เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

รู้จัก ‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

30 ส.ค. 2568 | 12:00น.

เรามักคุ้นเคยกับยาคีโม (Chemotherapy) หรือยาเคมีบำบัด ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยหลายท่านมักกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้นมากในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาตัวยาที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า เรียกว่า “ยามุ่งเป้า

ยามุ่งเป้าคืออะไร

ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) คือยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษามะเร็งอย่างตรงจุด ออกฤทธิ์จำเพาะในการยับยั้งการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่มีความผิดปกตินั้น ๆ เช่น ยีนกลายพันธุ์

ยามุ่งเป้าใช้ในกลุ่มมะเร็งชนิดใดบ้าง

ยามุ่งเป้าไม่ใช่ยาที่สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยมะเร็งทุกราย จำเป็นต้องมีการตรวจสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) เช่น การตรวจยีนหรือโปรตีนที่มีการกลายพันธุ์ โดยส่งชิ้นเนื้อมะเร็งตรวจ เพื่อให้ใช้ยาได้เหมาะสมกับชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย

มะเร็งที่สามารถรักษาโดยใช้ยามุ่งเป้า ได้แก่ :
•มะเร็งเต้านม
•มะเร็งกระเพาะอาหาร
•มะเร็งปอด
•มะเร็งลำไส้
•มะเร็งต่อมลูกหมาก
•มะเร็งต่อมไทรอยด์
•มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด
•มะเร็งตับ
•มะเร็งไต

ชนิดและการทำงานของยามุ่งเป้า

ปัจจุบันยามุ่งเป้ามี 2 รูปแบบคือ
• ยาเม็ดรับประทาน
• ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ชนิด Monoclonal Antibody

แพทย์อาจรักษาด้วยการให้ยากลุ่มนี้เพียงอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับการรักษารูปแบบอื่น เช่น การฉายรังสี หรือยาเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

•อาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ
•คลื่นไส้อาเจียน
•ท้องผูก ท้องเสีย
•ความดันโลหิตสูง

อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถแก้ไขได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้ยามุ่งเป้า

1.ต้องตรวจยีนหรือโปรตีนก่อนเสมอ เพื่อยืนยันว่าตรงกับกลไกของยา
2.ไม่ใช่ทุกคนจะได้ผลจากยา บางรายอาจตอบสนองไม่ดี หรือเกิดการดื้อยา
3.ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
4.มีโอกาสดื้อยาได้เมื่อใช้ไปนาน ๆ
5.ผลข้างเคียงยังคงมี แต่โดยทั่วไปน้อยกว่ายาเคมีบำบัด
6.ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ควรตรวจสอบสิทธิการรักษาและประกันสุขภาพ
7.ต้องติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด ตรวจเลือดและถ่ายภาพรังสีเป็นระยะ

“ยามุ่งเป้า” ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น และลดผลข้างเคียงลงได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้จะใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยที่มียีนหรือโปรตีนผิดปกติ ตรงกับกลไกของยาเท่านั้น ดังนั้น การตรวจยีนก่อนเริ่มรักษา และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

บทความโดย: นายแพทย์อัศวเดช แสนบัว
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา รพ.เวิลด์เมดิคอล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มะเร็ง ยารักษาโรคมะเร็ง