“รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.” พร้อมเดินรถ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์-สายสีแดงต่อขยาย
ร่วม 16 ปีที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทย
นับตั้งแต่ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) เมื่อปี 2553 จนถึงเปิดหวูดรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ในปี 2564 และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2570 จะรับไม้ต่อจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) เดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
พล.อ.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รฟฟท. เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา รถไฟฟ้าสายสีแดงได้มีการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ยังพัฒนาการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง หรือฟีดเดอร์ ที่สถานีรังสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเทศบาลนครรังสิต เพิ่มเส้นทางเดินรถ EV Bus (สมายบัส) 2 เส้นทาง ได้แก่ สถานีรังสิต-ถนนเลียบคลองรังสิต-สถานีรังสิต กับสถานีรังสิต-รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีคูคต-สถานีรังสิต คาดเริ่มให้บริการได้ช่วงเดือนเมษายน 2570
ขณะเดียวกันร่วมกับ ร.ฟ.ท.จัดขบวนรถไฟดีเซลรางช่วงนครปฐม-ตลิ่งชัน เป็นทางเลือกการเดินทางและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดนครปฐมเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมือง และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ยังจัดรถ EV Bus วิ่งเชื่อมสายสีแดงสถานีหลักสี่ไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
“ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีแดงมีจำนวนผู้โดยสารวันธรรมดาประมาณวันละ 30,000-40,000 คน ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อยู่ที่กว่า 20,000 คนต่อวัน ทั้งเดือนตกเดือนละ 1 ล้านต้น ๆ ตอนนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ซึ่งดำเนินการไปก่อนหน้านี้ที่เห็นชัดว่าผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาและเริ่มทรงตัว เรากำลังแก้ปัญหาฟีดเดอร์ที่สถานีรังสิตร่วมกับท้องถิ่น ให้คนเข้าถึงสายสีแดงมากขึ้น”

พล.อ.อ.คงศักดิ์กล่าวว่า ด้านรายได้ในปัจจุบันมาจากค่าโดยสาร โดยปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 370 ล้านบาท และปี 2570 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8% อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนจะหารายได้เพิ่มจากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ พื้นที่โฆษณาภายในสถานี และพื้นที่จอดรถ บนพื้นที่ว่างในแนวเส้นทางอีกด้วย
สำหรับส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. และสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช-ศาลายา ระยะทาง 20.5 กม. ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2572 คาดการณ์ว่าเมื่อเปิดให้บริการแล้วจะเป็นทางเลือกในการเดินทางแก่ประชาชน ช่วยลดเวลาการเดินทางจากจังหวัดปทุมธานีเข้าสู่กรุงเทพฯ และเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี-ศาลายาได้รวดเร็ว ลดปัญหาการจราจรติดขัด ยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต
“บริษัทมีความพร้อมในการเดินรถสายสีแดงส่วนต่อขยายที่กำลังจะเริ่มเดือนหน้าการก่อสร้างและเปิดใช้ในปี 2572 รวมถึงมีความพร้อม 100% สำหรับการกลับไปเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่จะรับมอบจากเอเชีย เอรา วัน หลัง MOU สิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2570 ได้อย่างไร้รอยต่อ”
เนื่องจากบริษัทเคยบริหารโครงการดังกล่าวมากว่า 10 ปี มีทีมงานที่มีประสบการณ์ รวมถึงมีการเตรียมแผนการดำเนินการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. ได้อนุมัติหลักการให้ ร.ฟ.ท.ว่าจ้างบริษัทเข้ามาบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2570 โดยเป็นการจ้างสัญญาปีต่อปีเหมือนกับสายสีแดง ซึ่งในปี 2570 มีระยะเวลา 8 เดือน ตามระยะเวลาที่เหลือของปี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-ธันวาคม 2570
“เท่ากับว่าปี 2570 บริษัทจะต้องทำหน้าที่บริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้า 2 สายทาง 2 สัญญา คือสายสีแดงที่ ร.ฟ.ท.จ้างเราเดินรถเป็นรายปีอยู่แล้ว สัญญาล่าสุดของปี 2570 ค่าจ้างอยู่ที่ 594 ล้านบาท ส่วนแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องค่าจ้าง ส่วนคนคงจะต้องรับโอนพนักงานจากเอเชีย เอรา วัน ที่มีอยู่ 354 คน และรับใหม่เพิ่มบางส่วน” พล.อ.อ.คงศักดิ์กล่าว