กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมเต็มที่จัด 2 งานใหญ่แห่งปี “อว.แฟร์ 2025”-“มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ” ชวนคนไทยปลดล็อกจินตนาการแห่งการสร้างสรรค์ เรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบลงมือจริง คิดจริง สนุกจริง วันที่ 9-17 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงความพร้อมการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ” หรือ “อว.แฟร์ 2025 : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND” และงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568” (NST Fair 2025) ระหว่างวันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการ รมว.อว. และผู้บริหารกระทรวง อว. เข้าร่วมที่ลานกิจกรรม ชั้น 9 SIAMSCAPE กรุงเทพฯ
นางสาวสุดาวรรณกล่าวว่า กระทรวง อว. งาน “อว.แฟร์ 2025 : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND” และงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568” เป็นการรวม 2 งานสุดยิ่งใหญ่แห่งปีไว้ในพื้นที่เดียวกัน นำเสนอผลงานของหน่วยงานในกระทรวง อว.กว่า 200 หน่วยงาน และภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนในทุกสหวิทยาการ พร้อมนำเสนอองค์ความรู้ ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ เป็นการผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ ใช้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เป็นพลังสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

รมว.อว. กล่าวต่อว่า โดยงาน อว.แฟร์ 2025 จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Creators of Tomorrow” ที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ “นักสร้างสรรค์แห่งอนาคต” โดยการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือในหลากหลายมิติ เพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยเนรมิตพื้นที่กว่า 23,000 ตารางเมตร ฮอลล์ 1-4 ชั้น G ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งนวัตกรรมและสหวิทยาการ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและภารกิจสำคัญของ อว. ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนประเทศด้วยองค์ความรู้และกำลังคน ภายใต้นโยบาย “สร้างปัญญา เปิดโอกาส สร้างอนาคตไทย”
ครอบคลุมภารกิจหลัก 2 ด้าน ได้แก่ การพัฒนากำลังคน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างคนให้มีทักษะที่สอดรับกับอนาคต เพื่อให้เยาวชนและแรงงานไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ ผ่านนวัตกรรมการศึกษา เศรษฐกิจฐานชีวภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เสริมสร้างระบบนิเวศที่พร้อมผลักดันผลงานวิจัยสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม มุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่ประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
ภายในงานจะแบ่งออกเป็น 7 โซนหลัก ได้แก่ ZONE A : INSPIRED ARENA จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชน, ZONE B : LEARNING ARCADE พื้นที่เรียนรู้ในรูปแบบเกม, ZONE C : INNOVATOR PLAYGROUND พื้นที่ปั้นนวัตกรรุ่นใหม่ เสริมพลังธุรกิจไทยสู่อนาคต, ZONE D : VALLEY OF GROWTH นวัตกรรมเพื่ออนาคตของธุรกิจไทย, ZONE E : LIVING DISTRICT นวัตกรรมเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต, ZONE F : ART & SCIENCE FOR FUTURE THAILAND วิทยาศาสตร์ที่ผสานกับพลังจินตนาการของมนุษย์, ZONE G : CRAFT MARKET ตลาดนวัตกรรมจากทั่วประเทศรวมสินค้ากว่า 20,000 รายการ จากกว่า 350 ร้านค้า
นอกจากนี้ยังจะได้พบกับ “7 สิ่งมหัศจรรย์” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญในปีนี้ ได้แก่ นิทรรศการเรือสำรวจขั้วโลก “Xue Long II” โดย อพวช. เรือตัดน้ำแข็งล้ำยุคจากจีนที่นักวิจัยไทยใช้สำรวจขั้วโลก อยู่ที่ Zone A : INSPIRED ARENA, แว่น VR ยานยนต์ทะลุมิติ โดย บพค.-สัมผัสโลกวิทย์ ในฝันผ่านประสบการณ์เสมือนจริง อยู่ที่ Zone A : INSPIRED ARENA, สนามสอบ TCAS เสมือนจริง โดย ทปอ.-เตรียมพร้อมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยการทดลองสอบจริง และรู้ผลสอบทันทีหลังสอบเสร็จ พร้อมเทคนิคการแก้โจทย์ข้อสอบ A-Level จากผู้มากประสบการณ์ อยู่ที่ Zone B :
LEARNING ARCADE บอร์ดเกมยักษ์ “Bangkok Road” โดย สวทช.-เรียนรู้การจัดการเมืองผ่านเกม อยู่ที่ Zone D : VALLEY OF GROWTH, ThaiWater App โดย สสน.-แอปพลิเคชั่นจัดการน้ำอัจฉริยะ ใช้งานจริงได้ทุกวัน อยู่ที่ ZONE E : LIVING DISTRICT, ชิ้นส่วนดาวเคราะห์น้อย “ริวกู” โดย สดร.-ชิ้นส่วนดาวเคราะห์น้อยของจริงจากอวกาศ จัดแสดงครั้งแรกในเอเชีย อยู่ที่ ZONE F : ART & SCIENCE FOR FUTURE THAILAND และห้องปฏิบัติการดาวเทียม GISTDA-เปิดโลกภารกิจอวกาศไทยสู่สากล อยู่ที่ ZONE F : ART & SCIENCE FOR FUTURE THAILAND

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีกิจกรรมพิเศษที่เป็นไฮไลต์และสีสันภายในงาน “อว.แฟร์ 2025” ไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ Royal Pavilion, พิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Science Award 2025, กิจกรรมทดลองทำข้อสอบ TCAS แบบเสมือนจริง วันละ 3 รอบ ตลอดทั้ง 9 วัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Robot Interactive Performance และกิจกรรมเสวนาและการแสดงบน Main Stage, Mini Stage และกิจกรรม Workshop อีกมากมาย รวมไปถึงกิจกรรมเสวนากว่า 130 หัวข้อที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงและเทรนด์ของโลก อาทิ Alpha Skills x The Standard เช่น Decoding Alpha Generation โดย ดร.ไกรยศ ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา
Podcast Show : รายการ Human ศาสตร์, Workshop : เทคนิคการเอาตัวรอด Gen Alpha, เลี้ยงลูกให้ “เข้าใจ-ใช้เป็น” พร้อมรับมือกับโลกดิจิทัล โดย ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกรมสุขภาพจิต, ถอดรหัสประวัติศาสตร์การศึกษา และการสร้างคนแห่งโลกอนาคต โดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นต้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดนตรียังจะได้เพลิดเพลินกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังทุกวัน ได้แก่ Paper Planes, LANDOKMAI (ลานดอกไม้), tinn ติณณ์, ป๊อบ ปองกูล (POP PONGKOOL), PURPEECH, 4EVE, Whal & Dolph, PARADOX และ THE TOYS
นางสาวสุดาวรรณกล่าวอีกว่า ขณะที่การจัดงาน NST Fair 2025 มาพร้อมแนวคิด “Science in Action ! For Sustainable Communities” จัดขึ้นที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ซึ่งทุกคนจะได้สัมผัสและเรียนรู้กับวิทยาศาสตร์แบบลงมือจริง คิดจริง สนุกจริง ได้ร่วมสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศ เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนและประชาชนสู่การเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการ Quantum Quest : ควอนตัมเปลี่ยนโลก, นิทรรศการ Brain Inside Out : เปิดโลกวิทยาศาสตร์แห่งสมองสุดอัศจรรย์, นิทรรศการ Mystery of Svalbard : คลังเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต, นิทรรศการ Little Inventor : ดินแดนนักประดิษฐ์ตัวน้อยนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานต่างประเทศ สถาบัน/สถานศึกษา และหน่วยงานเอกชน ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมวิทยาศาสตร์สนุก ๆ ให้เยาวชนได้ร่วมสนุกอีกมากมายด้วย
“ทั้งสองงานนี้ไม่ใช่เพียงแค่นิทรรศการหรือกิจกรรมวิชาการ แต่คือพื้นที่เปิดให้ทุกคนได้ค้นพบศักยภาพในตัวเอง ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลายและสนุกสนาน ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิด และต่อยอดจินตนาการไปด้วยกัน เพื่อก้าวสู่อนาคตของประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างแท้จริง” นางสาวสุดาวรรณกล่าว
สำหรับประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจทุกท่าน ขอเชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตของประเทศไทยไปด้วยกันได้ที่งาน “อว.แฟร์ 2025” และ “NST Fair 2025” วันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน “อว.แฟร์ 2025” จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 1-4 ชั้น G และงาน “NST Fair 2025” จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.mhesifair.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/MHESIThailand