เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

งบประมาณ 65 : ก้าวไกล บี้คมนาคม เน้นถนน สนามบินเอื้อนายทุน

02 มิ.ย. 2564 | 22:32น.

“ก้าวไกล-ภูมิใจไทย” แลกหมัดงบฯลงทุนคมนาคม “สุรเชษฐ์” ซัดเน้นแต่ถนน กระจุก กทม. เอื้อทุนใหญ่ และโครงการซ้ำซ้อนเยอะ แนะกระจายอำนาจท้องถิ่น มอง “สร้าง” เมืองมากกว่า “เชื่อม” เมือง ก่อนฟาดทุกจังหวัดไม่จำเป็นต้องมีสนามบิน ด้าน “ศักดิ์สยาม” โต้ลงเงินไปกับรางมากกว่าถนน ชี้โครงการต้องซ้ำซ้อนทั้งถนน รถไฟทางคู่ ไฮสปีด เพราะลดจราจรแออัด อุบัติเหตุ 

วันที่ 2 มิถุนายน 2564 ที่รัฐสภา เกียกกาย ในการอภิปรายเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากงบประมาณปี 2565 ประมาณ 3.1 ล้านล้านบาท รัฐบาลยังคงจัดสรรแบบเดิม โดยในปีนี้มีสัดส่วนของรายจ่ายลงทุนที่ 6.24 แสนล้านบาท คิดเป็น 20.14% ของงบประมาณทั้งหมด และเป็นเงินกู้ทั้งหมด โดยจากการสแกนเบื้องต้นเป็นงบฯที่พัฒนาประเทศจริง ๆ ที่ 2.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 9.36% 

คมนาคมงบฯลงทุนมาก เน้นแต่ถนน

หากถอยออกมามองงบฯลงทุนทั้งก้อนจะอยู่ที่ 4.73 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้งบฯในส่วนนี้มากที่สุดถึง 34.6% และมีกรมทางหลวง (ทล.) ได้งบฯลงทุนสูงสุดที่ 109,443 ล้านบาท คิดเป็น 23.2% ของงบฯลงทุนทั้งหมด รองลงมาเป็นกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ซึ่งได้งบฯที่ 44,717 ล้านบาท คิดเป็น 9.5% ของงบฯลงทุนทั้งหมด จึงมีคำถามว่า การลงทุนของประเทศคือการสร้างถนนหรือ? 

และยังมีการยื้อแย่งงบประมาณกันในแบบ “มือใครยาว สาวได้สาวเอา” ของพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย เราต้องคิดว่างบฯมีจำกัด หากจัดสรรประโยชน์แบบนี้จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ควรจะจัดสรรงบฯแบบเป็นธรรม 

ตัวชี้วัดไม่ชัด

แถมตัวชี้วัดที่ระบุถึงความสำเร็จในการใช้งบประมาณก็มีข้อกังขา เช่น กรมทางหลวง (ทล.) ตัวชี้วัดคืออัตราเสียชีวิตคงที่ที่ 1.94 คน/100,000 คน ถามว่าตั้งตัวชี้วัดแบบนี้ไม่อยากแก้ปัญหาและไม่อยากรับผิดชอบใช่หรือไม่? และกำหนดความเร็วเฉลี่ยเป้าหมายแบบพอเป็นพิธีคือจาก 77.5-78 กม.ชม. ซึ่งวัดอย่างไร? เฉลี่ยอย่างไร? คลาดเคลื่อนเป็นจำนวนเท่าไหร่? และสะท้อนภาพรวมการใช้งบประมาณได้แค่ไหน? 

ซัดโปรเจ็กต์ใหญ่เอื้อนายทุน

ยังไม่รวมการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน พวกพ้อง คอร์รัปชั่น และโครงการส่วนกลางเน้นแต่โครงการใหญ่ เช่น มอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะมีภาระขาดทุนทั้งทางการเงินและทางเศรษฐกิจตามมา อีกทั้งไม่ได้ยึดโยงกับความต้องการของประชาชน สมมุติว่า ให้เงินท้องถิ่น 20,000 ล้านบาทไปคิดทำโครงการเองว่า เรื่องใดสำคัญ หากนำเงินให้ท้องถิ่นคิดเองประเทศไทยจะไปได้ไกลกว่านี้ดีมาก แต่ตอนนี้เราเป็นรัฐราชการรวมศูนย์

ลงทุนแต่ “กรุงเทพฯ”

ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจ็กต์ด้านคมนาคม ก็เน้นเอาเงินหลายล้านล้านบาทรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ ทำให้ประเทศไทยเท่ากับกรุงเทพฯ กรุงเทพฯเท่ากับประเทศไทย เหตุใดไม่กระจายโครงการออกไปตามหัวเมืองต่างจังหวัด เพื่อสร้างเมือง ไม่ใช่แค่ทำทางเชื่อมเมือง เช่น เส้นทางจากกรุงเทพฯไปนครราชสีมา มีรถไฟทางคู่แล้วยังมีรถไฟความเร็วสูงอีก แถมมีมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา ทับซ้อนอีก เป็นการเพิ่มเติมถนนมากขึ้นอีก เมื่อมีถนนเพิ่มอีก 2 เท่า แล้วคนที่มีรถส่วนบุคคลจะใช้ระบบรางทำไม และเมืองอื่น ท้องถิ่นอื่นไม่ต้องพัฒนาหรือ?

แนะสร้างเมือง

ดังนั้น โจทย์ตอนนี้คือต้องลดความซ้ำซ้อนของโครงการต่าง ๆ ระหว่างเมืองลง ไปเน้นการสร้างเมืองแทน เพราะยังขาดเมืองประเภทหัวเมืองอีกมาก อย่างประเทศญี่ปุ่นมีหัวเมืองมาก เช่น โตเกียว โอซากา เซนได  ฟูกูโอกะ ซัปโปโร่ เป็นต้น

Advertisement

อปท.ถนนมาก งบฯซ่อมน้อย

นอกจากนี้ ถนนในประเทศไทยก็แบ่งงานจัดการกันมั่วมาก โดยถนนที่ดูแลโดยหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีงบฯสำหรับซ่อมแซมถนนน้อยมากเพียง 58,000 บาท/กม.เท่านั้น เมื่อเทียบกับกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ทั้ง ๆ ที่จำนวนถนนที่ อปท. ดูแลมีมากถึง 600,000 กม. โดย ทล.มีถนนในความดูแล 78,000 กม. ได้งบฯซ่อมถนนในปี 2565 ที่ 270,000 บาท/กม. ทช.มีถนนในความดูแล 50,000 กม. ได้งบฯซ่อมถนนในปี 2565 ที่ 350,000 บาท/กม. 

ส่วนงบประมาณเปรียบเทียบซ่อมแซม/ลงทุนใหม่ในปี 2565 ทล.มีสัดส่วนที่ 20/80 และ ทช.มีสัดส่วนที่ 40/60 ซึ่งเน้นไปที่การสร้างถนนไม่ใช่คิดสร้างเมือง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องออกจากความเป็นรัฐราชการรวมศูนย์ และคิดใหม่ในเรื่องของการสร้างเมืองได้แล้ว

สนามบินไม่ต้องมีทุกจังหวัด

เช่นกันกับงบประมาณสนามบิน ทุกจังหวัดไม่จำเป็นต้องมี บางจังหวัดสามารถใช้สนามบินข้างเคียงได้ และที่แย่คือเมื่อมีสนามบินมาก ๆ ก็จะขาดทุน และแทนที่จะนำรายได้สนามบินที่มีกำไรมาอุดหนุนที่ขาดทุน ก็ดันจะเอาสนามบินที่มีกำไรโอนให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) อีก แล้ว ทอท.ก็เอาไปทำธุรกิจผูกขาดอีก

ดังนั้น ในภาพใหญ่จึงควรกระจายอำนาจและเม็ดเงินสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง  และควรมีหน่วยงาน Think Tank ด้านการพัฒนาเมืองในท้องถิ่น เพื่อกำหนดทิศทางในการพัฒนาแต่ละเมือง

สอนมวยงบฯลงทุน

ต่อมา เวลา 20.35 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า งบฯลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในปี 2565 มี 2 ส่วน 1.เงินงบประมาณปกติ 221,611 ล้านบาท และ 2.เงินนอกงบประมาณ 256,434 ล้านบาท โดยเงินนอกงบประมาณมี 3 ส่วนคือ 1.พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 2.เงินกู้กระทรวงการคลัง และ 3.จากกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์

โต้ถม “ราง” มากสุด ไม่ใช่ถนน

ซึ่งสัดส่วนการลงทุนของกระทรวงคมนาคมเน้นไปที่ระบบรางมากที่สุด วงเงิน 247,113.41 ล้านบาท รองลงมาจึงเป็นทางบก วงเงิน 195,951.4 ล้านบาท ลำดับต่อมาเป็นโครงการทางอากาศ วงเงิน 17,942.39 ล้านบาท และสุดท้ายการขนส่งทางน้ำ 6,210 ล้านบาท

ต้องซ้ำซ้อน เพื่อลดอุบัติเหตุ-จราจรแน่น

ส่วนความซ้ำซ้อนของโครงการที่มีทั้งถนน มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงที่ไม่ได้สร้างเมืองนั้น ขอเรียนว่า การสร้างทั้งถนน มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงนั้น เพราะปัจจุบัน ถ.มิตรภาพมีจำนวนรถยนต์ประมาณ 76,000 คัน/วัน ช่วงเทศกาลจะเพิ่มอีกเป็น 110,000 คัน/วัน เกิดภาวะถนนไม่พอกับรถ จราจรติดขัด และมีปัญหาอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 

โดยปี 2562 ประเทศไทยอยู่อันดับ 2 ประเทศที่มีอุบัติเหตุสูงสุด แต่ปี 2563 ประเทศไทยมาอยู่อันดับ 9 ซึ่งถือเป็นความจำเป็นที่ต้องมีมอเตอร์เวย์ไว้แยกให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นไปวิ่ง ไม่ให้เบียดกับรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ขนาดเล็กที่วิ่งพื้นราบ 

และต้องนึกด้วยว่า ที่ยกตัวอย่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมามานั้น จ.นครราชสีมาเป็น Gateway สู่ภาคอีสาน เชื่อมโยงการเดินทางในภาคอีสานกว่า 20 จังหวัด และประชากรอีก 22 ล้านคน ยังไม่รวมสินค้าที่ต้องกระจายจากส่วนกลางไปภาคอีสานอีก แถมเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม และประเทศจีนตอนใต้ 

ดังนั้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นการมองไปถึงอนาคตด้วย จึงต้องมีทั้งมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา, รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงขึ้น ทุกอย่างเมื่อสร้างเสร็จจะเชื่อมโยงการขนส่งต่าง ๆ เกิดเป็นความสามารถในการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

เผย “นายกฯ” ให้โจทย์พัฒนาแล้ว 5 ข้อ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา 5 เรื่องคือ 1.ถนน เป็นแนวตรง สัญจรสะดวก หลีกไปจากถนนเดิม 2.ไม่ผ่านชุมชน ลดเวนคืน 3.กระจายความเจริญสู่พื้นที่ใหม่ และ 4.สร้างชุมชนเมืองใหม่ รวมถึงการแยกการจราจรในเมืองออกจากการเดินทางระหว่างเมือง ซึ่งเรารับโจทย์มาทั้งหมด แล้วจัดทำเป็นแผนก่อสร้างทางรถไฟร่วมมอเตอร์เวย์ (MR-MAP) ขึ้น โดยใช้เงินจากกองทุนมอเตอร์เวย์ศึกษาแล้ว

ขายไอเดีย MR-MAP

ซึ่งออกแบบไว้แล้ว 9 แนว แบ่งเป็น เหนือ-ใต้ (North-South Corridors)  3 แนว รวมระยะทาง 2,620 กม. ประกอบด้วย 1.ช่วงเชียงราย-สงขลา (NS1) ระยะทาง 1,660 กม. 2.ช่วงหนองคาย-แหลมฉบัง (NS2) ระยะทาง 490 กม. และ 3.ช่วงบึงกาฬ-สุรินทร์ (NS3) ระยะทาง 470 กม.

และแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridors) 6 แนว ระยะทางรวม 2,380 กม. 1.ตาก-นครพนม ระยะทาง 710 กม. 2.กาญจนบุรี-อุบลราชธานี ระยะทาง 830 กม. 3.กาญจนบุรี-สระแก้ว ระยะทาง 310 กม. 4.กาญจนบุรี-ตราด ระยะทาง 220 กม. 5.ชุมพร-ระนอง ระยะทาง 120 กม. และ 6.ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 190 กม. 

โดยมีการกำหนดศึกษาโครงการที่เหมาะสมคือ 1.ชุมพร-ระนอง (แลนด์บริดจ์) 2.จากเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เชื่อมแลนด์บริดจ์ไปสู่ประเทศภายใต้ความร่วมมือกรอบ BIMSTEC 3.เชื่อมอีอีซีไป จ.นครราชสีมา และ 4.วงแหวนรอบที่ 3 คาดว่าปี 2565 น่าจะเรียบร้อย

ประโยชน์เพียบ

คาดว่าผลประโยชน์ที่จะได้จากโครงการดังกล่าวมีอย่างน้อย 3 ด้าน 1.เศรษฐกิจ เกิดการสร้างเมืองใหม่, เชื่อมโยงเครือข่ายขนส่งสินค้าลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเชื่อมโยงแหล่งผลิตผลเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมถึงมือผู้บริโภคและตลาดต่างประเทศ

2.ด้านสังคม อุบัติเหตุจากถนนผ่านชุมชนลดลง, การเวนคืนที่ดินไม่มีปัญหารวมถึงการแยกชุมชนหลังเวนคืนจะไม่เกิดอีก และรัฐเยียวยาผลกระทบด้านการเวนคืนที่ดินได้ครบวงจร เกิดการสร้างชุมชนใหม่

และ 3.ด้านงบประมาณ ลดการลงทุนของรัฐเหลือแค่การเวนคืน, เปิดโอกาสให้เอกชนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนได้

แจง “สนามบิน” ลงทุนต่อเนื่อง ไม่ได้สร้างใหม่

นายศักดิ์สยามตอบโต้กรณีการก่อสร้างสนามบินที่ไม่มีความเหมาะสมและควรให้ท้องถิ่นตัดสินใจเองนั้น  ปัจจุบันประเทศไทยมีสนามบิน 35 แห่ง เป็นสนามบินในประเทศ 29 แห่ง ดูแลโดยกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และเป็นสนามบินระหว่างประเทศ 6 แห่ง ดูแลโดย บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) แผนงานต่าง ๆ เป็นการลงทุนต่อเนื่อง ไม่ใช่การก่อสร้างสนามบินใหม่