ดูลักซ์ Paint the Future ระบายสีความยั่งยืนในไทย
“อั๊คโซ่ โนเบล” บริษัทข้ามชาติสัญชาติดัตช์ที่ผลิตสีและสารเคลือบ เช่น ดูลักซ์ อินเตอร์แนชชันแนล ซิคเคนส์ และอินเตอร์พอน เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในประเทศไทย ผ่านพลังแห่งสีสันที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างโซลูชั่นเพื่อความยั่งยืน
เหงียน มิ ลาน (Nguyen My Lan) กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AkzoNobel Decorative Paints เวียดนาม ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า ในเอเชีย-แปซิฟิก ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายความยั่งยืน โดยยึดหลักตามกรอบการทำงานของบริษัทในระดับโลก ซึ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยคาร์บอน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงการส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Solutions)
ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายสำหรับปี 2573 ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงครึ่งหนึ่งตลอดห่วงโซ่คุณค่า สร้างรายได้ 50% จากผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้วัสดุหมุนเวียน 100% ในกระบวนการทำงาน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิว
ในประเทศไทย อั๊คโซ่ โนเบล ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กว่า 6,000 แผงที่โรงงานในสมุทรสาครและจังหวัดชลบุรี เป็นโรงงานผลิตสีที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญในอาเซียน โดยผลิตสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สีทาภายในสูตรน้ำที่มีสารระเหย (VOC) ต่ำกว่า 85% ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้บ้านและอาคารมีอากาศที่สะอาดและดีต่อสุขภาพมากขึ้น
พร้อมเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน ด้านการประหยัดพลังงาน บริษัทได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ไฟ LED และระบบตรวจสอบการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน 20% ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้มาจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
ในส่วนของการจัดการน้ำเสีย มีการบำบัดโดยผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน โดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่
นอกจากนี้ โรงงานยังให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการลดของเสียจากวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้ตามมาตรฐานตั้งแต่ครั้งแรก (First-Time-Right) ด้วยระบบ MES และจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างรับผิดชอบจนได้รับการรับรอง Green Industry Level 3 จากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
Paint the Future
เหงียน มิ ลาน กล่าวต่อว่า โครงการ Paint the Future เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยั่งยืน โครงการนี้ได้เปิดให้สตาร์ตอัพ บริษัทขนาดกลาง สถาบันการศึกษา ซัพพลายเออร์ และลูกค้าร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นปฏิวัติวงการสีและผลิตภัณฑ์เคลือบผิว
โดยเน้นผลิตภัณฑ์เคลือบผิวอัจฉริยะ เศรษฐกิจหมุนเวียน และประสิทธิภาพในการใช้ โดยยึดแนวคิดสำคัญคือความร่วมมือที่ไร้ขอบเขต
“การนำมุมมองที่หลากหลายมารวมกันจะช่วยให้เราแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร”
ซึ่งก่อให้เกิดความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ เช่น World Green Building Council ช่วยกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ยั่งยืน และมีความรับผิดชอบร่วมกัน สร้างอุตสาหกรรมที่มีความยืดหยุ่นและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างวัฒนธรรมการแบ่งปัน เพื่อสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน



ในประเทศไทย ความสำเร็จของโครงการนี้คือ “Sound of Sisaket” ที่ได้ร่วมฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับศิลปินท้องถิ่นและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)
ซึ่งนี่เป็นมากกว่าแค่การเติมสีสัน แต่เป็นการนำชุมชนมารวมกัน จุดประกายความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีการบูรณะพื้นที่ท่าเรือนนทบุรี ร่วมมือกับเทศบาลเมืองนนทบุรี เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยอาสาสมัครกว่า 60 คน โดยได้ปรับปรุงอาคาร ซุ้มจำหน่ายสินค้า และพื้นที่สาธารณะ โดยใช้สีดูลักซ์
รวมถึงการร่วมบูรณะวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แลนด์มาร์กสำคัญของประเทศ เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและเพิ่มมูลค่าในฐานะแหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่สาธารณประโยชน์อีกมากมาย
ความท้าทาย โอกาส ความยั่งยืน
หนึ่งในความท้าทายสำคัญที่เผชิญคือความแตกต่างของตลาดและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางตลาดกำลังก้าวไปสู่มาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ต้องปรับแนวทางให้ยืดหยุ่นโดยยังคงรักษาความสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมองเห็นโอกาสมากมาย ทั้งความต้องการผลิตภัณฑ์สีเขียวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักพัฒนาก้าวหน้า โดยมีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรม เช่น โซลูชั่นที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีต่อสุขภาพ
ความได้เปรียบจากการลงทุนใน R&D และความร่วมมือกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ ภาครัฐ และชุมชน คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการสร้างโซลูชั่นที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิวของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนต่อไป