เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
SD ‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Economic ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
Tech Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
News ‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
Biz Movement เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
Finance ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
บีโอไอ ดึง 3 ยักษ์จากเกาหลี Hyundai–T-Robotics–COSMAX ปักหมุดไทย
Economic บีโอไอ ดึง 3 ยักษ์จากเกาหลี Hyundai–T-Robotics–COSMAX ปักหมุดไทย
กทม.เสริมคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา เตรียมรับระลอกใหม่ เร่งสำรวจก่อนเคาะเยียวยา
Politics กทม.เสริมคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา เตรียมรับระลอกใหม่ เร่งสำรวจก่อนเคาะเยียวยา
แสนสิริ จัดรถรับ-ส่งประชาชน เส้นรามคำแหง-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง
Real Estate แสนสิริ จัดรถรับ-ส่งประชาชน เส้นรามคำแหง-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง
ดูทั้งหมด

‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม

30 ก.ย. 2569 | 12:26น.
สฤณี อาชวานันทกุล

ช่วงที่ฝนตกหนักและนํ้าท่วมกลายเป็นข่าวที่คนไทยเห็นซํ้าแล้วซํ้าเล่า คำถามที่ตามมาไม่ใช่แค่ว่านํ้าจะลดเมื่อไร แต่คือใครต้องรับมือก่อน และใครต้องจ่ายแพงที่สุด 

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ชวนมองแรงกดดัน 3 ระดับ คือ โลก ธรรมชาติ และความสัมพันธ์ ในภาวะเอาตัวรอดที่การทำสิ่งถูกต้องและการรับผิดชอบต่อผู้อื่นมีต้นทุนสูงขึ้น ประเด็นด้านธรรมชาติถูกนำมาพูดคุยในหัวข้อ SURVIVE THE CLIMATE: เมื่อภูมิอากาศวิกฤต เราจะผ่านความลำบากไปด้วยกันได้อย่างไร

สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ Climate Finance Network Thailand (CFNT) เปิดเผยถึงคำว่าคุณธรรม อาจทำให้บางคนรู้สึกห่างเหิน จึงต้องแปลงเป็นจริยธรรม ซึ่งหมายถึงกฎกติกาที่ชัดเจนขึ้น สำหรับจริยธรรมสิ่งแวดล้อม เป็นแนวคิดที่มองว่ามนุษย์ต้องดูแลรักษาธรรมชาติ แต่เหตุผลของการดูแลแตกต่างกันได้ 3 ระดับ

ระดับแรก มองธรรมชาติเป็นเครื่องมือ (Instrumental) คือต้องดูแล เพราะหากไม่ดูแลมนุษย์เองจะเดือดร้อน แม้บางคนอาจไม่ได้สนใจสัตว์หรือป่าเลยก็ตาม 

ระดับที่สอง มองที่สิ่งมีชีวิต (Biocentrism) คือยอมรับว่าสัตว์และพืชมีคุณค่าในตัวเอง จึงต้องดูแล แม้ไม่เห็นประโยชน์ต่อมนุษย์ 

ส่วนระดับที่สาม มองระบบนิเวศเป็นองค์รวม (Ecocentrism) คือเห็นว่าระบบนิเวศของโลกมีคุณค่าในตัวเองและต้องอนุรักษ์ไว้ สฤณียอมรับว่าแนวคิดระดับที่สามเป็นสิ่งที่ตนเองยังพยายามทำความเข้าใจ

เธอยกตัวอย่างเชิงรูปธรรมของแนวคิดระดับที่สาม เช่น เอกวาดอร์ ซึ่งเป็นประเทศแรกที่รับรองสิทธิของธรรมชาติ ตามด้วยนิวซีแลนด์ และบางเมืองในสหรัฐอเมริกาที่มีการใช้หลักคิดนี้ในคดีความ ทั้งนี้ แนวคิดทั้งสามระดับไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกัน และความขัดแย้งนี้อาจเป็นหนึ่งในความท้าทาย

งานของเธอส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยด้านความยั่งยืนที่เน้นผลลัพธ์ และเมื่อคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ การวัดว่า คนมีคุณธรรมหรือไม่ต้องดูที่การกระทำ

“หากคนไทยทั้งประเทศตอบแบบสอบถามว่า รักสิ่งแวดล้อม แต่ปริมาณขยะยังมหาศาล และตัวเลขการแยกขยะไม่เพิ่มขึ้น ก็ต้องตั้งคำถามว่าสิ่งที่ตอบกับสิ่งที่ทำไปด้วยกันหรือไม่”

เมื่อดูตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมของไทยสถานการณ์ขยะ มลพิษ และป่าไม้ยังไม่ดีขึ้น ป่าไม้ยังสูญหายในแต่ละปี และยังมีความพยายามเชิงนโยบายที่จะเปิดให้ใช้ประโยชน์จากป่ามากขึ้น ขณะที่การลงทุนช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ปรับตัวรับผลกระทบจากภาวะโลกรวนก็ยังน้อยมาก ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าผลกระทบรุนแรงขึ้น

สฤณีมองว่าหากตัวชี้วัดไม่ดีขึ้น มีความเป็นไปได้สองทาง คือประชาชนพยายามเต็มที่แล้วแต่ปัญหาใหญ่กว่าระดับปัจเจก หรือยังพยายามไม่มากพอ แต่เมื่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องนโยบายด้วย การรณรงค์ระดับปัจเจกจึงไม่เพียงพอ ต้องมีข้อต่อเชิงนโยบายและกลไกระดับสังคม 

เธอเตือนว่า ไม่ควรมองทุกอย่างเป็นเรื่องการยึดรัฐทั้งหมด แต่ยอมรับว่าโครงสร้างที่ผลประโยชน์ครอบงำทำให้เจตจำนงของประชาชนผลักดันเป็นนโยบายได้ยาก

ESG จริยธรรมระดับรวม

สฤณีอธิบายว่า ระดับปัจเจกอาจไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องมีกลไกระดับสังคมด้วย เช่น ประเด็นเรื่องความยุติธรรม ตอนนี้เริ่มมีแนวคิดเรื่องความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คือการทำให้เราให้ความสำคัญว่า การแบ่งรับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมต้องไม่ตกอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

“เรื่องโลกร้อน กลุ่มเปราะบางสร้างปัญหาน้อยที่สุด คนยากจนมีวิถีชีวิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยมาก แต่ทำไมเวลาเกิดภัยพิบัติจากโลกรวน คนกลุ่มนี้ต้องแบกรับความเดือดร้อนมากที่สุด”

ส่วนหนึ่งของการคิดเรื่องความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมจึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรให้ความรับผิดชอบไปตกอยู่กับผู้ที่สร้างปัญหามากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย แต่เวลาเราคุยเรื่องคุณธรรมระดับปัจเจกต้องมองไปถึงจริยธรรมระดับรวมด้วย

สฤณีมองว่าไทยเป็นประเทศเปิดที่ค้าขายกับโลก ภาคธุรกิจจึงตื่นตัวกับมาตรฐานสากล รวมถึงกระแส ESG แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่บริษัทประกาศสร้างผลจริง เพราะยังไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ละบริษัทมีรอยเท้าทางสิ่งแวดล้อมไม่เท่ากัน และการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเดียวไม่เพียงพอหากไปสร้างขยะเพิ่มหรือลงทุนในโครงการที่ทำลายป่า

เธอยกตัวอย่างดัชนีความยั่งยืนDow Jones Sustainability Index (DJSI) ที่เคยถูกวิจารณ์เมื่อบริษัทในดัชนีถูกฟ้องร้องเรื่องข้อมูลมลพิษหรือคดีทุจริต ทำให้ผู้จัดทำต้องปรับกระบวนการ โดยเพิ่มการรับข้อมูลและพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมที่ส่งข้อมูลให้ตรวจสอบได้ แทนการพึ่งการรายงานตัวเองของบริษัท 

เธอเชื่อว่าทิศทางนี้ช่วยให้มาตรฐานน่าเชื่อถือขึ้น และปัญหาสิ่งแวดล้อมมีข้อดีตรงที่มองเห็นได้ชัด ปกปิดได้ยาก

สฤณีชี้ว่า ภาคพลังงานเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลัก โดยไทยราว 2 ใน 3 มาจากภาคนี้ หากไม่เปลี่ยนจากฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ปัญหาโลกรวนจะรุนแรงกว่าที่ควร แต่การเปลี่ยนผ่านต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม ทั้งการกระจายประโยชน์ การดูแลแรงงานที่อาจตกงานจากโรงไฟฟ้าเดิม และการเปิดให้ประชาชนเป็นผู้ผลิตและจัดการพลังงานเองได้

เทคโนโลยีโซลาร์มีต้นทุนลดลงต่อเนื่อง และพลังงานชีวภาพหลายรูปแบบทำได้ในระดับชุมชน จึงเอื้อต่อการกระจายศูนย์ (Decentralization) แต่หากโครงสร้างยังเหมือนเดิม เช่น ระบบที่พึ่งก๊าซผลิตไฟฟ้าราว 70% และมีสัญญาซื้อไฟระยะยาว 20-25 ปีที่ต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่ายแก่โรงไฟฟ้า การส่งเสริมโซลาร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้ค่าไฟลดลง และอาจแพงขึ้น เพราะเมื่อมีคนติดโซลาร์แล้วออกจากระบบมากขึ้น ภาระต้นทุนจะตกกับผู้ที่เหลืออยู่

ระบบที่พึ่งพลังงานหมุนเวียนยังต้องลงทุนในระบบส่ง สมาร์ทกริด แบตเตอรี่ และการจัดการความต้องการใช้ไฟ เช่น ปรับราคาตามช่วงเวลา จึงต้องคิดเป็นองค์รวม และต้องถามด้วยว่าเงินที่ใช้ลดค่าไฟมาจากที่ใด ซึ่งแผนกำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) จะเป็นเวทีสำคัญให้ภาคประชาชนร่วมวิพากษ์และเสนอข้อเสนอ

ทำไมต้องมีกฎหมาย

สฤณีอธิบายด้วยแนวคิดต้นทุนภายนอก (Externalities) คือเมื่อธุรกิจปล่อยมลพิษ ผู้แบกรับอาจเป็นคนป่วยที่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง โดยธุรกิจไม่ได้จ่าย หากปล่อยให้เป็นเรื่องความสมัครใจอย่างเดียว บริษัทที่ลงทุนป้องกันจะมีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่งที่ไม่สนใจ จึงต้องมีกฎหมายเพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม และลงโทษผู้ปล่อยมากตามสัดส่วน

เธอมองว่ามีนักธุรกิจก้าวหน้าที่สนับสนุนกฎหมายลักษณะนี้ เพราะหากประชาชนป่วยกันหมดหรือเกิดน้ำท่วมหนัก ธุรกิจก็อยู่ยากไปด้วย ปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องนอกเหนือธุรกิจ กฎหมายช่วยแยกบริษัทที่รับผิดชอบจริงออกจากบริษัทที่ปล่อยให้ผู้อื่นแบกรับ 

“ถ้าคนอยู่ยาก ลูกค้าป่วยกันหมด หรือน้ำท่วม ธุรกิจก็อยู่ยากทุกราย”

เศรษฐกิจเขียวไม่อาจสร้างได้ด้วยโปรแกรมสมัครใจอย่างเดียว ต้องมีกลไกทางกฎหมายที่ยกระดับสนามแข่งขันให้เท่าเทียม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วม สฤณี อาชวานันทกุล