Skip to content

มิติใหม่เงินดิจิทัล ? Programmable Money

06 ส.ค. 2568 | 11:31น.
มิติใหม่เงินดิจิทัล ? Programmable Money

ไม่กี่วันที่ผ่านมา บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ได้เปิดตัวการทดสอบโซลูชั่นการชำระเงินที่เรียกว่า THB Programmable Payment โครงการทดสอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เปิดให้ภาคเอกชนทดลองนำเทคโนโลยีการชำระเงินรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้ในพื้นที่จำกัด

เงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ ?

นิยามเบื้องต้นของ Programmable Money คือ เงินที่สามารถตั้งเงื่อนไขการใช้งานได้ล่วงหน้า โดยใช้ Smart Contract บนเทคโนโลยีบล็อกเชน ในการแปลงสินทรัพย์เป็น “โทเค็น” และมีการทำ DLT (Distributed Ledger Technology) เทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ ช่วยให้ข้อมูลธุรกรรมมีการบันทึก และจัดเก็บบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายเครื่องทำให้ข้อมูลธุรกรรมสามารถเปิดเผยได้ แตกต่างไปจาก Digital Money ที่มีการควบคุมจาก “ตัวกลาง” และรวบรวมบัญชีไว้ที่ผู้ให้บริการรายนั้น ๆ ขณะที่การใช้งานได้ทั่วไปยังไม่สามารถตั้งเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจงได้

“บิทคับ” และพันธมิตรจะเริ่มทดสอบการใช้งานในร้านค้าอย่าง Villa Market และแพลตฟอร์ม Astronize บริษัทเกมออนไลน์ ในเดือนสิงหาคมนี้

ในฐานะที่ “บิทคับ” เชี่ยวชาญเทคโนโลยีบล็อกเชน และคริปโตเคอร์เรนซี ย่อมนำไปสู่คำถามสำคัญที่ว่า “เทคโนโลยีชำระเงินแบบใหม่” ที่มี “บล็อกเชน” เป็นพื้นฐานนั้นมีประสิทธิภาพเหนือกว่า คุ้มค่ากว่าระบบการชำระเงินแบบเดิมอย่าง “พร้อมเพย์” อย่างไร

การทดสอบทดลองครั้งนี้ก็เพื่อประเมินศักยภาพทั้งหลาย และไม่ใช่แค่ “บิทคับ” แต่มีอีกหลายบริษัทกำลังร่วมทดสอบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น JFIN, TrueMoney รวมไปถึงสถาบันการเงิน และธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง

“THB-THBK” บนบล็อกเชน

“ภาสกร ปานนอก” ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด อธิบายแนวคิด และนิยามที่อ้างอิงจาก ธปท.ว่า Thai Baht Programmable Payment เป็นการชําระราคาค่าสินค้า และบริการที่มีการใช้เทคโนโลยีกําหนดเงื่อนไขการทําธุรกรรมไว้อัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนํามาประยุกต์ใช้กับบริการทางการเงินได้หลากหลายรูปแบบ โดยมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนวางอยู่บนแนวคิดของการ “ลดต้นทุนในการพิสูจน์ยืนยันธุรกรรม” และเพิ่มระดับความโปร่งใสในการชำระเงิน ซึ่งทุกอย่างสามารถตรวจสอบย้อนได้ผ่าน Smart Contract

ตามโรดแมปการทดสอบ THB Programmable Payment แบบ Enhanced Regulatory Sandbox นั้น “บิทคับ บล็อกเชน”ได้ทดลองแปลงเงินบาทที่โอนมาจากแพลตฟอร์มธนาคาร ให้เป็นโทเค็นในรูปแบบ THBK แบบ 1:1 บนวอลเลต Bitkub Next ได้แล้ว (THBK คือ หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดมูลค่าคงที่โดยอิงกับมูลค่าเงินสกุลบาท 1 THBK มีมูลค่าเท่ากับ 1 บาท)

“THB คือสกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย แบงก์ชาติเป็นผู้ออก ใช้ชำระหนี้เป็นการทั่วไปได้ ส่วน THBK บิทคับเป็นผู้ออกภายใต้การทดสอบใน Sandbox ใช้สําหรับทดสอบการชำระราคาที่มีการกําหนด เงื่อนไขอัตโนมัติ (Programmable Payment) ในขอบเขตที่กําหนด ไม่สามารถใช้เป็นการทั่วไป ลักษณะจะเป็น Digital Token ที่อิงกับมูลค่า THB บนบล็อกเชน ใช้ทดสอบในวงจํากัดบนระบบ KUB Chain”

ผนึกพันธมิตรโชว์เคส

โดยการทดสอบแบ่งเป็นสามส่วน ส่วนที่ 1 ใช้ Programmable Payment ซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล เช่น Digital Ticket, NFT, Investment Token และ Utility Token ภายใน Bitkub Ecosystem ที่กำหนด โดยจะแลกเปลี่ยนเงินบาทเป็น THBK ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Bitkub Next

ส่วนที่ 2 บริการ Escrow Payment หรือการทดสอบกระบวนการชำระเงิน และทำธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อ/ผู้ขาย โดยนำเทคโนโลยี DLT และ Smart Contract มาดูแลรักษาเงิน และกำหนดเงื่อนไขการโอนเงิน เช่น การจ้างงาน Freelance การส่งมอบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไข และระบบจะโอนเงินไปยังบัญชีผู้รับโดยอัตโนมัติ โดยจะเปิดให้ทดลองใช้บริการ Escrow Payment สำหรับซื้อสินค้าใน Villa Market ภายในเดือนสิงหาคมนี้

ส่วนที่ 3 การโอน THBK ข้ามเครือข่าย และนำไปใช้ประโยชน์ในระบบนิเวศของ JFIN CHAIN เป็นการทดสอบ Cross-Chain Transfer Protocol ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างบล็อกเชนด้วยการ Mint and Burn จะเริ่มเปิดให้ทดสอบภายในเดือนกันยายน

“การใช้วอลเลต Bitkub Next ต้องมีการยืนยันตัวตน มีบัญชีธนาคารไทย จึงโอนเงินบาทเข้ามาได้ และเมื่อเปลี่ยนเป็น THBK ไปทดสอบใช้งานแล้วก็สามารถแปลงกลับเป็นเงินบาทแล้วถอนกลับสู่บัญชีธนาคารโดยเสียค่าธรรมเนียมการถอน ซึ่งเราคาดหวังว่าจะไม่ค่อยมีการถอนอยากให้ใช้ทดสอบหมุนเวียนในระบบ”

และระยะต่อไปจะเป็นการเริ่มทดลองใช้งานโดยให้ชำระจริงในพื้นที่จำกัด มีพาร์ตเนอร์สำคัญอย่าง Villa Market เข้าร่วมทดสอบ THB Programmable Payment เพื่อประเมินศักยภาพการใช้งานภายในเดือนนี้

มิติใหม่ “เงินบาทดิจิทัล” ?

“KPI ที่ตั้งไว้ คือ อยากเห็นคนใช้วันละ 500-3,000 คน วงเงินไม่เกินคนละ 5 แสนบาท ปัจจุบันศักยภาพในการรองรับธุรกรรมของเครือข่าย Kub Chain อยู่ที่ 10,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่งเพียงพอต่อการทำธุรกรรมพร้อมกันจำนวนมาก เราเคยทดลองมากสุดที่ 12,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่งเป็นประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับระบบการชำระเงินดั้งเดิม”

อย่างไรก็ตาม การทำธุรกรรมบนบล็อกเชนจะมีค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า “ค่าแก๊ส” ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้คริปโตเคอร์เรนซีที่เป็น “Native Token” ของบล็อกเชนนั้น ๆ

ดังนั้นหากคาดหวังให้เกิดการใช้งาน 3,000 รายต่อวัน ที่รายละไม่เกิน 5 แสนบาท ย่อมมีการทำธุรกรรมมากสุด 500 ล้านบาท

น่าสนใจว่าจะมีการจัดสรร “ค่าแก๊ส” อย่างไร “ภาสกร” กล่าวว่า จะเป็นเช่นเดียวกับการทำธุรกรรมบนระบบพร้อมเพย์ ที่ธนาคารเป็นคนอุดหนุนค่าธรรมเนียม เท่ากับว่า “บิทคับ” จะอุดหนุนค่าแก๊สกว่าแสน KUB Coin (Native Token ของ Kub Chain) ในการทำธุรกรรมที่เกิดบนบล็อกเชน

ปัจจุบัน 1KUB มีมูลค่า 48.15 บาท อุปทานสูงสุด 110 ล้าน KUB อุปทานหมุนเวียน 68.97 ล้าน KUB ทำให้มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท

ในเดือน ส.ค.นี้จะทดสอบใช้กับ Astronize แพลตฟอร์มให้บริการเกมรูปแบบ Hybrid GameFi และขยายไปสู่ Jaymart ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์เสริม และ Gadget รวมไปถึงร้าน Casa Lapin พาร์ตเนอร์ที่ร่วมทดสอบ โดยระยะเวลาการทดสอบจะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้ และคงต้องรอดูกันต่อว่าจะมีการนำออกจาก Sandbox ไปทดสอบในระยะต่อไปเมื่อไร และอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Bitkub (บิทคับ) สกุลเงินดิจิทัล