Skip to content

หมอมนูญ เผย คนป่วยหนักถูกส่งไปวัดเอดส์จริง ชี้วันนี้ไม่ควรถูกทอดทิ้งอีก

14 ส.ค. 2568 | 19:13น.
หมอมนูญ เผย คนป่วยหนักถูกส่งไปวัดเอดส์จริง ชี้วันนี้ไม่ควรถูกทอดทิ้งอีก

หมอมนูญ เล่าย้อนเหตุการณ์ 20 ปีก่อน คนอาการหนักถูกส่งไปวัด-สังคมรังเกียจ ยันตอนนี้ HIV ไม่ใช่โรคที่ควรถูกทอดทิ้งอีก มองคนไทยใจบุญ บริจาคไปไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ภายหลังมีการรื้อฟื้นบทสัมภาษณ์อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยงานวัดพระบาทน้ำพุ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “วัดเอดส์” วัดที่รับรักษาโรคเอดส์ และมีการรับบริจาค มีอาสาสมัครเข้ามาช่วยเหลือดำเนินการดูแลคนไข้ จากกระแสเงินบริจาคของ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ใจความว่า วัดนี้ดำเนินงานในฐานะสถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ แต่คนวิจารณ์ว่า วัดกำลังหากำไรจากการรับรักษาด้วยยายืดอายุ

เลสลีย์ (นามสมมติ) เริ่มทำงานอาสาสมัครที่วัดพระบาทน้ำพุ ในปี 2546 ด้วยประสบการณ์ทำงานกว่า 15 ปี เธอทำหน้าที่ตรวจเลือด เอกซเรย์ และดูแลผู้ป่วย โดยใช้เงินส่วนตัวซื้อของจำเป็นที่ขาดแคลน เช่น ผ้าอ้อมและยา

ช่วงหนึ่งเธอและอาสาสมัครคนอื่น ๆ สามารถจัดหายาต้านไวรัสเอชไอวี (ARV) ให้ผู้ป่วยได้ถึง 53 คน แต่ต่อมาถูกห้ามเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วย ยาถูกยึด และถูกข่มขู่ให้หยุดจ่ายยาและออกจากวัด

วันหนึ่งหลังยางรถจักรยานยนต์ของเธอถูกกรีด เธอจึงออกจากวัดในปลายปี 2547 นับแต่นั้นมาไม่มีแพทย์หรือพยาบาลทำงานที่นั่นอีก

เธอและทีมพยายามช่วยผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตภายนอก หรือส่งโรงพยาบาล เพราะพบว่าผู้ป่วยราว 95% ถูกญาติทอดทิ้ง

เธอเชื่อว่าการที่ผู้ป่วยดูแข็งแรงขึ้นอาจทำให้เงินบริจาคลดลง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่เธอถูกขอให้ออก และชี้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องศาสนา แต่เป็นตราบาปทางสังคมที่วัดสะท้อนออกมา

หมอมนูญยันเรื่องจริง

ล่าสุด นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ลุยชนข่าว ถึงประเด็นบทสัมภาษณ์นี้ว่า คนไข้หมอเขียนเรื่องนี้ เมื่อ 11 ปีที่แล้ว มีอาสาสมัครต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวตะวันตก และในช่วง 20 ปีที่แล้วยังไม่มียาต้านสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนไข้ได้รับยาจากหมอสั่งจ่าย พอได้กินยา เขาก็กลับมาแข็งแรงเหมือนคนปกติ

แต่ว่าช่วงนั้นประชาชนทั่วไปยังเข้าไม่ถึง ผู้ป่วยอาการหนักใกล้เสียชีวิตถูกส่งตัวไปวัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากสังคมรังเกียจ ไม่อยากติดเชื้อ ใช้คำว่า เสียชีวิตที่นู่น และมีการเผาศพ ซึ่งหมอมนูญกล่าวว่า มันน่าจะเป็นเช่นนั้น คือ เพราะเอาคนไข้มาเป็นเครื่องมือให้คนบริจาค คนไทยที่ใจบุญอยู่แล้ว บริจาคไปโดยไม่คิดอะไรว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

แท้จริงแล้ว เราต้องรู้ว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร และโลกไปถึงไหนแล้ว ปัจจุบันโรคใบนี้ไม่ใช่โรคที่คนจะต้องรังเกียจ หรือถูกทอดทิ้งในวัดอีกต่อไป มันผ่านไปกว่า 20 ปีแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมอ เอดส์