ฟางเส้นสุดท้าย! ‘ชลธี ธารทอง’ เปิดใจฟ้องหย่าภรรยา

หลังจากที่มีข่าวว่า ชลธี ธารทอง นักแต่งเพลงลูกทุ่งชื่อดังและศิลปินแห่งชาติ วัย 81 ปี ได้ยื่นฟ้องหย่า ครูปุ้ม ศศิวิมล ทองมา ภรรยาวัย 51 ปี ว่ามาจากสาเหตุหึงหวงหนักถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน จนตนเองทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายออกจากบ้าน มาพักอาศัยอยู่กับสาวคนสนิทรุ่นลูก และมีแพลนจะแต่งงานทันทีหลังจบเรื่องคดีนั้น ล่าสุด ครูชลธี ได้นัดสื่อมวลชนเปิดใจถึงกรณีดัวกล่าว ที่ ช่อง 9 อสมท. โดยได้เดินทางมาพร้อม เกด สาวคนสนิทตามข่าว โดยเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า

เริ่มการฟ้องหย่ากันเมื่อไหร่
ครูชลธี : ก็เหตุการณ์ล่าสุด แต่เหตุจริงๆ มันเกิดนานแล้ว ก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว 4-5 ปีหลังมีปัญหาบ่อย ก็เก็บๆ ไว้ อดทน อะไรที่มันปล่อยได้ก็ปล่อยไป หนักๆ เข้าเราก็ไม่ไหว ความอดทนเรามีขีดจำกัด พอไม่ไหวจริงๆ ผมก็เดินออกมา

เป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย
ครูชลธี : ทำนองนั้นบ้าง ก็มีเรื่องอื่นบ้าง แต่ผมพูดไม่ได้ตรงนี้ ขอไม่พูด เพราะพูดแล้วมันหนัก

แต่ฝ่ายครูปุ้มยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายแน่นอน
ครูชลธี : เหรอ ไม่เป็นไรหรอก หลักฐานมันมี มีรูปถ่ายเต็มไปหมด (โดนหนักถึงขั้นเลือดอาบ) เป็นตามตัว

อะไรที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ต้องออกมาแล้ว
ครูชลธี : เราคุยกันแล้ว เคลียร์กันแล้วแต่ไม่ลงตัว แต่ดูแล้วยังเป็นเหมือนเดิม ก็ขออนุญาต บอกเขาว่าถ้ามันลำบากนักก็คงต้องเดินคนละเส้นแล้ว เขาก็เคยนัดไปที่อำเภอบ่อยๆ ว่าจะไปหย่า ผมไปรอที่อำเภอ 3 แล้ว เขาก็ไม่ไป ผมเป็นฝ่ายขอหย่าก่อน ตัวเขาเองก็เคยพูดเรื่องหย่า หย่าก็หย่า เพราะมันมีเชื้อมีเค้ามาแล้ว ต่างคนก็ต่างหย่า เดินทางด้วยกันไม่ได้ก็จากกันด้วยดี คนเราหย่าจากกันไม่เห็นต้องเป็นศัตรูกันเลย คุยกันดีๆ ได้ เขาก็โอเค นัดที่อำเภอตั้งแต่ 3 โมงเช้า 4 โมงก็แล้ว หลายครั้งแล้วก็ไม่ไป พอนานๆ เข้ารู้สึกว่ามันไม่เข้าท่า ผมก็เลยเดินออกจากบ้านมา

แต่มีเรื่องของมือที่สาม อย่างคุณเกดเข้ามา ถามตรงๆ ว่าความสัมพันธ์ของครูชลธีกับครูเกดคือยังไง
ครูชลธี : อย่าให้เขาพูดดีกว่า เพราะเรื่องบางเรื่องมันพูดไม่ได้ ต้องไปพูดบนศาล ฟังผมพูดคนเดียวดีกว่า ต้นเหตุอยู่ที่ผมนี่ ไม่ใช่เกด เพราะเรื่องของผมกับครอบครัวเกิดมา 4-5 ปี แล้ว แต่ผมเพิ่งรู้จักเกดเมื่อ 2-3 ปีนี่เอง

ยืนยันว่าความสัมพันธ์เริ่มต้นหลังจากที่มีปัญหากับภรรยา
ครูชลธี : ผมมีปัญหาตั้งนานแล้ว มันไม่ใช่เริ่มต้นมีปัญหาเพราะว่ามารู้จักกับเกด แล้วเรื่องของผมกับเกดก็ไม่ได้เรียกว่าความสัมพันธ์ เขาก็ร้องเพลงผม ก็ศรัทธากัน เราไม่ได้ไต่ไปถึงขนาดที่ว่าเป็นอะไรกัน ผมก็เจียมสังขารบ้าง เพราะว่าสายตาคนบางคนพูดว่า วัวแก่กินหญ้าอ่อน พูดซะผมเสียหมดเลย ผมเป็นศิลปินแห่งชาติ ผมทำตัวเลอะเทอะแบบนั้นได้อย่างไง ต้องมีเหตุผล ต้องใช้เวลา อีกอย่างเกดเขาเป็นมอญด้วย มอญประเพณีเขาขลังมาก เรื่องแบบนี้ไม่ได้เลย เขาถือว่าหมิ่นประมาทไม่ได้เลย พ่อแม่ญาติพี่น้องเขาโกรธมากเลย เป็นแค่ลูกศิษย์ที่เคารพนับถือกัน ไม่ได้มีอะไร แค่พูดกระเย้า แค่พูดกันขำๆ ว่าเห้ย…คนนี้เหรอ กินเด็ก จริงๆ ไม่ได้มีอะไร แล้วที่พูดว่าหย่าจะแต่งงานใหม่ ก็พูดขำๆ เขาคิดว่าผมพูดจริง ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา ไม่ได้มีแผนการแต่งงานใหม่อะไรเลย

ยืนยันว่าครูกับคุณเกดไม่ได้อยู่ในฐานะคนพิเศษ
ครูชลธี : เขาก็มาดูแล ผมไม่มีคนขับ เขาก็มาขับให้ แล้วผมหูตาบอด

พอข่าวออกไปทำให้ครูเสียภาพลักษณ์มาก
ครูชลธี : ผมอยากจะบอกกับทุกคนนะ แฟนคลับทั้งหลายที่เสพสื่อทุกคนที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็แล้วแต่ ไม่มีฝ่ายนะ ใครก็แล้วแต่ อย่าตัดสินคนด้วยความรู้สึก ตัดสินคนด้วยตาของคุณ ถ้าคุณเห็นเรื่องจริงแล้วค่อยตัดสิน อันนี้เขาพูดมา คนที่พูดถึงผมพวกที่ไม่หวังดี ใส่ร้ายผมจนเลอะ แล้วก็เอามาแชร์ต่อ ในโซเชียลผมอ่านแล้วมึนหัว จริงๆ ผมไม่ได้อะไร เพียงแต่ว่าทำไมต้องว่ากันถึงขนาดนี้ บางคนบอกว่าตาแก่ไม่ลืมตัว แทนที่จะไปบวช ไปเข้าวัด มาใช้สรรพนามแบบนี้กับผมเหรอ คุณเป็นใคร แล้วผมเป็นใคร ผมทำตัวอะไรสกปรกเหรอ ไม่ใช่หรอก

กลัวจะกระทบกับการเป็นศิลปินแห่งชาติไหม
ครูชลธี : มันไม่กระเทือนหรอก ในกรมในกองเขาก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกัน มีคนร้องเรียนว่าจะถอดผมจากศิลปินแห่งชาติ แต่ว่าหน้าหงายกลับมา เขาบอกว่าไม่เกี่ยวข้องไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว ผมไปกระทรวงประจำ กิจกรรมของกรมผมก็ไปตลอด เจอกันตลอดก็คุยกัน

อย่างฝั่งภรรยาครูเขาก็มีหลักฐานเหมือนกัน
ครูชลธี : ก็เอาเหอะ ก็ไปเจอกันบนศาล ศาลเชื่อใครเดี๋ยวก็รู้

ครูมั่นใจในหลักฐานที่มี
ครูชลธี : ผมไม่ได้มีหลักฐานอะไร มีแต่รอยแผลที่เต็มตัวผมนี่ อย่างที่หนึ่ง และอย่างที่สองก็คือความพูดที่เขาพูดมา ผมไม่ได้บันทึก ผมใช้เทคโนโลยีไม่เป็นไง บันทึกเป็นคำพูดที่เขาว่าผมเสียๆ หายๆ พูดถึงบุพการี ผมยอมได้เหรอ เช่นพูดบอกว่า ไอ้พวกตระกูลการศึกษาต่ำ ถ้าเขาจะเถียงว่าไม่ได้พูดคำนี้ ไม่จริง ผมจำคำนี้มา 4-5 ปีแล้ว พูดอะไรกับผมได้ อย่ามาพูดถึงพ่อถึงแม่ผม มันยอมกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่ทนไม่ได้ ไม่น่าพูด ทะเลาะกับผมก็ว่าผมซิ พูดถึงพ่อแม่ผมทำไม ท่านตายไปแล้ว ยอมไม่ได้

ชีวิตคู่ที่ผ่านมา 28 ปี ไม่มีปัญหา เพิ่งมีปัญหาคือ 4-5 ปีหลังใช่ไหม
ครูชลธี : ผมทนเรื่อยมาก จริงๆ วันนี้ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก แค่นี้พอ ผมไม่อยากพูดถึงเขา เขาจะพูดถึงผมยังไงไม่รู้ แต่ผมไม่อยากพูดถึงเขา เดี๋ยวจะว่าผมไปใส่ความ เรื่องจริงๆ ไปพูดบนศาล ให้ศาลตัดสินว่าโกหกหรือเปล่า

ได้คุยกับครูปุ้ม ภรรยาล่าสุดเมื่อไหร่
ครูชลธี : ไม่คุยเลย ผมออกจากบ้านมาปีกว่าแล้ว ไม่ได้คุยเลย ผมไม่รับสาย เพราะว่าไม่มีอะไรคุย

คุณเกดก็มีกระทบเหมือนกันว่าเขามาหลอกครู
ครูชลธี : โธ่เอ้ย … มุสาชัดๆ เลย ผมให้ตังค์ยังไม่อยากเอาเลย ยัดใส่มือเขายังไม่เอาเลย เขาก็บอกว่าเขามีรายได้ เขาไม่ได้ต้องการเงินใคร เขามาช่วยด้วยความศรัทธาด้วยความเคารพ ให้เขายังไม่เอาเลย เขาโกรธด้วยหาว่าดูหมิ่นเขา จะมาหวังอะไรกับผม แล้วผมจะมีสมบัติอะไรนักหนา ไม่มีหรอก ก็มีแค่เงินเอาไว้ใช้ มีเงินศิลปินแห่งชาติ และก็ลิขสิทธิ์เพลงจากแกรมมี่

มีข่าวว่าครูหลงๆ ลืมๆ สติสัมปชัญะไม่สมบูรณ์
ครูชลธี : ผมไม่หลงไม่ลืม มิฉะนั้นจะแต่งเพลงได้ไงทุกวัน คนหลงลืมคนสติไม่ดีจะแต่งเพลงได้ยังไง แต่บางเรื่องผมไม่อยากจำเท่านั้นเอง ไร้สาระผมไม่อยากจำ ไม่เอามาใส่สมอง ผมยังแต่งเพลงอยู่ แต่งทุกวันด้วย ลูกศิษย์ผมเต็มประเทศหมด ไม่หลงลืมหรอก มาหาว่าผมหลงลืม ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ผมยังเดินตรงทางอยู่เลย (หัวเราะ)

 

ทาง “เกด” กระแสข่าวที่มาถึงตัวเราค่อนข้างโดนโจมตีหนัก
เกด : อย่างที่ให้ข่าวไปนะคะ ก็กระทบจนถึง ปัจจุบันแม่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลเราไม่กล้าไปเยี่ยมด้วยซ้ำ เพราะกลัวท่านจะถามหลายๆอย่าง อาการท่านก็หนักอยู่ค่ะ

โดนกระแสแรงถึงขั้นมาปอกลอกครู
เกด : จริงๆแล้วเรื่องนี้อยากพูด ด้วยเราทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ หาเลี้ยงพ่อแม่ ทุนอะไรก็ด้วยความสามารถของเราเอง ได้ทุน ไม่เคยเดือดร้อนพ่อแม่ ทำงานเก็บเงินให้พ่อแม่ด้วยซ้ำ เราไม่เคยคิดที่จะปลอกลอกใคร ด้วยมือเท้าเรามี แล้วครูท่านอายุเท่านี้ ท่านมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน จะมานั่งให้เด็กอย่างหนูหลอก มันไม่ใช่ค่ะ

พอมีข่าวแบบนี้คิดว่าจะถอนตัวออกจากครูไหม
เกด : ถอนตัวออกไหม จริงๆมันคือความรู้สึกดีๆ เป็นโอกาสที่จะได้ดูแลด้วยซ้ำ ด้านเคารพครูค่ะ เป็นความรู้สึกที่ลูกศิษย์ได้ดูแลคนที่เคารพมากกว่า ไม่ได้คิดนอกเหนือจากนี้ ว่าจะไปนั่งปลอกลอกครู จะมาคอยสมบัติครู กระแสเยอะมาก อ่านแล้วรู้สึก อ้าว! ไม่ได้เป็นจริงอย่างที่เขาพูด เราก็คือตัวเรา มันรู้สึกเสียใจแหละ แต่ก็ไม่รู้จะอธิบาย คนเยอะขนาดนั้น

หลังจากนี้ดูแลครูต่อไปใช่ไหม
เกด : ต้องอยู่ที่ครูท่านเลยค่ะ หนูไม่สิทธิ์ที่จะมากำหนดครูว่าครูต้องอยู่กับหนู หนูต้องดูแลครูไปตลอดชีวิต หนูไม่มีสิทธิ์มานั่งบังคับครูได้ขนาดนั้น
ครูชลธี : ผมอยากจะบอกอีกครั้ง บรรดาคนที่เสพสื่อโซเชียลทั้งหลาย ที่เป็นแฟนคลับของใครก็แล้วแต่ที่ไม่ชอบขี้หน้าผม อย่าฟังความข้างเดียว ฟังสองข้างแล้วตัดสิน นี่คุณไปฟังข้างเดียวก็ใส่ผมซะเละเทะไม่มีชิ้นดี ขอเถอะ บิณฑบาตรเถอะ ถือว่าเอาบุญ ผมไม่เคยไปสร้างเวรสร้างกรรมให้ใคร ทำมีแต่ทำประโยชน์ให้กับสังคม ผมแต่งเพลงให้พวกแฟนเพลงได้ฟัง เขาก็คิดว่าผมเป็นประโยชน์ต่อสังคม ถึงได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ไม่ใช่ประเทศไทยรู้จักผม ทั่วโลกก็รู้จักผม ฉะนั้นใครที่เอาชื่อผมไปร้องก็รู้จักกันทุกคน 100 กว่าประเทศทั่วโลกก็รู้จักทุกคน ทำไมผมถึงรู้ เพราะโลกมันแคบนิดเดียว ถึงกันหมด วันดีคืนดีชาวออสเตรเลียก็โทรหาผม ต่างประเทศก็โทรหาผม แม้แต่อเมริกาก็โทรมาสัมภาษณ์ผม เพราะฉะนั้นเราคงไม่ทำ ไม่คิดอะไรที่เลวๆหรอก เพราะเรามีเกียรติ เราภูมิใจที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศ ขอร้องแค่นี้ อย่าตัดสินคนด้วยการฟังความข้างเดียว”

อะไรที่ทำให้ “เกด” ชื่นชมและอยากจะดูแล “ครูชลธี” ใกล้ชิดขนาดนี้
เกด : จริงๆหนูก็ปฏิบัติกับครูเหมือนทุกคน เหมือนลูกศิษย์ทุกคนที่ปฏิบัติกับครู ด้วยการเดิน ไม่ใช่แค่หนูดูแลคนเดียว คนอื่นๆก็ดูแลเหมือนกัน
ครูชลธี : คนที่จะมาดูแลผม ผมต้องเลือก ต้องสกรีนก่อนว่าไว้ใจได้หรือเปล่า โดยมากไว้มจไม่ค่อยได้ เงินผมวางไว้ในรถหมื่นสองหมื่น บางทีผมก็ลืม

ทำไมครูถึงไว้ใจ “เกด”
ครูชลธี : ก็ซื่อเป็นไม้ทิ่มเลยอะ ให้ตังค์ยังไม่เอาเลย ผมบอกเอาไปเถอะเอาไปซื้อของให้พ่อแม่

“เกด” มีคนรู้ใจหรือยัง
เกด : ถามว่ามีคนคุยไหม มีค่ะ แต่ด้วยด้านครอบครัว เรียนหนูก็ได้มุ่งจะมี มุ่งให้สำเร็จเป็นอย่างๆ ด้วยเรายังเลี้ยงท่านไม่เต็มที่ ในความรู้สึกเรา อยากดูแลท่านให้ถึงที่สุด อะไรที่จะมีมันก็ดำเนินไปตามเวลา ณ ตอนนี้ไม่มี อยู่กับน้อง กับหลาน”

หลังจากนี้คนมุ่งเป้าไปว่า “เกด” จะมาเป็นแฟนคนใหม่ของครู
เกด : อันนี้ก็ห้ามความคิดไม่ได้ อย่างที่บอกค่ะ เวลาให้ดำเนินไป เพราะหนูมานั่งกะเกณฑ์อะไรไม่ได้ หนูก็เป็นตัวหนูค่ะ ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปว่าหรือด่าใคร เพราะหนูไม่คิดที่จะตอบโต้ใครอยู่แล้ว หนูก็อยู่ที่เป็นตัวหนู ดูแลพ่อแม่ อยากบอกว่าไม่ได้คิดมานั่งปลอกลอกใคร ไม่ได้คิดมานั่งรอสมบัติใคร พ่อแม่หนูมีที่จะต้องดูแล มีน้อง ตั้งแต่เจอกับครู ไม่มีความที่จะขอเงินหรือปลอกลอกครูใดๆทั้งสิ้น ณ ปัจจุบันนี้หนูไม่เคยขอเงินครูแม้แต่บาทเดียว ยืนยันได้เลยค่ะ เช็คบัญชีเลยค่ะ หรือที่ครูให้ซื้อขนมให้เป็นสิทธิ์ของครูท่านค่ะ หนูไม่มีสิทธิ์ไปห้ามท่าน

 

เหมือนพอข่าวออกไปมีการขุดคุ้ย “เกด” อยากบอกอะไรไหม
เกด : มันก็เป็นประวัตินะคะ เราอยู่กับปัจจุบัน จะย้อนอดีตหรือขุดคุ้ยอะไร หนูก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปนั่งห้ามใครได้ ชีวิตต้องดำเนินไป เรามีพ่อแม่ที่จะต้องดูแลต่อ

ครูมีกำหนดขึ้นศาลเมื่อไหร่
ครูชลธี : วันที่ 10 มิถุนายนครับ อยากให้ทุกคนไปฟังความจริง”
เกด : เวลา 9.00 น. ศาลเยาวชนและครอบครัว”
ครูชลธี : ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.กาญจนบุรี”

นัดไกล่เกลี่ยหรือตัดสิน
ครูชลธี : ตัดสินเลย ผมฟ้องหย่า แต่ผมจะบอกกับศาลว่าอะไรก็ได้ แต่วันนี้ผมต้องหย่า อยู่ด้วยกันไม่ได้
เกด : น่าจะมี 3 นัดนะคะ 10 มิ.ย. ครั้งที่2 วันที่ 1 ก.ค. แต่นัดที่ 3 ยังไม่ทราบวัน”

ครูพร้อมเผชิญกับ “ครูปุ้ม” ใช่ไหม
ครูชลธี : โถๆ ผมจะไปกลัวใคร มีอะไรต้องกลัว

ทาง “ครูปุ้ม” ยืนยันว่าจะไม่หย่า แต่ครูจะหย่าแน่นอนใช่ไหม
ครูชลธี : แน่นอน ผมหย่าแน่นอน ( เขาบอกว่ายังรักครู ) ให้เขาไปเหอะๆ ถ้าเขารักผมเขาต้องไม่ทำแบบนั้น แต่ทำอะไรผมยังไม่บอก ผมจะพูดในศาล เย็นนี้จะแถลงอะไรก็แถลง แต่อย่าพาดพิงถึงผมนะ เดี๋ยวผมฟ้องซ้ำอีก

ความรู้สึกของครูกับ “ครูปุ้ม” ตอนนี้เป็นอย่างไร
ครูชลธี : ไม่เหลืออะไรแล้ว ถ้าเขากับผมเขาต้องไม่ประจาน วันนี้เขาประจานผมในโซเชียลแหลกเละแล้ว คนเป็นครูไม่น่าจะใช้ภาษาแบบนี้กับผม

สุดท้ายครูอยากบอกอะไรกับแฟนเพลงบ้าง
ครูชลธี : แฟนเพลงทั้งหลาย ท่านก็มีใจเป็นธรรม ถ้ารักผม ศรัทธาผม ก็บอกแล้วว่าฟังหูไว้หู อย่าไปเชื่อให้มากนัก แต่ก็ไม่ต้องเขื่อผมทั้งหมดหรอก ท่านไตร่ตรองดูว่าการกระทำของผมเป็นยังไง 50 ปี ที่ผมอยู่ถนนบันเทิงมา ผมทำอะไรบ้าง ผมทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง ชีวิตผมมีแต่ให้อย่างเดียว เขาก็มีส่วนได้จากชีวิตผม แต่ผมไม่พูดหรอก เดี๋ยวหาว่าทวงบุญคุณ

คลิกอ่านเพิ่มเติม…ครูปุ้ม ภรรยา ชลธี ธารทอง หอบหลักฐานโต้กลับ ไม่เคยทำร้ายร่างกาย-ด่าพ่อแม่

ที่มา:มติชนออนไลน์

Previous article“แอคคอร์”ลุยปั้นแบรนด์ลักเซอรี่-ไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้า2ปี280แห่ง
Next articleรถยนต์ไฟฟ้าคืออนาคต เกมใหม่โลก ต้องไม่กะพริบตา