เราคงจะสั่งรอบ 2 อีก เพื่อให้ผู้รับเหมารายย่อย กำลังสำรวจจำนวนอยู่ เพราะบางเจ้าเขาก็สั่งเอง บางคนเขาก็สั่งไปแล้ว
Q : ปีนี้ส่งมอบกี่โครงการ
ปี 2564 เราต้องส่งมอบงาน 5 โครงการ ตอนนี้กำลังประเมินผลกระทบคำสั่งปิดแคมป์ แต่เราก็คิดว่าแมเนจได้ เราอาจจะเร่งงานได้ถ้าวัคซีนฉีดได้ครบแล้ว การทำงานจะทำได้เต็มที่ทุกคน เราก็จะเร่งงานได้ ส่วนวิธีการเร่งงานมีตั้งแต่ทำโอที ระดมคนเพิ่มขึ้น กรณีโอทีจ่าย 1.5 เท่าของค่าแรงปกติ 370 บาท
ขณะเดียวกัน เรื่องการเพิ่มคนงาน ผมเตรียมวัคซีนไว้ที่จะสั่งจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รอบที่ 2 ถ้าใครมาทำงานกับเราก็จะให้ฉีดวัคซีน แล้วเราก็จะต้องมีการตรวจ swab ก่อนเข้าทำงานอยู่แล้ว
Q : ฉีดวัคซีนทำให้ต้นทุนเพิ่ม
มันก็ยังดีกว่างานล่าช้าครับ เพราะถ้างานล่าช้าจะมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มขึ้นเหมือนกัน งานช้าก็เสีย เพิ่มคนก็เสีย แต่เพิ่มคนแล้วเราได้งานเร็วขึ้น เราก็อาจจะขอความอนุเคราะห์จากเจ้าของโครงการ บางคนเขาก็ให้ incentive เป็นรางวัลโบนัสสำหรับการทำงานเร็วขึ้น อย่าง 2-3 ไซต์ที่เราคุยด้วยตอนนี้ บางไซต์ให้โบนัสช่วยมา 10 ล้านบาท (ยิ้ม)
ซึ่งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในยุคโควิดปี 2563-2564 มีค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่ม 0.5% นอกจากนี้ก็มีค่าใช้จ่ายแฝงอย่างการระดมคนงานใหม่ นอกจากนี้มีค่าวัคซีน ค่า swab ที่ต้องทำอยู่เรื่อย ๆ เบ็ดเสร็จต้นทุนเพิ่มตอนนี้เกือบ 1% แล้ว
SENA Strong
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษผู้บริหารต้นตำรับกลยุทธ์ SENA Strong “ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” แห่งค่ายเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ให้สัมภาษณ์แบบเปิดหมดใจ สถานการณ์โควิดที่ยากลำบากในช่วง 2563-2564 คำสั่งปิดแคมป์-หยุดก่อสร้างครั้งนี้ ลำบากสุด ๆ แล้วสำหรับดีเวลอปเปอร์ในนาทีนี้

Q : เสนาฯมีกี่ไซต์ก่อสร้าง
มีเยอะนะ เพราะเกือบทุกไซต์ที่เปิดขายเราก็สร้าง เนื่องจากเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ก็ต้องรอให้ EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม) เกือบผ่านถึงจะเริ่มขาย ก็แสดงว่าไซต์ที่เปิดขายคือไซต์ที่มีการก่อสร้าง ปัจจุบันเรามีประมาณเกือบ 40 ไซต์ ซึ่งแต่ละไซต์เราก็ไม่ได้ใช้ผู้รับเหมารายเดียว บอกได้เลยว่า ไม่มีไซต์ก่อสร้างที่ไหนเลยที่สามารถใช้ผู้รับเหมารายเดียว
ดังนั้นทำให้การบริหารจัดการ ตลอดจนการควบคุมดูแลป้องกันให้ครอบคลุม 100% ทำได้ยากมาก กรณีคนงานไทยที่พักนอกแคมป์หรือพักที่บ้านตัวเอง คนเหล่านั้นก็จะทำงานต่อลำบาก ถ้าเกิดตารางงานของเขาถูกบล็อกโดยผู้รับเหมาบางประเภทที่เจอปัญหาปิดแคมป์แล้วทำให้มาทำงานไม่ได้ แต่ถ้าเกิดไซต์ก่อสร้างต้องปิดก็คงต้องปิด ทุกคน (วงการอสังหาริมทรัพย์) ต้องรับผลกระทบไปพร้อม ๆ กัน
อย่างแรงงานบางคนที่ไปเช้าเย็นกลับ ไม่ได้อาศัยอยู่ในแคมป์ ซึ่งเขาจะไปไหนก็ได้ ไปเจอใครต่อใครซึ่งเราก็ไม่รู้ แล้วเขาก็อาจจะนำเชื้อมาติดคนงานคนอื่น ๆ เรื่องนี้ก็มีความเป็นไปได้มานานมากแล้ว
ดังนั้นวิธีปฏิบัติของเสนาฯ เราก็ทำด้วยการเช็กว่า ก่อนคนงานเข้าไซต์ต้องมีการวัดอุณหภูมิ วันไหนที่มีอินดิเคเตอร์บ่งชี้ต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ เราก็ไม่อนุญาตให้เข้าไซต์ก่อสร้าง
เรื่องมาตรการควบคุมโควิดในแคมป์คนงานก่อสร้าง นโยบายของรัฐบาลเกิดมาตลอดแล้วตั้งแต่พบเจอคลัสเตอร์โควิดจากแคมป์คนงาน เพียงแต่ว่าวันนี้ผู้รับผิดชอบไซต์ก่อสร้างต้องทำให้เข้มงวดมากขึ้น วิธีคิดของรัฐบาลคิดคล้าย ๆ กับมั่นใจว่าทุกแคมป์ก่อสร้างคนงานติดเชื้อโควิดหมด ดังนั้นเมื่อ assumption แบบนี้ ก็เลยทำให้มีการออกกฎมาว่า ถ้าอย่างนั้นแคมป์ก่อสร้างทุกที่ห้ามเคลื่อนตัวเองเข้า-ออก นั่นคือจุดคิด
ซึ่งนโยบายรัฐเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะแคมป์ก่อสร้างก็ต้องยอมรับว่ามันติดง่ายจริง ๆ เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นอย่างนี้มาช้านาน แต่สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ก็คือ พยายามทำให้ไซต์ที่มีคนงานทำงานอยู่ได้โดยที่อยู่ในไซต์ทำงานต่อได้
ในเบื้องต้น ถ้าให้ประเมินแบบเร็ว ๆ ก็ต้องบอกว่า กระทบเยอะเหมือนกันนะ เพราะประกาศว่า แคมป์คนงานต้องหยุด หมายความว่าสายพานการผลิตหยุดหมดเลย อันนี้จะเป็นการกระทบจากโควิดที่หนักที่สุดของดีเวลอปเปอร์ หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่ปี 2563 รัฐบาลไม่ได้ให้หยุดแคมป์ก่อสร้าง
จะเห็นว่าปี 2563 รัฐบาลสั่งให้ล็อกดาวน์ด้วยการที่คนไม่ออกจากบ้าน แต่ไซต์ก่อสร้างก็ไม่เคยหยุดสร้างเลย ครั้งนี้ทั้งคนงานและผู้รับเหมาก็โดนด้วย
Q : คำสั่งหยุดก่อสร้างกระทบต่อการส่งมอบงานก็ล่าช้าออกไป
แน่นอน ถึงแม้ว่าคุณจะอยู่ในไซต์ และแม้ว่ารัฐบาลอนุญาตให้คนพักในไซต์ก่อสร้างแล้วให้ทำงานต่อได้ แต่การก่อสร้างยังไงก็ต้องช้าลง คำว่าสายพานการผลิตของงานก่อสร้างมีคำอธิบายคือ ต้องมีความต่อเนื่องของงานรับเหมา ซึ่งไลน์ผลิตของการทำงานแต่ละประเภทแต่ละอย่างที่ต้องมาประกอบกันที่หน้างานมันยาวมาก
ไลน์ผลิตในไซต์ก่อสร้างถ้าให้ยกตัวอย่าง ก็จะมีงานระบบ งานฝ้า งานกระเบื้อง ฯลฯ เยอะแยะไปหมด งานแต่ละประเภทก็แล้วแต่เนเจอร์ของเนื้องาน บางไซต์ก่อสร้างของเสนาฯ มีแต่ผู้รับเหมาย่อยเต็มไปหมด ขณะที่บางไซต์ก็เป็นผู้รับเหมาหลัก ดังนั้นหน้างานในไซต์ก่อสร้างจึงมีความหลากหลายมาก สรุปได้ว่าคำสั่งหยุดก่อสร้างงวดนี้ผลกระทบก็น่าจะอ่วมกันอยู่
Q : การดีเลย์ส่งมอบจะมีวิธีจัดการยังไงบ้าง
ในแง่หนึ่งเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไซต์ก่อสร้างล่าช้าถึง 1 เดือน เราก็ต้องเลื่อนไทม์ไลน์ส่งมอบไปกับลูกค้า จริง ๆ มันก็เป็นเหตุการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้ ซึ่งในแง่ของลูกค้า ถ้าเหตุการณ์ควบคุมไม่ได้เรามีสิทธิที่จะเลื่อนระยะเวลาในการโอน เชื่อว่าลูกค้าก็คงเข้าใจเพราะมันเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ และเราก็ไม่ได้อยากให้เกิด ที่สำคัญสาเหตุของการล่าช้าก็ไม่ได้เกิดจากเราด้วย
Q : ปีนี้วางแผนโอนกี่โครงการ
โครงการที่มีแบ็กล็อก (ยอดขายรอโอน) เยอะหน่อย น่าจะมีสัก 3 โครงการ นอกจากนั้นก็จะเป็นโครงการที่เป็นสต๊อกสร้างเสร็จพร้อมอยู่ กลุ่มนี้สามารถมีการโอนได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามโครงการลักษณะพร้อมอยู่ที่พร้อมโอนตลอดเวลาก็ยังมีความต้องการในการเก็บงานอยู่ดี (ตรวจรับมอบห้อง แก้ไขดีเฟกต์หรือส่วนที่สึกหรอจากการก่อสร้าง)
เพราะพฤติกรรมลูกค้าปัจจุบันนี้ก็ใช่ว่าเห็นห้องแล้วซื้อเลยโอนเลย ขั้นตอนตรวจรับมอบห้องก็ต้องเก็บงานให้เรียบร้อยดีก่อน จุดนี้ก็จะมีผลกระทบเหมือนกัน เพราะคนงานส่วนใหญ่ที่มาเก็บงานก็พักอาศัยอยู่ในแคมป์
มีอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นผลกระทบที่ตามมาและเราต้องหยุดก่อนคือพวกแจ้งซ่อมหรือ after sale service ทั้งหลาย กลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่ซื้อแล้วและโอนเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ในสัญญารับประกันงาน 2 ปี ซึ่งเมื่อแจ้งซ่อมเข้ามาและตรวจสอบแล้วมีการนัดหมายเวลาซ่อม พอมาเจอคำสั่งหยุดงานก่อสร้างทำให้กระทบด้วย ต้องหยุดก่อน ลูกค้าเข้ามาพักอาศัยอยู่ในห้องชุดแล้ว ปกติเมื่อแจ้งซ่อมก็ต้องให้คนงานเข้ามาซ่อมในห้อง คิดว่าคงจะทำไม่ได้ในช่วงนี้
Q : ปีนี้ผู้รับเหมาสร้างเสร็จกี่โครงการ
หลัก ๆ คอนโดมิเนียมที่เป็นแบ็กล็อกเลยมี 3 โครงการ นอกจากนั้นก็จะเป็น inventory ที่ส่งมอบทุกวัน รวมแล้ว 30 กว่าไซต์ เป็นการเก็บงานละเอียดจุกจิก คำสั่งหยุดงานก่อสร้างทำให้กระทบโดยตรงด้วย มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะบริหารจัดการได้หรือเปล่า
Q : คำสั่งหยุดก่อสร้าง 1 เดือน กระทบเป้าโอนปีนี้
แน่นอน ถ้า supply chain ถูกตัดอย่างนี้มันก็จะทำให้ไม่สามารถรับรู้รายได้ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ตอนต้นปี เพราะเป็นเหตุการณ์พิเศษที่เหมือนกับตัดไลน์การผลิตสินค้าที่อยู่อาศัยของเราออกไป 1 เดือน ส่วนจะมีแนวทางรับมือยังไง คงต้องมาดูว่าปิดแคมป์แค่ 1 เดือนจริง ๆ หรือเปล่า เพราะถ้ายังควบคุมโรคระบาดไม่ได้ รัฐบาลก็อาจมีมาตรการที่ยาวนานขึ้นไปอีก จึงต้องรอดูก่อนว่าจะปิดแคมป์นานขนาดไหน
Q : มีการตรวจโควิดให้กับคนงาน
มีค่ะ ผู้รับเหมาที่เป็นคู่สัญญากับเสนาฯ ก็ต้องทำอยู่แล้ว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจโควิด ปกติเราก็มีการช่วยอยู่แล้ว ในเรื่องของอาหารส่งให้กับแคมป์คนงาน แต่หลัก ๆ ผู้รับเหมาก็จะจัดการของเขาเองและภาครัฐก็ช่วยในบางส่วนอยู่แล้ว
Q : ข้อเสนอแนะถึงรัฐบาล
นโยบายปิดแคมป์เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ น้อมรับที่จะทำตาม แต่ต้องมีความชัดเจน เพราะอย่างที่บอกว่า แต่ละไซต์ไม่เท่ากัน บางไซต์ก่อสร้างเป็นเพียงงานนิด ๆ หน่อย ๆ ใช้คนงาน 5-6 คน มีมาตรการป้องกันโควิดที่ดี ไม่เสี่ยงต่อการระบาดก็น่าจะให้เปิดทำงานได้
นั่นคือรัฐบาลจะต้องให้หลักการที่มันละเอียดนิดนึง ว่าปิดแคมป์เป็นยังไง แคมป์ก่อสร้างอยู่กัน 5 คน ก็เรียกแคมป์ ก็ต้องปิดด้วยหรือไม่