เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชู ภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชู ภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
ดูทั้งหมด

ซีพีเปิดเวที Stakeholder Forum 2026 ฟังเสียงผู้มีส่วนได้เสีย นำทุกมุมมอง “คิด–ทำ–ต่อยอด” ขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ปี 2030

04 ก.ย. 2569 | 10:28น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดงาน “CP Stakeholder Forum 2026: สานพลังผู้มีส่วนได้เสีย สู่เส้นทางความยั่งยืน” เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายภาคส่วน เพื่อนำข้อเสนอแนะและมุมมองที่ได้รับไปคิด ลงมือทำ และต่อยอด สู่การปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานของเครือฯ ให้ตอบสนองต่อความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนสู่ปี 2030 การจัดงานครั้งนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า ทิศทางความยั่งยืนไม่อาจกำหนดขึ้นจากมุมมองขององค์กรเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเริ่มต้นจากการ “ฟัง” เพื่อทำความเข้าใจทั้งความคาดหวัง ข้อกังวล โอกาส และประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่ามีความสำคัญต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ก่อนนำเสียงเหล่านั้นมาประกอบการกำหนดแนวทางและยกระดับการดำเนินงานในอนาคต

ภายในงาน เครือฯ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2025 พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองภายใต้หัวข้อ “From Shock to Strategy: พลิกความเสี่ยงเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ” ก่อนเข้าสู่หัวใจสำคัญของงาน คือการรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสู่ปี 2030 ภายใต้กรอบ The Triple Hs ซึ่งประกอบด้วย Heart, Health และ Home ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจึงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มประเด็น ได้แก่ Heart: Living Right ครอบคลุมการกำกับดูแลกิจการ สิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน การศึกษา และการลดความเหลื่อมล้ำ; Health: Living Well ครอบคลุมการสร้างคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคม ความมั่นคงทางอาหาร และการบริหารนวัตกรรม; และ Home: Living Together ครอบคลุมการเป็นกลางทางคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน ความหลากหลายทางชีวภาพ และการตรวจสอบย้อนกลับ นอกเหนือจากการสะท้อนความคิดเห็นต่อแนวทางดังกล่าว การหารือทั้งสามกลุ่มยังให้ความสำคัญกับ “โครงการความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสแห่งอนาคต” เพื่อยกระดับเวทีจากการรับฟังความคิดเห็นไปสู่การค้นหาโอกาสความร่วมมือระหว่างเครือฯ กับผู้มีส่วนได้เสีย และร่วมกันสร้างผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ตลอด 105 ปี เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมใน 23 ประเทศทั่วโลก จึงเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก ทั้งลูกค้า พนักงาน เกษตรกร SME คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน และสังคม การรับฟังความคิดเห็นจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจความคาดหวัง พร้อมมองเห็นทั้งสิ่งที่ดำเนินการได้ดีและช่องว่างที่ต้องเร่งปรับปรุง เวทีนี้จึงเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนที่เรายินดีรับฟังทุกปัญหา เพื่อนำเสียงของผู้มีส่วนได้เสียกลับไปปรับปรุงและพัฒนา และทำให้เราก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน”

“การรับฟังผู้มีส่วนได้เสียไม่จำกัดอยู่เพียงการจัดงานครั้งนี้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนที่เครือฯ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี Tone from the Top ซึ่งตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘คุณศุภชัย เจียรวนนท์’ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งและได้ริเริ่มเชิญผู้มีส่วนได้เสียจากภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่เครือฯ สานต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ข้อคิดเห็น ข้อกังวล และความคาดหวังที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้เสียจะถูกนำมาวิเคราะห์และจัดลำดับเป็น “ประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน” หรือ Materiality เพื่อใช้กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางการดำเนินงานของเครือฯ อย่างเป็นรูปธรรม”

ควบคู่กับการรับฟัง เครือฯ ยังให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดตามผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าด้านความยั่งยืน เป็นที่น่าภูมิใจที่ปัจจุบันมีบริษัทในเครือกว่า 22 แห่ง จัดทำรายงานความยั่งยืน จากเดิมที่การจัดทำรายงานดังกล่าวมักจำกัดอยู่เฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีข้อกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลอยู่แล้ว

ดร.ธีระพล เสริมว่า “รายงานความยั่งยืนเป็นเหมือน “สมุดพกขององค์กร” ที่ช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียเห็นทั้งการดำเนินงาน ผลลัพธ์ และความก้าวหน้าของแต่ละบริษัทได้อย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเสนอความคิดเห็นและคำแนะนำ เพื่อให้องค์กรนำกลับไปปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การรับฟังและการเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การเปิดพื้นที่รับฟังเสียงของผู้มีส่วนได้เสีย การนำข้อมูลไปกำหนดทิศทางและแนวทางการดำเนินงาน ไปจนถึงการรายงานความก้าวหน้าเพื่อเปิดรับความคิดเห็นอีกครั้ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน”

ด้านผู้เชี่ยวชาญ นายประสิทธิ์ ไวยาวัจมัย พาร์ทเนอร์และหัวหน้าสายงานความยั่งยืนองค์กรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำภูมิภาคเอเชีย จากบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด (ERM Siam) กล่าวว่า “งานนี้ถือเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างแท้จริง เป็น Good Practice สำหรับทุกองค์กร เพราะซีพีเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกคนที่เข้าร่วมได้ฟีดแบคและให้ความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการทำให้ผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดในวันนี้ถูกได้ยินจริง ๆ และซีพีได้นำไปพิจารณาและขับเคลื่อนต่อไป”

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมงานยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการต่อยอดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติอาทิ นางสาวนันทพร ตีระพงศ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือด้านระบบอาหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์กรเครือข่ายธนาคารอาหารโลก (The Global FoodBanking Network) กล่าวว่า “งานครั้งนี้ทำให้เห็นภาพการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ครอบคลุมและหลากหลายตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้เราได้เข้าใจและเห็นถึงความมุ่งมั่นของเครือฯ มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน เรามีความร่วมมือกันด้านการส่งต่ออาหารส่วนเกินผ่านองค์กรธนาคารอาหารในหลายประเทศ ทั้ง Scholars of Sustenance (SOS) ในประเทศไทย Food Bank Vietnam ในเวียดนาม Feeding Hong Kong ในฮ่องกง และ Kechara Soup Kitchen ในมาเลเซีย ซึ่งเป็นแนวทางที่มีคุณค่าและสามารถต่อยอด เพื่อส่งต่ออาหารส่วนเกินให้เข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต”

ขณะที่ นายทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย จาก Scholars of Sustenance (SOS) กล่าวเสริมว่า “การส่งต่ออาหารส่วนเกินสามารถพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานของแต่ละธุรกิจได้ เพื่อขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง และยังมีโอกาสต่อยอดความร่วมมือกับ CP ในโครงการโรงเรียนไข่ไก่ ให้เด็ก ๆ ได้รับอาหารที่หลากหลายและมีคุณค่ามากขึ้น ทั้งนี้ รู้สึกประทับใจที่เครือซีพี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความยั่งยืน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคีเครือข่าย ทั้งในด้านความท้าทายและอุปสรรคที่พบจากการทำงานร่วมกัน โดยเครือฯ ได้รับฟังและบันทึกข้อคิดเห็นไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขและพัฒนาความร่วมมือให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากเวทีรับฟังคือการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและการจ้างงานที่ดี  โดย นายอธิภัทร วรางคนันท์ ผู้แทนจากกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNFPA) ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะว่า “เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ในฐานะหัวใจสำคัญขององค์กร จึงมีโอกาสต่อยอดการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและการจ้างงานที่ดีให้ครอบคลุมทั้งพนักงานและห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการประยุกต์ใช้กรอบ PSEAH ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การอบรมบุคลากร การจัดให้มีช่องทางแจ้งเหตุและรักษาความลับ ตลอดจนระบบให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ UNFPA พร้อมสนับสนุนเครือฯ ในการนำกรอบ PSEAH มาปรับใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและการจ้างงานที่ดีของซีพีให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก”

‘CP Stakeholder Forum 2026’ จึงสะท้อนบทบาทของเวทีผู้มีส่วนได้เสียที่ก้าวไปไกลกว่าการรายงานผลการดำเนินงาน โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงเสียงสะท้อนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้ากับกระบวนการกำหนดทิศทางและพัฒนาการดำเนินงานของเครือฯ ตั้งแต่การรับฟังอย่างเปิดกว้าง การมองเห็นโอกาสและช่องว่าง ไปจนถึงการแสวงหาแนวทางความร่วมมือที่สามารถต่อยอดให้เกิดผลลัพธ์ได้จริง เสียงที่เกิดขึ้นจากผู้มีส่วนได้เสียในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อคิดเห็นที่จบลงภายในงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำมุมมองที่หลากหลายไปสู่การลงมือทำ พร้อมเปิดเผยความก้าวหน้าให้ผู้มีส่วนได้เสียติดตามและร่วมเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า