Skip to content
ดูทั้งหมด

มอริซ ลาครัวซ์ นาฬิกานักดำน้ำ ฟื้นฟูโลกสีคราม

22 มิ.ย. 2566 | 07:38น.
มอริซ ลาครัวซ์

มอริซ ลาครัวซ์

ตลอดหลายศตวรรษผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์มีชื่อเสียงด้านนวัตกรรม และฝีมือที่สมบูรณ์แบบของช่างทำนาฬิกา โดยมี Maurice Lacroix (มอริซ ลาครัวซ์) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาที่มุ่งมั่นรักษาคุณสมบัติและมาตรฐานระดับสูงมากว่า 40 ปี

กล่าวกันว่า ปัจจัยสำคัญความสำเร็จของ Maurice Lacroix นอกจากความรู้ความชำนาญการผลิตนาฬิกาหรูหรา และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับธรรมชาติ จึงมักเชื่อมโยงนาฬิกาแต่ละรุ่นเข้ากับธรรมชาติอยู่เสมอ ทั้งยังสร้างอิมแพ็กต์ต่อสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม

ล่าสุดบริษัทเปิดตัวนาฬิกานักดำน้ำ PONTOS S Diver (ปองโตส เอส ไดเวอร์) รุ่นปี 2023 ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับดึง “ลีเดีย ลีอิช” นักดำน้ำฟรี ไดวิ่ง ดีกรีแชมป์โลก ผู้ซึ่งครองสถิติในการอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานถึง 5 นาที 43 วินาที มาร่วมออกแบบนาฬิกาดำน้ำรุ่นนี้ พร้อมกับรับตำแหน่ง Friend of the Brand คนสำคัญ

นอกจากนั้น เธอยังเป็นนักทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกัน และฟื้นฟูทะเลที่ถูกทำลายด้วย

สเตฟาน วาเซอร์
สเตฟาน วาเซอร์

ปองโตส เอส ไดเวอร ทนต่อโลกใต้น้ำ

“สเตฟาน วาเซอร์” กรรมการผู้จัดการ มอริซ ลาครัวซ์ กล่าวว่า ปองโตส เอส ไดเวอร์ เจเนอเรชั่น 2023 เป็นนาฬิกาที่ทนต่อสภาวะท้าทายของโลกใต้น้ำที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณของรุ่นที่เคยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2013 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการคิดค้นเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัด และพัฒนาขีดความสามารถของ “ลีเดีย ลีอิช”

“คุณสมบัติโดดเด่นของนาฬิการุ่นนี้คือ ผ่านการทดสอบภายใต้สภาวะสุดขั้วอย่างสูงสุด จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสำรวจใต้น้ำ เพราะกันน้ำได้ลึกระดับ 30 เอทีเอ็ม (ATM) และยังคงเป็นนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานตามวิถีแห่งไลฟ์สไตล์ในเมือง ตัวเรือน 42 มม.

มีให้เลือกในเวอร์ชั่นสเตนเลสสตีล และเป็นครั้งแรกกับการเผยโฉมเวอร์ชั่นรุ่นบรอนซ์ โดยประกอบด้วยเข็มชั่วโมง และนาทีผ่านการตกแต่งแบบเหลี่ยมด้าน และเดินเส้นลายด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา พร้อมกับติดตั้งด้วยระบบถอดเปลี่ยนสายได้ง่ายดาย (easy exchange system)”

นาฬิกา PONTOS S Diver ขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ เอ็มแอล115 คาลิเบอร์ (ML115 calibre) ที่จัดวางไว้ ณ กลางหัวใจของนาฬิกา PONTOS S Diver ซึ่งไม่จำเป็นต้องไขลานด้วยมือเมื่อสวมใส่นาฬิกา เม็ดมะยมถูกออกแบบขึ้นเฉพาะและจัดวางตำแหน่งไว้ ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกา สะดวกในการปรับหมุนขอบ ตัวเรือนด้านในพร้อมทั้งบรรจุด้วยสเกลนับเวลา

ขอบตัวเรือนปรับหมุนได้นี้ยังเป็นวิธีการใช้งานอันเป็นประโยชน์สำหรับการจับวัดค่าเวลาที่นำไปใช้ใต้น้ำ นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมเข็มวินาทีกลาง และการแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเม็ดมะยมที่สองซึ่งติดตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา มีไว้สำหรับปรับตั้งการแสดงต่าง ๆ และยังสามารถใช้ในการไขลานด้วยมือให้กับกลไก

สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ รุ่นสตีลมาพร้อมกับตัวเลือกของหน้าปัดสีดำตกแต่งแบบลายเกรน หรือหน้าปัดแล็กเกอร์สีขาว มีสายนาฬิกาถึงสามเส้นที่ตกแต่งด้วยสีสอดคล้องกัน ทั้งสายผ้าที่ตกแต่งด้วยชื่อแบรนด์ตัว M และสายยางอีกสองสาย ตกแต่งไว้ด้วยเอกลักษณ์ชื่อแบรนด์ Maurice Lacroix แบบนูน

สำหรับเวอร์ชั่นบรอนซ์มาพร้อมสายนาฬิกาถึงสองเส้น เส้นหนึ่งเป็นสายหนังสีน้ำเงินเข้มสไตล์วินเทจ ผสานด้วยโลโก้ M ของแบรนด์ และสายเส้นที่สองทำจากยางสีน้ำเงินเข้ม ปั๊มนูนด้วยชื่อ ‘Maurice Lacroix’ โดยรุ่นบรอนซ์ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือน รุ่นสตีลหน้าปัดสีดำ และหน้าปัดแล็กเกอร์สีขาว ราคาเรือนละ 72,900 บาท ส่วนรุ่นบรอนซ์ราคาเรือนละ 92,900 บาท

มอริซ ลาครัวซ์
ลีเดีย ลีอิช

มอริซ ลาครัวซ์ เชื่อมโยงธรรมชาติ

“สเตฟาน วาเซอร์” กล่าวด้วยว่า ลูกค้ากลุ่มใหญ่ของมอริซ ลาครัวซ์ คือ คนมิลเลนเนียล (millennials) หรืออายุระหว่าง 20-45 ปี คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่ และบรรยากาศ เพื่อปรับสมดุลของจิตใจและร่างกายภายหลังจากความเครียด และกดดันจากการทำงาน นอกจากนั้น คนกลุ่มนี้ยังชอบส่งสัญญาณไปถึงภาคธุรกิจให้ร่วมกันเร่งมือสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกด้วย

“ที่ผ่านมา มอริซ ลาครัวซ์ ได้รับคำถามเกี่ยวกับเส้นทางด้านความยั่งยืนของบริษัทจากลูกค้า และผู้สนใจนาฬิกาอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยทำนาฬิกาหลายรุ่นที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เช่น ผลิตนาฬิกาสายหนังมังสวิรัติ ที่มีส่วนช่วยลดโลกร้อน, การนำขยะพลาสติกจากท้องทะเลมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูป เพื่อใช้ในการทำวัสดุสำหรับผลิตนาฬิการุ่น Aikon #Tide รวมถึงจัดหาโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ซึ่งทำจากขยะพลาสติกในท้องทะเล โดยนาฬิกา 1 เรือน ใช้บรรจุภัณฑ์จากขวดพลาสติก 17 ขวดในการผลิต”

ทั้งนี้ มอริซ ลาครัวซ์ ยังสนับสนุนโครงการของ #tide ในประเทศไทย ด้วยการมุ่งมั่นที่จะลดมลพิษในมหาสมุทรลงให้ได้ 10 ล้านขวด ซึ่งการมีส่วนร่วมของมอริซ ลาครัวซ์ ครั้งนี้ทำให้ #tide ทำความสะอาดชายหาด และเกาะต่าง ๆ พร้อมกับสร้างโกดังใหม่ และซื้อเรือหางยาวสำหรับขนส่งขยะพลาสติกด้วย

“ผมมองว่าการทำเพื่อความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ควรทำ และมอริซ ลาครัวซ์ อยากสร้างไมนด์เซตใหม่ในสังคมด้วยว่าสินค้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลสามารถมีดีไซน์ที่สวยงาม และความคงทนได้ไม่แพ้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุแบบดั้งเดิม

การที่เราชวนลีเดีย ลีอิช นักดำน้ำฟรี ไดวิ่ง ดีกรีแชมป์โลก มาร่วมพัฒนานาฬิกา เพราะเห็นว่าเธอมีความหลงใหลในโลกใต้น้ำมาตั้งแต่เล็ก ทั้งยังเป็นนักผจญภัยตัวจริงที่มีแพสชั่นหลายอย่าง โดยเป็นทั้งนักบิน นักปีนเขา สถาปนิก และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ทำงานอย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น ชีวิตของเธอเปรียบเหมือนตัวแทนของความกล้าหาญ ที่อุทิศตนให้กับการฝึกฝนอย่างหนัก และต่อเนื่อง มากไปกว่านั้นคือความเข้มแข็งทางจิตใจของตนเอง เพื่อจะก้าวข้ามพรมแดนแห่งขีดข้อจำกัดให้ได้อยู่เสมอ”

มอริซ ลาครัวซ์
(ซ้าย) มาแซล กู้ด ผู้อำนวยการฝ่ายขาย มอริส ลาครัวซ์ ระดับโกลบอล

แชมป์โลกฟรีไดวิ่ง แรงบันดาลใจรักษ์ทะเล

ขณะที่ “ลีเดีย ลีอิช” กล่าวว่า ต้องการมีส่วนร่วมสร้างนาฬิการุ่น “ปองโตส เอส ไดเวอร์” กับมอริซ ลาครัวซ์ เนื่องจากผูกพันกับท้องทะเลมาตั้งแต่เด็ก และอยากเห็นนาฬิกาที่เหมาะสำหรับภารกิจต่าง ๆ ใต้น้ำ เพราะโดยส่วนตัวนอกจากจะดำน้ำเป็นกีฬาแล้ว ยังดำน้ำเพื่อปกป้องและฟื้นฟูทะเลที่ถูกทำลายด้วย

“มอริซ ลาครัวซ์ มักผลิตนาฬิกาที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ซึ่งดิฉันมองว่าการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ หรือแบรนด์หรูมีส่วนสำคัญมากในการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะพวกเขาสามารถส่งเสียงให้ทุกคนรับรู้ไปทั่วโลก ผ่านมาดิฉันร่วมโครงการกับองค์กรต่าง ๆ ในการเก็บขยะใต้น้ำ และเป็นทูตของ The Sea Shepherd Conservation Society

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เคลื่อนไหวเพื่อการอนุรักษ์ทางทะเล จนได้เห็นโลกใต้ทะเลที่สวยงามกำลังหมดลงเรื่อย ๆ เพราะขยะใต้น้ำ และการทำประมงที่ขาดความรับผิดชอบ จนทำให้มีเรือออกทะเลมากขึ้น และขยะก็มากขึ้นด้วย แม้พวกเขาอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่ที่สุดต้องยอมรับว่าตอนนี้มีขยะเต็มอยู่ก้นทะเล”

“ลีเดีย ลีอิช” กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างแรงกระเพื่อมปกป้องสิ่งแวดล้อมควรเริ่มจากการศึกษา ทำให้เด็กเข้าใจถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นจำเป็นต้องให้ความรู้แก่ประชาชนแต่ละท้องถิ่น ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อให้พวกเขาตระหนักว่าทะเลนั้นมีคุณค่าเพียงใด ที่สำคัญ รัฐบาลต้องออกกฎหมาย และกติกาควบคุมการประมงและลดการทำลายสิ่งแวดล้อมมากกว่านี้ด้วย

นับว่า Maurice Lacroix คือตัวแทนของธรรมชาติ และการก้าวข้ามพรมแดนแห่งขีดข้อจำกัด และนาฬิกา PONTOS S Diver ไม่เพียงสร้างบทบาทใต้น้ำ แต่ยังมีสมรรถนะที่แข็งแกร่งบนผืนดินเช่นกัน

มอริซ ลาครัวซ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักดำน้ำ นาฬิกา