ซีพีแรมเดินหน้า “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” ปีที่ 14 ปล่อยลูกปูสะสมแตะ 1.8 ล้านตัว จับตาดันปูม้าพุมเรียงขึ้นทะเบียน GI
บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานรายใหญ่ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกครั้ง เพื่อสานต่อโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” เป็นปีที่ 14 โดยร่วมกับภาครัฐ ชุมชนชาวประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าระยะ Young Crab กว่า 200,000 ตัว ลงสู่บริเวณเกาะเสร็จ บ้านพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา นับยอดสะสมตลอดอายุโครงการแตะ 1.8 ล้านตัวแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีการหารือผลักดันให้ปูม้าพุมเรียงได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและอัตลักษณ์ให้กับสินค้าประมงของชุมชน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี
พื้นที่ปล่อยพันธุ์ปูม้าปีนี้ยังคงเป็นบริเวณอ่าวพุมเรียง-เกาะเสร็จ อำเภอไชยา ซึ่งถือเป็นแหล่งนิเวศที่เหมาะสมที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเล ระดับความเค็มของน้ำเอื้อต่อการเจริญเติบโต และลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตามธรรมชาติ
หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการในปีนี้ประกอบด้วย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี) สังกัดกรมประมง บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า (ธนาคารปู) และชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ โดยซีพีแรมทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานและขับเคลื่อนโครงการมาตลอด 14 ปี

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปูม้าเป็นทรัพยากรหลักของชาวประมงท้องถิ่นและมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง การปล่อยลูกพันธุ์ครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลไกรักษาสมดุลของทะเลอ่าวบ้านดอน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางรายได้ของชุมชนประมงในระยะยาว
นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ระบุว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหารภายใต้ปณิธาน Food 3S ซึ่งครอบคลุม Food Safety ความปลอดภัยของอาหาร Food Security ความมั่นคงทางอาหาร และ Food Sustainability ความยั่งยืนทางอาหาร
โครงการนี้ยังทำหน้าที่เป็นกรณีศึกษาด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในระบบเดียวกัน ได้แก่ ชาวประมงพื้นบ้านในฐานะผู้จับสัตว์น้ำ บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ ในฐานะผู้จัดส่งเนื้อปูแปรรูป ซีพีแรมในฐานะผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน และผู้บริโภคปลายทาง โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ

การเลือกปล่อยลูกปูม้าในระยะ Young Crab แทนระยะแรกเกิดมีนัยสำคัญในเชิงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากลูกปูในระยะนี้มีพัฒนาการเพียงพอที่จะปรับตัวกับสภาพแวดล้อมในทะเลได้ดีกว่า ส่งผลให้มีอัตรารอดชีวิตสูงกว่าการปล่อยในระยะก่อนหน้า ซึ่งช่วยให้การฟื้นฟูประชากรปูม้าในธรรมชาติเกิดผลจริงในเชิงปริมาณ
โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีปล่อยลูกพันธุ์ปูม้า ผู้บริหารซีพีแรม ทีมงาน และผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนได้ร่วมกันเก็บขยะบริเวณเกาะเสร็จ เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชายฝั่งควบคู่ไปกับการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ร่วมดูแลระบบนิเวศทางทะเลทั้งการเพิ่มประชากรสัตว์น้ำและการรักษาความสะอาดของแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ

เล็งดัน “ปูม้าพุมเรียง” ขึ้น GI ภายในสิ้นปี
ในการปล่อยปูครั้งนี้ ได้มีการหารือแนวทางผลักดันปูม้าพุมเรียงให้ได้รับการรับรองเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) หรือ GI จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่าพื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นได้
กระบวนการขอขึ้นทะเบียน GI ต้องเริ่มจากระดับพื้นที่ โดยกรมประมงในพื้นที่จะต้องเป็นผู้เสนอเรื่องตามลำดับชั้น ก่อนส่งต่อไปยังคณะกรรมการพิจารณาระดับกระทรวง ซึ่งมีขั้นตอนการกลั่นกรองถึง 2-3 ชั้น คาดว่าทั้งกระบวนการจะใช้เวลาราว 1 ปี แต่ตั้งเป้าให้เรื่องเข้าสู่วาระการพิจารณาอย่างเป็นทางการได้ภายในสิ้นปีนี้
หากสำเร็จ ปูม้าพุมเรียงจะมีสถานะทางกฎหมายที่ช่วยคุ้มครองและยืนยันแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ชุมชนประมงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าประมงท้องถิ่นได้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงอาหารในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง


