“เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” แจงทุกปมดราม่า ลั่นไม่เคยโกงใคร

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น

วันที่ 1 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน น.ส. รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ได้ไลฟ์ผ่านเพจแถลงทุกปมดราม่า กล่าวว่า ประเด็นโกงค่าตัวไม่มีจริง ไม่เคยโกงค่าตัวใคร 70 : 30 เป็นเรื่องข้อตกลง หากมาอยู่ในค่ายจะให้ตามนี้ ที่ไม่ให้ เพราะน้องไม่ได้มาอยู่ในค่าย สัญญาใจ ไม่เป็นความจริง แต่เรามีข้อเสนอซึ่งกันและกัน เรื่องค่าตัว 3 พันบาท ที่ให้น้องเดินทางมา มันเป็นไปไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงคือ ถ้าเป็นศิลปิน จะแบ่งค่าตัวให้น้อง 3 พันบาท หากถามว่า ทำไมน้อยจัง ซึ่งตอนนั้นยังไม่ดัง ยังไม่ได้ปล่อยเพลงไม่รู้ว่า จะดังหรือไม่ดัง ซึ่งไม่เคยทาบทามน้องมาร่วมคอนเสิร์ต ในราคา 3 พันแน่นอน

เจนนี่ กล่าวต่อว่า ปัญหาเกิดได้อย่างไร มันเกิดมาจากในโซเชียล ที่น้องออกมาไลฟ์หาว่าเราด่าพ่อน้อง แต่เรื่องเกิดจากเพจหนึ่ง ที่ออกมาด่าเราตลอด ซึ่งเราปล่อยวางมานานแล้วกับเพจนี้ แต่กลับออกมาด่าเรา ด่าครอบครัวเรา ซึ่งได้ออกมาโพสต์เรื่องค่าตัว ที่พ่อน้องรู้ดี น้องรู้ดี ว่า ข้อตกลงเป็นการตกลงในการเชิญให้มาเป็นศิลปินในค่ายเรา

“เรื่องน้ำใจเรามีให้น้องอย่างแน่นอน แต่ที่เราไม่ได้ให้ไป เพราะหลังเกิดเรื่องเราไม่ได้คุยกัน พ่อน้องไม่เคยรับโทรศัพท์เราเลย ซึ่งจากเพจนี้เริ่มต้นมีคนแชร์ไป 6 พันคน ด่าน้อง ด่าหนู ซึ่งหนูก็ขอโทษพ่อน้องเก้า ที่มีคนไปด่าพ่อ ซึ่งหนูไม่เคยอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเลย โดยหนูติดต่อพ่อไปตลอด แต่พ่อเลือกที่จะไม่รับสายหนูเลย หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไร ซึ่งการที่พ่อออกมาถามว่า ร้อยล้านวิวแล้วไม่เคยคิดถึงน้องบ้างเหรอ ซึ่งเราเข้าใจว่า เป็นเรื่องผลประโยชน์ โดยเราตอบไปว่า หนูขอบคุณพ่อมากๆ และ ขอบคุณน้อง ส่วนเรื่อง 30เปอร์เซ็นต์ เราก็บอกไปว่า น้องไม่ได้แล้วนะคะเพราะน้องไม่ได้อยู่ในค่าย”

เจนนี่ กล่าวว่า เมื่อพ่อถามเรื่องผลประโยชน์ เราได้ถามทางพ่อไปตรง  ๆ ว่า ต้องการเท่าไหร่ และพ่อยังได้คุยอีกเรื่องตอนโทรมาว่า 1 หมื่นที่ให้มาไม่พอ เพราะมีค่าใช้จ่าย เรื่องที่พัก ค่ากิน ค่าเสื้อผ้า โดยค่าที่พัก พ่อบอกเองว่ามีญาติอยู่ จะไปนอนบ้านญาติ และ ไปกินข้าวกับญาติ เลยไม่ได้ดูแล และขอโทษส่วนนี้ด้วย และได้ถามน้องแล้วพอหรือไม่ น้องก็บอกว่าพอ จากนั้นมีการโทรหาผู้ใหญ่ ว่า จะทำอย่างเพราะไม่ได้คุยกันในเรื่องส่วนแบ่ง ผู้ใหญ่จึงแนะนำว่า ให้จ่ายให้น้องไป ซึ่งตอนแรกที่เราโอนไปให้ 2 หมื่นเพราะยอดวิวตอนนั้น ยังไม่ได้เงินเยอะอะไร คนทำยูทูบน่าจะรู้ดี

“ก่อนหน้านั้น เพลงดังเราออกรายการทีวีด้วยกันตลอด จนเพลง 100 ล้านวิว พ่อก็เลยโทรมา เรื่องก็เลยเกิดขึ้น โดยเราแชทไปบอกน้องว่า เราขอบคุณ ทำไมไม่รู้บอกว่าเราไม่ได้ขอบคุณ เราขอบคุณน้องมาตลอด และโทรหาน้อง น้องก็ไม่รับ เราได้โอนเงินไป 2 หมื่นแต่น้องบอกว่า ไม่รับ ไม่สบายใจที่จะรับเงิน โดยทางเรายืนยันว่า เราอยากให้เป็นค่าน้ำใจ และขอโทษที่คิดไม่ถึงในหลาย ๆ เรื่อง

ขณะที่เรื่องค่าตัว 500 บาท ถ้ารายการไหนได้ 1 หมื่นบาท เป็นไปไม่ได้ที่จะให้น้อง 500 บาท แต่ 500 บาทมีหรือไม่ มีจริงเพราะรายการนั้นได้น้อย เรื่องนี้รายการทีวีไม่ผิด เพราะทีวีเป็นสื่อที่ทำให้เรามีชื่อเสียงขึ้นมา โดยมีรายการหนึ่งได้ 3,000 บาท ได้โอนให้ 1,500 บาท ซึ่งเราได้ตามที่สมเหตุสมผล เราไม่เคยบังคับให้น้องมา เพราะเรารู้ว่ารายการที่เราไปออกทำให้เราเผยแพร่งานได้ ซึ่งมีรายการหนึ่งที่รายการทักมาว่า ช่วยให้แบ่งค่าน้ำมันรถให้น้องหน่อย แต่รายการได้ดิวแยกกัน ซึ่งสุดท้ายเราได้โอนให้ไป โดยได้มา 3,000 บาท เรายังแบ่งให้ 1,500 บาท จึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะแบ่งให้แค่ 500 บาทเท่านั้น โดยตอนนั้นเรายังไม่ได้ซื้อรถตู้ เราก็เช่าเค้ามา

ส่วนเรื่องการโกงค่ายูทูบ ชี้แจงว่า ยอดวิว 1 ล้านเท่ากับเงิน 3 หมื่นบาทไม่จริง ทุกช่องในแต่ละที่ได้เงินไม่เท่ากัน และทุกคนจะตัดสินค่ายเราว่าเรารวยจากเพลงนี้เพลงเดียวไม่ได้ เราขาดทุนในบางเพลงทุกคนก็ไม่รู้ ส่วนประเด็นสุดท้ายเรื่องนักดนตรีออกมาโจมตีบอกว่า 2 หมื่นน้อยไป ต้องบอกก่อนว่าเราให้ 30 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ มันไม่มีค่ายไหนทำกัน และยังคงยืนยันว่ารายนี้ไม่ใช่นักร้องค่ายตน เนื่องจากศิลปินในสังกัดเราจะรู้ดีว่าการรับเงิน และการรับงานเป็นยังไง

ทั้งนี้เจนนี่ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้น้องเก้าออกมาชี้แจงว่าใครเป็นคนได้รับเอกสาร เอกสารนั้นเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร และน้องทำแบบนี้เพื่ออะไร

เจนนี่ ไลฟสดชี้แจง

เจนนี่ ไลฟสดชี้แจง

โพสต์โดย ส่องดราม่า เมื่อ วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2020

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ