๑๐ พระราโชวาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๑๐ ดั่งพรชัยแด่ไทยทั้งแผ่นดิน

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 “ประชาชาติธุรกิจ” ขออัญเชิญ 10 พระราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งประชาชนทั่วไปเนื่องในโอกาสต่าง ๆ มาเผยแพร่ เพื่อเป็นข้อคิดและเครื่องเตือนใจให้แก่ปวงชนชาวไทยได้น้อมนำไปยึดถือปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต รวมทั้งเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ และทรงมีน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยทุกข์สุขของชาวไทยทั้งแผ่นดิน 

 

-๑-

“…ขอให้พรให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา ตลอดจนขวัญ และความสุขเพื่อปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ ประชาชน ซึ่งถ้าปฏิบัติได้ดี มีความตั้งใจ และมีความขันติ มีความอดทน ตลอดจนมีความกระตือรือร้น ที่จะศึกษาปัญหา และแก้ปัญหาก็จะได้ผลต่อประเทศ และเป็นบุญเป็นกุศลที่ท่านได้ทำให้กับตนเองด้วย เพราะว่าการปฏิบัติงานนั้น ไม่ว่าจะปฏิบัติงานใดย่อมมีปัญหา ย่อมมีอุปสรรค คือปัญหา และอุปสรรคนั้นเป็นบททดสอบ และบททดสอบนี้จะเป็นบทเรียนและสิ่งที่จะเพิ่มความสามารถให้แก่ท่าน มีอะไรก็ปรึกษากัน หาข้อมูลที่ถูกต้อง และปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ทันการณ์ สมกับสถานการณ์ และเหตุผล…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2559

-๒-

“…ในปีใหม่นี้ ขอให้ชาวไทยทุกคน ตั้งใจให้แน่วแน่ที่จะรักษาคุณสมบัตินี้

ให้เหนียวแน่น และทำความคิดจิตใจให้แจ่มใส ด้วยปัญญาที่กระจ่าง พิจารณาทุกสิ่งที่เกิดมีขึ้นตามความเป็นจริง โดยปราศจากอคติ ให้มีความมุ่งมั่น มีกำลังใจ ในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติสรรพกิจน้อยใหญ่ ในภาระหน้าที่ตามแนวพระบรมราโชบายที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ ให้งานทุกอย่างสำเร็จผล เป็นความดี ความเจริญทั้งแก่ตนเอง แก่ส่วนรวม และประเทศชาติ เป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในการนี้ ข้าพเจ้าขอปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชนชาวไทยโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานเช่นกัน…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2559

-๓-


“การอำนวยการหรือปฏิบัติการทางด้านความยุติธรรม และทางด้านกฎหมายนั้น ไม่ว่าทหารหรือพลเรือนก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อความสุข ความสงบ และความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติและประชาชน หน้าที่ของศาลทหาร ตุลาการศาลทหาร ก็มีระบุไว้แล้วในกฎหมาย แต่ทหารนั้นเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนและมีการจัดตั้งเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว ทางทฤษฎี มนุษย์เราก็สามารถจะทำความผิดได้ หรือมีความผิด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอาญาทหารหรือวินัยทหารก็ต้องมีการรักษา มีการให้ความยุติธรรม และมีการแก้ไขในการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของผู้กระทำความผิด เพราะฉะนั้น การอำนวยการยุติธรรม ขั้นตอนที่ถูกต้องก็ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ในด้านกฎหมาย ตลอดจนมีความเข้าใจในชีวิต ในสังคม หรือในอุดมการณ์ของชาติ เพราะว่ากฎหมายนั้น ใช้ให้ถูกก็ดี ใช้ให้ไม่ถูกก็เสียมาก เพราะฉะนั้นท่านเป็นผู้มีความรู้มีความสามารถมีวุฒิภาวะแล้ว ก็ย่อมพิจารณาออกว่า อะไรควร อะไรไม่ควร และนำกฎหมายไปใช้ให้ถูกต้องเพื่อระงับทุกข์ แก้ไขในเรื่องที่ไม่ถูก หรือมีบทพิพากษาให้เกิดความยุติธรรมได้”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะตุลาการศาลทหารสูงสุด ตุลาการศาลทหารกลาง ตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารกรุงเทพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560

-๔-

“…ข้อสำคัญ การจะเป็นคนที่เก่งจริงและดีแท้นั้น ต้องเป็นให้ตลอด กล่าวคือ ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ในฐานะใดก็ตาม ต้องตั้งตัวตั้งใจให้มั่นคงหนักแน่น ที่จะประพฤติตนปฏิบัติงานทุกอย่าง โดยยึดมั่นในความดีและความถูกต้องเสมอไป จึงขอให้ทุกคน ทั้งผู้ที่จะออกไปศึกษาต่อและประกอบอาชีพการงานได้รักษาความเก่งและความดีที่มีอยู่ พร้อมทั้งสร้างเสริมให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้น เพราะคุณสมบัติเหล่านี้จะเกื้อหนุนแต่ละคนให้ประสบแต่ความสุขความสำเร็จทั้งในชีวิตและกิจการงานได้แท้จริง”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตร ทุน และรางวัลของวชิราวุธวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2558 ณ วชิราวุธวิทยาลัย วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560

-๕-

“…การที่ได้เลื่อนยศสูงขึ้น ก็แสดงว่าแต่ละคนได้ประพฤติตัวดี ปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยความรู้ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอดตั้งแต่รับราชการ จึงมีความเจริญรุ่งเรืองในตำแหน่งหน้าที่ ได้รับการเลื่อนยศมาเป็นลำดับจนถึงขั้นนายพล ทุกครั้งที่มีการเลื่อนยศก็จะมีสัญญาบัตรเป็นเครื่องเตือนใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในทำนองว่า ให้รักษาวินัยอย่างเคร่งครัด ให้เว้นในสิ่งที่ควรเว้น ให้ประพฤติในสิ่งที่ควรประพฤติ ให้เชื่อฟังผู้บังคับบัญชาและบังคับบัญชาโดยธรรม ข้อนี้เชื่อว่าผู้ที่ได้รับสัญญาบัตรมาแล้วหลายครั้ง ย่อมเข้าใจเป็นอันดีและประพฤติปฏิบัติมาแล้วอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอ จึงขอให้ท่านทั้งหลายตั้งใจปฏิบัติต่อไปให้ดี ให้ยิ่งเข้มแข็ง หนักแน่น และให้ครบถ้วน ทั้งตามที่ปรากฏในสัญญาบัตรและตามที่ได้ให้คำสัตย์ปฏิญาณไว้ เพื่อให้บังเกิดผลเป็นความดีความเจริญแก่ตัวท่านเองและแก่ชาติบ้านเมืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป…”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ นายทหารชั้นนายพลและนายตำรวจชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานยศ เนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2560

-๖-

“…เราคนไทยก็สามารถฝ่าฟันไปด้วยกันได้อย่างดี ด้วยความขันติ ใจเย็น ค่อยคิดค่อยทำไปอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นด้วยสติและเหตุผลอันพอเหมาะพอควร เพื่อประโยชน์และความสุขของประเทศชาติและประชาชน ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงปกป้อง คุ้มครอง รักษาและให้ขวัญกำลังใจต่อทุกท่านถ้วนหน้า ในการที่จะเป็นพลังที่เข้มแข็งต่อประเทศ และชาติบ้านเมืองของเราสืบต่อไป…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2561 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560

-๗-

“บ้านเมืองเรามีสิ่งดีงามมากมายที่บรรพบุรุษได้สร้างสมไว้ให้เรา เด็กทุกคนผู้เป็นอนาคตของชาติ จึงมีหน้าที่สืบสานและรักษาสิ่งดีงามเหล่านั้นไว้ พร้อมทั้งสร้างเสริมพัฒนาให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไป”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560

-๘-

“…ปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์นั้น ความจริงความหมายก็คือ ปฏิบัติหน้าที่ในนามของสถาบันทั้ง 3 สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ในพระปรมาภิไธยในนัยยะนี้หมายถึง สถาบันที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายของชาติ และความสุข ความร่มเย็น และมั่นคงของราชอาณาจักร ซึ่งเป็นบ้านของเราทุกคน อันนี้ความหมายที่จะขอไขให้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ก็คือ ในนามของประชาชนชาวไทย ในนามของสถาบันสูงสุดทั้งหลายของชาติและประชาชน คือให้ความยุติธรรม ให้ความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นที่พึ่งของประชาชนและสังคม กฎหมายไม่ว่าประเทศไหนมีไว้เพื่อรักษาสิทธิ รักษาความปลอดภัย รักษาความสงบ และกฎหมายนั้นก็ลึกซึ้ง ใช้ให้ดีก็ดี แปลความให้ดีก็ดี ใช้ไม่ดีหรือหาช่องโหว่ในทางปฏิบัติมันก็ไม่ดี พอเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นทั้งศาสตร์ เป็นทั้งศิลป์ เรื่องกระบวนการยุติธรรมเนี่ย แต่หากตระหนักถึงความถูกต้อง หรือพูดง่าย ๆ ความสุขของส่วนรวม ความสงบสุข และความมั่นคงของประเทศชาติ ก็จะไปในทางที่ถูก ก็จะอ่านกฎหมาย หรืออำนวยการยุติธรรมได้อย่างไม่ผิด…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาประจำศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561

-๙-

“งานของครูนั้น ถือได้ว่าเป็นงานสร้างสรรค์อย่างแท้จริง เพราะเป็นการวางรากฐานความรู้ ความดี และความสามารถทุก ๆ ด้านแก่ศิษย์ เพื่อช่วยให้สามารถดำรงตนเป็นคนดี มีอาชีพเป็นหลักฐานและเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะเหตุที่งานของครูเป็นงานที่หนักและเป็นงานสร้างสรรค์ที่บริสุทธิ์ ผู้เป็นครูจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ ด้วยความพากเพียร อดทน และด้วยความเมตตากรุณาอย่างสูง ทั้งต้องสำรวมระวังตนในเรื่องความประพฤติปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามความต้องการที่ไม่สมควรแก่ฐานะและเกียรติภูมิของครู…”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และคณะกรรมการมูลนิธิช่วยครูอาวุโสในพระบรมราชูปถัมภ์นำครูอาวุโส ประจำปี 2559 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ และเงินช่วยเหลือครูอาวุโสเข้ารับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ และรับพระราชทานเงินช่วยเหลือ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ 13 มีนาคม 2561

-๑๐-

“ผู้ปฏิบัติราชการ นอกจากจะต้องรู้งานในหน้าที่อย่างทั่วถึงแล้ว ยังจำเป็นต้องรู้ดีชั่ว ประโยชน์และไม่ใช่ประโยชน์อย่างกระจ่างชัดเจนด้วย งานราชการซึ่งเป็นงานของแผ่นดิน จึงจะดำเนินไปอย่างถูกต้องตรงตามเป้าหมาย และสำเร็จประโยชน์ที่พึงประสงค์ คือยังความดี ความเจริญให้เกิดแก่ประเทศชาติและประชาชนได้แท้จริงและยั่งยืน”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561

 

ที่มา : สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์