“GTCMIT” สูตรลับบรีฟงานเอเจนซี่ จาก Cotactic Media เพื่อเจ้าของแบรนด์ที่อยากได้โฆษณาตรงใจ

ปัญหาสุดคลาสสิกที่มักเกิดระหว่างเจ้าของแบรนด์กับเอเจนซี่โฆษณา/บริษัทการตลาด คือ การได้รับงานไม่ตรงบรีฟหรือความต้องการที่คิดไว้ ฉะนั้นการบรีฟงานจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญทำให้งานมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีหลายครั้งที่ทีม Cotactic ได้รับบรีฟงานไม่ชัดเจน เช่น การบรีฟห้วน บรีฟสั้น ๆ หรือบรีฟแบบไม่มีจุดประสงค์ชัดเจน ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน ต้องแก้งานบ่อย หรืออาจส่งผลให้ไม่พอใจกันทั้งสองฝ่าย

โดยแท้จริงแล้วสาเหตุนั้นไม่ได้มาจากเจ้าของแบรนด์เท่านั้น อาจเกิดจากความไม่เป็นมืออาชีพของเอเจนซี่ก็ได้เช่นกัน Cotactic จึงได้รวบรวมข้อมูล ประสบการณ์ จนเกิดเป็น GTCMIT สูตรบรีฟงานเอเจนซี่ เพื่อให้เจ้าของแบรนด์สามารถนำไปใช้ และได้งานโฆษณาที่ตรงใจที่สุด!

GTCMIT คืออะไร? สำคัญต่อการบรีฟงานอย่างไร?

GTCMIT คือ องค์ประกอบข้อมูลพื้นฐานสำคัญ 6 ข้อ สำหรับการบรีฟงานที่เจ้าของแบรนด์และเอเจนซี่จำเป็นต้องรู้ร่วมกัน เพื่อให้งานมีความละเอียดและชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่ง GTCMIT ย่อมาจาก

1.   Goal – จุดประสงค์หรือเป้าหมายของแคมเปญ

2.   Target – กลุ่มเป้าหมายของสินค้าและบริการ

3.   Channel – ช่องทางที่ต้องการโปรโมท

4.   Message – สิ่งที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

5.   Investment – งบประมาณการลงทุน

6.   Timeline – ระยะเวลาแคมเปญ

Goal – วางเป้าหมายให้ชัดในบรีฟงาน ว่าต้องการอะไรจากแคมเปญ

อันดับแรก เจ้าของแบรนด์ต้องบอกเป้าหมายในการทำแคมเปญกับเอเจนซี่ เช่น สร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) , เพิ่มยอดขาย, เพิ่มจำนวนรายชื่อลูกค้า (Lead Generation) รวมถึงอธิบายลักษณะสินค้าและบริการ, วิธีการทำการตลาดที่ผ่านมา, สถานการณ์ปัจจุบันของแบรนด์ เช่น คู่แข่งเป็นใคร, แบรนด์อยู่จุดไหนของตลาด เป็นต้น

Target – ยิ่งบอกกลุ่มเป้าหมายละเอียด ยิ่งทำให้ออกแบบโฆษณาได้ตอบโจทย์

ข้อมูลนี้จะทำให้เอเจนซี่รู้ว่าต้องผลิตคอนเทนต์หรือโฆษณาแบบไหน ยิ่งเจาะลึกกลุ่มเป้าหมายมากเท่าไหร่ เนื้อหาก็จะมีความเฉพาะเจาะจงต่อกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยองค์ประกอบข้อมูลของ Target หลัก ๆ ได้แก่ เพศ, พื้นที่อาศัย, พฤติกรรม, ปัญหาที่เจอ แต่ถ้าหากสินค้าและบริการของคุณมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เราแนะนำให้แบ่งสัดส่วนความสำคัญว่าต้องการโฟกัสกลุ่มไหนสำหรับแคมเปญนี้ และอธิบายความแตกต่างในการตัดสินใจซื้อของแต่ละกลุ่ม เพื่อให้โฆษณาออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด

Channel – ช่องทางโฆษณามีหลากหลาย แต่ทางไหนละที่ใช่คุณ

ช่องทางที่ใช่จะขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ของคุณอยู่ในจุดไหนของแผนการตลาด และจุดประสงค์ของแคมเปญ คืออะไร โดยข้อมูลส่วนนี้ยังสามารถช่วยในการเลือกเอเจนซี่ที่มีความถนัดตามช่องทางที่คุณต้องการอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นแบรนด์ใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จักต่อกลุ่มเป้าหมายส่วนมาก โฆษณา Facebook อาจเหมาะสมที่สุด หรือถ้าคุณมียอดขายพอสมควรแล้วแต่ต้องการให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้น การทำ SEO หรือ SEM บน Google อาจเหมาะสมที่สุด เมื่อเลือกช่องทางแล้ว คุณก็จะสามารถอธิบายผลลัพธ์ที่คาดหวังกับช่องทางนั้น ๆ ได้ชัดเจนขึ้น แล้วจึงปรึกษากับเอเจนซี่ถึงความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ จะทำให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นความเป็นไปได้ของแคมเปญ

Message – อยากสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจ ห้ามลืม Key Message

Key Message คือ ข้อความหลักที่แบรนด์ต้องการสื่อสารกับลูกค้า เป็นตัวช่วยให้เอเจนซี่ผลิตโฆษณา โดยใช้ข้อความที่ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนมาก Cotactic จะสอบถาม Key Message จากลูกค้าหลัก ๆ 3 คำถาม ได้แก่

●     Brand: เมื่อพูดถึงแบรนด์ของคุณ ลูกค้าจะนึกถึงอะไร?

●     USP: จุดเด่นของสินค้าและบริการของคุณที่ทำให้แตกต่างจากคู่แข่งคืออะไร?

●     Pain Point: เหตุที่ลูกค้าเลือกเราจากปัญหาที่ผ่านมาคืออะไร?

ทั้งนี้เราขอแนะนำเทคนิคสร้าง Key Message โดยใช้ Pain Point หรือปัญหาที่ลูกค้าพบเจออยู่บ่อยครั้ง มาสร้างเป็น USP ซึ่งต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของเอเจนซี่สร้างสรรค์คำโฆษณาให้มีความเข้าใจง่ายและน่าสนใจจนเกิด Conversion ตามวัตถุประสงค์

Investment – งบลงทุนโฆษณามากแค่ไหน ต้องบรีฟงานชัดเจน

สำหรับเอเจนซี่แล้ว การวางแผนโฆษณาให้เป็นไปตามงบลงทุนที่คุณตั้งไว้ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากคุณบรีฟงานกับเอเจนซี่ว่า เราไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ทั้งคุณและเอเจนซี่ก็จะไม่สามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่างานที่ออกมานั้นจะมี Limit มากแค่ไหน เพราะต้องมีการ Optimize แคมเปญให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในงบประมาณที่ได้จากแบรนด์ ซึ่งปัญหาที่คุณต้องเจอ คือ เอเจนซี่โฆษณาจะวางกลยุทธ์แบบ Full option แต่เมื่อถึงเวลาต้องลดงบประมาณกลางคันก็จะทำให้แคมเปญนั้นไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ 100% ตามที่คาดหวังไว้

แต่ถ้าหากคุณไม่มั่นใจจริง ๆ อาจบอกเป็น ช่วงงบประมาณต่ำสุดและสูงสุด ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องสอบถามเอเจนซี่ให้ดี ๆ ว่ามีค่า Service และงบลงโฆษณาเท่าไหร่ เพื่อใช้คำนวณผลตอบแทนในการลงทุน ROI อย่างถูกต้อง

Timeline – แจ้งเวลาเริ่มแคมเปญและการวางแผนเตรียมงาน

โดยปกติแล้วเจ้าของแบรนด์ทุกคนมักต้องการเริ่มแคมเปญให้เร็วที่สุด แต่การสร้าง Timeline ก็ควรคำนึงถึงระบบการทำงานของแต่ละเอเจนซี่ด้วย ว่าใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเวลาที่ตรวจแก้ไขงานอีกด้วย ดังนั้นหากคุณมีรายละเอียดการบรีฟงานตามที่ Cotactic แนะนำไปทั้งหมดนี้ เรามั่นใจว่าการทำงานให้เป็นไปตาม Timeline ก็เป็นไปได้ไม่ยาก

Cotactic เชื่อว่าถ้าคุณทำตามสูตร GTCMIT นี้ แบรนด์จะได้รับงานตามที่ต้องการแน่นอน หรือหากกำลังตามหา Outsource ที่เชี่ยวชาญการทำโฆษณาออนไลน์อยู่ล่ะก็ สามารถติดต่อ Cotactic Media โดยการเขียนบรีฟ GTCMIT ให้เราติดต่อกลับได้เลย!