แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกของการเปิดนโยบาย ESG (Environment, Social และ Governance) แนวคิดด้านการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน
แต่กลุ่มธุรกิจ TCP หรือ ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรมยักษ์ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มรายใหญ่ของไทย เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง (Red Bull), สปอนเซอร์, เรดดี้, โสมพลัส, แมนซั่ม, เพียวริคุ, ไฮ่! และซันสแนค ก็ให้ความสำคัญกับงานใหญ่ในรอบปี TCP Sustainability Forum 2025 ที่โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์
โดยมี “สราวุฒิ อยู่วิทยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบาย ESG มิติใหม่ หรือ EESG อย่างจริงจัง เพื่อสร้างโลกใหม่ให้คนรุ่นถัดไปในอนาคต
น้ำดื่มเพื่อสุขภาพโตเร็ว
“สราวุฒิ” กล่าวถึงภาพรวมของตลาดว่า เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง ภูมิภาคที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ ตะวันออกกลางและแอฟริกา 5.60% เอเชียแปซิฟิก 5.00% ยุโรปตะวันออก 5.09% ขณะที่ละตินอเมริกาเติบโตต่ำสุดแค่ 2.70%
ทั้งคาดการณ์ว่า 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โตเร็วสุดจนถึงปี 2029 คือ น้ำดื่มบรรจุขวด เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มเกลือแร่ หรือน้ำดื่มเพื่อการกีฬา สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
บริษัทจึงเห็นโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ประชากรยังเติบโตและมีศักยภาพการบริโภคที่เพิ่มขึ้น
แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าปีนี้จะขยายตัว 3% เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ในเดือน เม.ย.ว่าโต 2.8% ส่วนประเทศไทยจะขยายตัวอยู่ที่ 2%
ขณะที่ความไม่แน่นอนยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวหลังเศรษฐกิจตกต่ำ ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ วิกฤตโลกร้อนที่ยังไร้ทางออก ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ทวีความรุนแรง ไปจนถึงความกังวลของแรงงานทั่วโลกที่เสี่ยงถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
บิ๊กธุรกิจพร้อมใจ
ปัจจัยทั้งหมดทำให้ภาคธุรกิจทุกขนาด หันมาตั้งคำถามว่า “เราจะก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปได้อย่างไร” ซึ่งนำไปสู่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบเดิม ๆ สู่การสร้างคุณค่าและความยั่งยืนแบบแท้จริง
TCP ได้พัฒนาแนวคิด ESG ไปสู่ “EESG” โดยเพิ่มมิติ Economy (เศรษฐกิจ) เข้าไป เพื่อสะท้อนว่า ESG ไม่ใช่เรื่องเลือกทำหรือไม่ทำ แต่ต้องสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และขอย้ำว่า ESG เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมทั่วโลก
กลยุทธ์ 3 แกนหลัก
กลยุทธ์สำคัญของ TCP มี 3 เสาหลักคือ การขยายการเติบโตอย่างหลากหลาย (Growth Diversification) ผ่านการศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาคือ การยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน (Operational Efficiency & Competitive Excellence) ด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาเสริม ทั้งกระบวนการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน
และ สร้างรากฐานเพื่ออนาคต (Future-Ready Foundation) ด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและฝังแนวคิด ESG ใน 4 หมวดหลัก ได้แก่ Digital, Innovation, Analytics และ Sustainability เพื่อให้ความยั่งยืนเป็นแนวคิดหลักในการตัดสินใจเชิง กลยุทธ์ และเป็นรากฐานของการเติบโตในระยะยาว

ส่วนด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น “สราวุฒิ” ย้ำว่า มีโครงการเด่น ๆ หลายงานที่ร่วมกับชุมชนและองค์กรอนุรักษ์ อาทิ โครงการน้ำ ที่กำหนดเป้าหมาย Net Water Positive ภายในปี 2573
โครงการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ที่ร่วมกับองค์กรอนุรักษ์นกและพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ขนาด 75 ไร่ ในตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ทำตามหลัก 30×30 กำหนดให้โลกมีพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2030
รวมถึงโครงการ Community ForestCarbon Project เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมดุลและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ โดยใช้ PES Model หรือโครงการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต ในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พื้นที่ 6,223 ไร่ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่
ต้องค่อยเป็นค่อยไป
ทั้งเสริมว่า TCP ยังให้ความสำคัญกับการประเมินผล วัดผลกระทบ ไม่ใช่แค่มิติทางการเงิน แต่รวมผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย SROI
โครงการแต่ละโครงการต้องมั่นใจว่า ผลต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบริษัทและความต้องการของชุมชน การวัดผลแบบนี้จะช่วยปรับปรุงโครงการให้ดีขึ้น โปร่งใสมากขึ้น ทั้งพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับรู้ได้หมด
ส่วนมิติของ Supply Chain และ SMEs ที่กำลังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ที่หลายรายยังไม่สามารถตอบสนองมาตรฐานใหม่ ๆ ได้ครบนั้น
TCP จะเลือกใช้แนวทางแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” ด้วยการสร้างความเข้าใจในมาตรฐานความยั่งยืน โดยไม่บังคับหรือสร้างภาระเกินจำเป็น ให้ความรู้แก่ SMEs และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Ecosystem ของความยั่งยืนให้เติบโตไปพร้อม ๆ กันได้
สำหรับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซีอีโอ TCP ย้ำว่า จะมุ่งใช้ข้อมูลและระบบช่วยในเรื่องการตัดสินใจ โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการขาย การตลาด และ Supply Chain ทำให้วางแผนได้เร็วขึ้น ลดความล่าช้าในงาน และตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีที่เข้ากับความเชี่ยวชาญของบุคลากร ทำให้เกิดสมดุลระหว่างระบบอัตโนมัติและมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการรักษาคุณภาพและความถูกต้องของงาน”
บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุน ESG และเรียนรู้ร่วมกัน จัดกิจกรรมอบรมทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ จัด Workshop ให้พนักงานเข้าใจแนวคิด ESG มีส่วนร่วมในโครงการความยั่งยืน พัฒนาวัฒนธรรมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม
ทุกอย่างเริ่มที่คน
การพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรเป็นหัวใจสำคัญของ TCP แม้จะมีอุปสรรค มีความท้าทาย ทุกคนก็ต้องให้ความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม ให้บรรลุเป้าหมาย ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนความร่วมมือและพัฒนาตนเอง เพราะทุกสิ่งอย่างเริ่มที่คน
การปรับตัวต่อกฎหมายและมาตรฐานสากล เราตระหนักดีจากกฎระเบียบใหม่ ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เราจึงปรับตัวมาตั้งแต่แรกนานหลายปีและลงมือทำจริง
เพราะกฎหมายใหม่อาจมีผลต่อกระบวนการผลิต การจัดการทรัพยากร และ Supply Chain การสร้างทีมที่พร้อมและทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราปรับตัวได้ทันท่วงที
“เศรษฐกิจและการลงทุนไม่เป็นอุปสรรคต่อความยั่งยืน แต่เป็นโอกาสในการสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้ธุรกิจ”
การเตรียมพร้อมต่อการปรับตัว การลงทุนในโครงการ ESG และนวัตกรรมที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงในระยะยาวได้จริง
การจัดสรรงบประมาณและการบริหารความเสี่ยง จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะจะช่วยให้ธุรกิจในเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สามารถดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่น และมีสภาพคล่องที่ดี
แม้จะเจอะเจอ และอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนก็ตาม
สุดท้าย “สราวุฒิ” ยืนยันว่า ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถในการสร้างความยั่งยืน และการสร้างคุณค่าร่วมไปกับสังคมที่เราอยู่ ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเติบโตที่ควรจะเป็น และทั่วโลกต่างโหยหา
บริษัทจึงมุ่งเน้นการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้บางขั้นตอนอาจช้าไปบ้าง หรือล่าช้ากว่าที่คาด แต่เราก็ไม่เคยหยุดนิ่ง
เพราะความยั่งยืนคือ รากฐานของธุรกิจและสังคม
การทำงานร่วมกันระหว่างพนักงาน ผู้บริหาร พันธมิตร และชุมชน จะช่วยสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงได้
ทั้งยังสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกได้จริง ทั้งด้านเทคโนโลยี ตลาด และนโยบายสาธารณะ
การดำเนินงานภายใต้แนวคิด EESG ของ TCP จึงเป็นการลงลึกถึง ESG ในเชิงรุกและลึกซึ้ง
ไม่เพียงแต่การสร้างความแตกต่างในตลาดเท่านั้น แต่เรายังมุ่งวางรากฐาน เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคตด้วย
อันเป็นแนวคิดที่ต้องเร่งทำ ไม่ใช่เพื่อคนรุ่นเรา แต่เราต้องทำเพื่อคนรุ่นใหม่ รุ่นลูกรุ่นหลาน หรือคนรุ่นถัดไปในอนาคต ที่ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียจาก “สิ่งแวดล้อม” ที่เกิดขึ้นรอบตัว
ดังนั้น การสร้างความสมดุลระหว่างการทำกำไร การดูแลสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นับเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ
เพราะการแข่งขันในเวทีโลก ความเก่งความสามารถอาจไม่ใช่ตัวแปรหลักอีกต่อไป ในเมื่อปัญญาประดิษฐ์กำลังสร้างทุกอย่างแทนที่คน
แต่ความดีต่างหากที่ AI เข้าไม่ถึง และไม่รู้จัก
เหนือความดีคือ ความตระหนัก อะไรควร-ไม่ควร ก็เป็นสเต็ปที่เหนือกว่า
เพราะเป็นที่มาของเรื่อง “จิตสำนึก” และ “ความรับผิดชอบ” ที่โลกมนุษย์และธุรกิจทั่วโลกกำลังละเลย