หุ้นกู้แสนสิริ Zero Dropout 2 นาทีจองเกลี้ยงพอร์ต 100 ล้าน
เศรษฐา ทวีสิน
2 นาทีหุ้นกู้แสนสิริ Zero Dropout จองเกลี้ยง 100 ล้านบาท
ถือเป็นสถิติโลกต้องจำอีกครั้งสำหรับค่ายอสังหาริมทรัพย์มหาชนแบรนด์แสนสิริ
โดยหุ้นกู้จะโอนเข้าบัญชี “บมจ.แสนสิริ เพื่อสนับสนุนโครงการร่วมกับ กสศ.” ทันที ตอกย้ำความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้ดูแลเงินระดมทุนผ่านบัญชีผลประโยชน์ของคู่สัญญา (escrow account)
และ “กสศ.-กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” เป็นผู้จัดทำแผนรายปีและเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการ Zero Dropout ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
“เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริขอบคุณนักลงทุนที่ร่วมพลิกเปลี่ยนแปลงการศึกษา เมื่อเวลา 08.30 น.ของเช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ยอดจองซื้อหุ้นกู้แสนสิริเต็มใน 2 นาทีแรก
ตอกย้ำการรวมพลังคนไทยร่วมสร้างประวัติศาสตร์เพื่อเปลี่ยนระบบการศึกษาไทย ให้เด็กหลุดระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” รวมกับความมุ่งมั่นของแสนสิริในการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคด้านการศึกษา และจุดประกายให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน
สำหรับการบริหารจัดการเงินระดมทุน 100 ล้านบาทจากหุ้นกู้แสนสิริ จะถูกแบ่งเป็น 80% ใช้ในการสนับสนุนแก้ปัญหาเด็ก อาทิ ค่าเดินทางมาโรงเรียน ค่าอาหารเช้า อาสาสมัครที่ช่วยดูแล และพัฒนาระบบการศึกษาผ่านครูและโรงเรียน
อีก 20% ใช้ในการสร้างระบบนิเวศเพื่อความยั่งยืนในด้านการวิจัยวิชาการและการบริหารจัดการ อาทิ การสำรวจข้อมูล การพัฒนาแอปพลิเคชั่น และการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ เป็นต้น
นอกจากนี้ แสนสิริจะรายงานผลการดำเนินงานของ กสศ.ในการผลักดันให้เด็กหลุดจากการศึกษาเป็น “ศูนย์” ในทุกไตรมาส รวมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพนักงาน ลูกบ้าน ลูกค้า พันธมิตร และสังคมตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินโครงการ
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ ที่ต้องการสร้างแรงกระเพื่อมของการรับรู้และการมีส่วนร่วมในสังคมว่าทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้
เป้าหมายโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” คือการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ระยะยาว 3 ปี ครอบคลุมการพัฒนาในทุกด้าน ทั้งการเข้าถึง-คุณภาพการศึกษา-และความยั่งยืน
โดยมีเป้าหมายย่อย คือ เด็กต้องอยู่ในระบบการศึกษาในช่วงวัยภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ภายใน 3 ปี และเด็กที่ถึงเกณฑ์ต้องพร้อมเข้าเรียน ป.1 ได้ 100% ภายใน 3 ปี
โดยแผนงานจะเริ่มตั้งแต่ปี 2565 นำร่องใน 3 อำเภอ ได้แก่ “สวนผึ้ง-จอมบึง-บ้านคา” จากนั้นในปี 2566 จะขยายไปอีก 4 อำเภอ ครอบคลุมทั้งเด็กนอกระบบและเด็กปฐมวัย
และในปี 2567 ขยายงานไปยังอีก 3 อำเภอ เพื่อช่วยเหลือทั้งเด็กปฐมวัยและเด็กนอกระบบกว่า 11,200 คน ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในจังหวัดราชบุรีให้เป็น “ศูนย์”
รวมทั้งสนับสนุนทุนทรัพย์ให้เด็กได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าระบบการศึกษา (อัตรา 4,000 บาทต่อคน) จากนั้นจึงส่งต่อสู่กลไกของจังหวัด สานต่อการทำงานในระดับพื้นที่ ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป
สำหรับคนไทยที่ลงทุนในหุ้นกู้แสนสิริเพื่อโครงการ Zero Dropout ไม่ทัน สามารถบริจาคเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงการศึกษาเพิ่มเติมหลังจากนี้ได้ที่ “กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา”
ซึ่งมี 3 ช่องทางการบริจาค 1.ผ่านเว็บไซต์ กสศ. www.eef.ot.th 2.เว็บไซต์ปันบุญ www.tmbfoundation.or.th/th/Punboon และ 3.โอนเข้าบัญชี กสศ.-ธนาคารกรุงไทย