เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลช่วยเหลือทางการเงิน สปป.ลาว สร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง 1,783 ล้าน
Politics รัฐบาลช่วยเหลือทางการเงิน สปป.ลาว สร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง 1,783 ล้าน
รถไฟฟ้าสายสีแดง ปรับเกณฑ์ค่าโดยสารเด็ก อายุไม่เกิน 7 ปีนั่งฟรี เริ่ม 13 ก.ย. 69
News รถไฟฟ้าสายสีแดง ปรับเกณฑ์ค่าโดยสารเด็ก อายุไม่เกิน 7 ปีนั่งฟรี เริ่ม 13 ก.ย. 69
โรบินสัน รีเฟรชแบรนด์ ชิงนักช้อปทุกเจน
Business โรบินสัน รีเฟรชแบรนด์ ชิงนักช้อปทุกเจน
หุ้นไทยพักฐานไม่เสียทรง! ดัชนี 8 เดือนพุ่ง 26.6% ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 5.1 หมื่นล้าน
Finance หุ้นไทยพักฐานไม่เสียทรง! ดัชนี 8 เดือนพุ่ง 26.6% ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 5.1 หมื่นล้าน
รัฐบาล ไฟเขียวเพิ่มกรอบเยียวยา ชายแดนไทย–กัมพูชา อีก 240 ล้าน
Politics รัฐบาล ไฟเขียวเพิ่มกรอบเยียวยา ชายแดนไทย–กัมพูชา อีก 240 ล้าน
รัฐบาล วางมาตรการเข้มสกัดทุจริตสอบราชการ เปลี่ยนระบบสอบ e-Exam ใน 3 ปี
Politics รัฐบาล วางมาตรการเข้มสกัดทุจริตสอบราชการ เปลี่ยนระบบสอบ e-Exam ใน 3 ปี
TSA เปิดให้ผู้ไม่มีตั๋วเข้าเกทได้อีกครั้ง หลังหายไปนานเกือบ 25 ปี จากเหตุการณ์ 9/11
Economic TSA เปิดให้ผู้ไม่มีตั๋วเข้าเกทได้อีกครั้ง หลังหายไปนานเกือบ 25 ปี จากเหตุการณ์ 9/11
ครม.เห็นชอบหลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.สตาร์ตอัป’ เพิ่มโอกาสถึงแหล่งทุน ให้สิทธิประโยชน์
Politics ครม.เห็นชอบหลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.สตาร์ตอัป’ เพิ่มโอกาสถึงแหล่งทุน ให้สิทธิประโยชน์
ครม.ตั้ง ‘จีระภา’ เป็นเลขาฯประกันสังคม-‘โปรดปราน’ นั่งผู้ว่าฯ กกท.
Politics ครม.ตั้ง ‘จีระภา’ เป็นเลขาฯประกันสังคม-‘โปรดปราน’ นั่งผู้ว่าฯ กกท.
ครม.ไฟเขียวปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ สกัดทุจริตสอบ ขรก. – ปรับระบบจัดซื้อรัฐ
Politics ครม.ไฟเขียวปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ สกัดทุจริตสอบ ขรก. – ปรับระบบจัดซื้อรัฐ
ดูทั้งหมด

ความยั่งยืนปี’68 เรื่องที่ธุรกิจต้องจับตา

06 ก.พ. 2568 | 07:07น.

ปี 2568 ความยั่งยืนจะยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมในประเทศ อาทิ การปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ภาระผูกพันจากการประชุม COP30 สนธิสัญญาพลาสติกโลก

นอกจากนี้ มาตรการในประเทศที่จะเพิ่มความเข้มงวด ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ภาคธุรกิจดำเนินการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน อาทิ ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาด UGT1 การห้ามนำเข้าเศษพลาสติก เป็นต้น

“จักรี พิศาลพฤกษ์” เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง จะได้รับผลกระทบทางตรงจากเรื่องดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ดี อานิสงส์ของการเปลี่ยนตลาดการส่งออกของจีน และการเร่งนำเข้าสินค้าของสหรัฐ ทดแทนสินค้าจีน จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในประเทศ และอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่งออกในระยะสั้น โดยเฉพาะกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นโยบายต่างประเทศที่กระทบไทย

มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU CBAM)ผู้นำเข้าสินค้าเป้าหมายตามมาตรการ CBAM จะต้องเสียค่าธรรมเนียมราว 80 ยูโร (ประมาณ 2,800 บาท) ต่อปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ตัน ที่เกิดจากการผลิตสินค้าดังกล่าว

ในปี 2568 จะเป็นปีสุดท้ายของการดำเนินการเฟสแรก (Phase 1 : Transitional Phase) ของมาตรการ CBAM ที่ผ่อนผันให้แค่รายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น และจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม CBAM Certificate ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

โดยสหภาพยุโรปจะทยอยประกาศระเบียบข้อบังคับ และแนวปฏิบัติ อาทิ การเข้าไปรายงานข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวในระบบ เพื่อส่งข้อมูลไปยัง EU ได้โดยตรง รวมถึงแนวปฏิบัติอื่น ๆ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบภายในปีนี้

ความร่วมมือระดับโลก COP30

ในเดือนพฤศจิกายน 2568 จะมีการประชุม COP30 ซึ่งจะกำหนดให้ทุกประเทศส่งแผน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใหม่ โดยเพิ่มความพยายามในการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศอื่น ๆ

Advertisement

เช่น สนธิสัญญาพลาสติกโลก ภาระผูกพันจากการประชุม COP ครั้งก่อน ๆ การเข้าร่วม Climate Market Club ของ World Bank ที่จะส่งผลให้เป้าหมายและแผนการดำเนินการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกของไทยให้มีรูปธรรมมากขึ้น

ผลกระทบจาก Trade War

ไทยมีความเสี่ยงอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่อาจถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้น และอาจได้รับผลกระทบจากการไหลทะลักของสินค้าจีน เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐในระดับสูง และแนวโน้มการกีดกันทางการค้ากับประเทศจีนจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์

สินค้าส่งออกที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจได้รับอานิสงส์ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ เป็นต้น ถึงแม้จะโดนกำแพงภาษี แต่น่าจะมีอัตราต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตจากจีนหรือเป็นสินค้าของบริษัทสัญชาติจีน

ประกอบกับอานิสงส์จากการประกาศถอนตัวจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) และการไม่สานต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ ดังเช่น การหยุดสนับสนุนนโยบาย Inflation Reduction Act (IRA) จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในสหรัฐ ขาดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และไม่ขยายตัวอย่างที่เคยเป็น

“จักรี” เปิดเผยอีกว่า ผลกระทบต่อประเทศไทยจากอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง จะได้รับผลกระทบทางตรง เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ พลาสติก ซึ่งจะมีความยุ่งยากในการดำเนินการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการผลิตสินค้าของตนเองให้ได้มาตรฐาน รวมถึงอาจมีต้นทุนค่าธรรมเนียมแก่ประเทศนำเข้าสินค้า และค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ

ในส่วนผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ ธุรกิจที่ไม่ได้เป็นธุรกิจส่งออกหรือเป็นเป้าหมายของมาตรการ แต่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยอาจเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับบริษัทที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดีกว่า

อย่างไรก็ดี ผู้บริโภค และผู้ส่งออกไทยอาจได้รับผลดีในระยะสั้น จากอานิสงส์ของการเปลี่ยนตลาดการส่งออกของจีนและการเร่งนำเข้าสินค้าของสหรัฐ ทดแทนสินค้าจีน โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นต้น

จักรีกล่าวต่อว่า คงต้องติดตามการกำหนดนโยบาย และมาตรการอื่นของไทยที่จะมีเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางและบริบทการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของโลก

4 ข้อเสนอรับมือมาตรการ ตปท.

ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และคาดว่าจะออกกฎหมายรองเพื่อกำหนดมาตรการบังคับใช้ได้ภายในปี 2569 ดังนี้ กำหนดให้ต้องรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และกลไกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ ได้แก่ ภาษีคาร์บอน และระบบการให้สิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ เช่น ธุรกิจบริการประเมิน ตรวจวัด และให้การรับรองคาร์บอนฟุตพรินต์ ธุรกิจพลังงานสะอาด เป็นต้น และกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ พลาสติก กลุ่มธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงและเป็นเป้าหมายของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ

ไฟฟ้าสีเขียว Utility Green Tariff (UGT) หรือไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งสามารถใช้เพื่อลด Carbon Footprint ใน Scope ที่ 2 สามารถซื้อได้โดยเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มในอัตรา 0.0527-0.0594 บาท/หน่วย ซึ่งได้รวมค่าใบรับรองการผลิตไฟฟ้าสีเขียว (REC) ในรูปแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา (UGT1) นอกจากนี้ ในระยะถัดไปจะมีไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา (UGT2) ที่สามารถระบุแหล่งที่มาของไฟฟ้าได้ โดยจะอยู่ในรูปแบบสัญญาระยะยาว

แผนพัฒนาพลังไฟฟ้า (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่ ที่จะเน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในสัดส่วนมากขึ้นเป็น 51% (พลังงานแสงอาทิตย์ 16% พลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ 16% และพลังงานน้ำจากต่างประเทศ 15%) ที่จะนำเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ไปเป็นปัจจัยกำหนดนโยบายการผลิตไฟฟ้าของประเทศสำหรับช่วงปี 2567-2580

กลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าขยะชุมชน ธุรกิจที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจพัฒนาและวิจัยแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงาน

กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น พระราชบัญญัติอากาศสะอาด กฎหมายควบคุมมลพิษทางอากาศ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและจัดการขยะพลาสติก ที่จะคอยควบคุมการดำเนินการของโรงงานและธุรกิจเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเข้มงวดมากขึ้น