เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

Grab ลุยบริการ “Dine Out” เต็มรูปแบบ หลังยอดซื้อดีลกินหน้าร้านโต 250%

05 ก.ย. 2568 | 15:42น.

Grab เปิดตัวบริการ “กินที่ร้าน” (Dine Out) เต็มรูปแบบ ชูเรื่องการจองโต๊ะร้านอาหาร-ขายดีลส่วนลด ตอกย้ำกลยุทธ์ Omnicommerce มุ่งผสานช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ หลังยอดซื้อดีลกินหน้าร้านปีที่ผ่านมา โต 250%

นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บ (Grab) เปิดตัวบริการกินที่ร้าน (Dine Out) ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2566 เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ หลังวิกฤตโควิด-19 หรือเทรนด์ที่เรียกว่า “Revenge Dining”

ช่วงแรกแกร็บเน้นไปที่การขายดีลส่วนลดจากพันธมิตรร้านอาหาร ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน โดยในปีที่ผ่านมา มียอดการซื้อดีลเพื่อกินที่หน้าร้านเติบโตขึ้นกว่า 250%

“หลังแกร็บเข้าซื้อกิจการของ “โช้ป” (Chope) เมื่อปีที่ผ่านมา ก็ได้ผสานจุดแข็งทั้งด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายร้านอาหารของทั้งสองบริษัท ทำให้แกร็บสามารถให้บริการ Dine Out ได้อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งการจองโต๊ะร้านอาหาร และการขายดีลส่วนลดสำหรับการไปกินที่ร้าน ตอกย้ำกลยุทธ์ Omnicommerce มุ่งผสานช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้ผู้ใช้บริการ”

นายพนมกรกล่าวต่อว่า แกร็บเปิดตัวบริการจองโต๊ะร้านอาหาร (Dine Out Book Table) เพื่อเจาะกลุ่มคนเมืองที่มีกำลังซื้อระดับกลางถึงบน เน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ยินดีใช้จ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษหรือการเฉลิมฉลองโมเมนต์สำคัญ โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อมื้ออยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาทต่อคน

ภายใต้บริการ Dine Out Book Table แกร็บได้คัดสรรร้านอาหารชั้นนำที่โดดเด่นทั้งในด้านบรรยากาศ รสชาติและคุณภาพของการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นร้านไฟน์ไดนิ่ง ร้านดังในโรงแรม ร้านพรีเมี่ยมแคชวลไดนิ่ง ไปจนถึงร้านที่กำลังเป็นกระแส เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยปัจจุบันมีพันธมิตรร้านอาหารที่ร่วมให้บริการแล้วกว่า 500 แบรนด์ทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต รวมถึงจะขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ แกร็บยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการจองโต๊ะด้วยโปรโมชั่น “Book with Grab, Get Free Dish” รับฟรีเมนูจานพิเศษ จากร้านที่ร่วมรายการ และสำหรับผู้ใช้บริการที่ซื้อดีล เมื่อใส่โค้ด “DINEOUT20” รับส่วนลดสำหรับบริการเรียกรถผ่านแอป Grab เพื่อใช้สำหรับการเดินทางไปยังร้านอาหาร ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ “Power of Superapp” ที่แกร็บมุ่งผสานการทำงานของทุกธุรกิจภายในอีโคซิสเต็มเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างประสบการณ์มื้อพิเศษแบบไร้รอยต่อ

สำหรับการขายดีลส่วนลดร้านอาหาร (Dine Out Deals) แกร็บเจาะกลุ่มผู้ใช้บริการที่มองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยข้อมูลจากผลสำรวจผู้ใช้บริการ GrabFood พบว่าดีลส่วนลดที่ดึงดูดใจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจไปรับประทานอาหารนอกบ้าน รองจากเมนูที่ขาย และระยะทางในการเดินทางไปที่ร้าน

ปัจจุบันแกร็บนำเสนอดีลส่วนลดร้านอาหารใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Voucher Deals หรือดีลส่วนลดที่สามารถซื้อล่วงหน้าเพื่อนำไปใช้รับส่วนลดหรือรับเซตเมนูอาหารราคาพิเศษได้ที่หน้าร้าน และ Total Bill Discount หรือดีลส่วนลดทั้งบิล ที่สามารถใช้เพื่อรับส่วนลดได้ทันทีเมื่ออยู่ที่ร้านอาหาร โดยมีพันธมิตรร้านอาหารที่ร่วมรายการมากกว่า 2,500 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่เชนร้านอาหารจานด่วนไปจนถึงร้านหรูระดับพรีเมี่ยม

ดีลส่วนลดเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยผู้ใช้บริการ Dine Out Deals แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ตามอินไซต์ของการใช้บริการ ได้แก่ 1.กลุ่มที่ชอบรับประทานคนเดียว (Solo Treats) นิยมซื้อดีลอาหารประเภทเซ็ตเมนูจากร้านในห้างหรือเชนร้านอาหารยอดนิยม ตอบโจทย์พฤติกรรมการให้รางวัลตัวเองในมื้อกลางวัน หรือการกินมื้อค่ำคนเดียวที่เน้นความสะดวกและคุ้มค่า

2.กลุ่มคู่รักหรือคนที่ชอบรับประทานเป็นคู่ (Couple Dine Out) นิยมซื้อดีลจากคาเฟ่ ร้านขนมหวาน และร้านแคชวลไดนิ่งที่กำลังเป็นกระแส เพื่อไปเดตหรือใช้วันว่างร่วมกันได้บ่อยขึ้น

3.กลุ่มที่ชอบรับประทานด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ (Group Gathering) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะในร้านบุฟเฟต์ ปิ้งย่าง สุกี้และชาบู ถือเป็น 3 ประเภทร้านอาหารยอดนิยมของคนไทยเมื่อต้องการไปกินอาหารร่วมกันเป็นกลุ่ม

นอกจากนี้ แกร็บยังได้ส่งแคมเปญใหญ่ “ไม่พลาด ดีลดี มีโต๊ะ” (The Missing Deals & Table) ในช่วงไตรมาส 3/2568 เพื่อเปิดตัวบริการ Dine Out เต็มรูปแบบ โดยมุ่งสื่อสารถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้บริโภคอาจมองข้ามไป ทั้งมูลค่าของดีลส่วนลดค่าอาหารที่สูญไป หรือเวลาที่เสียไประหว่างรอโต๊ะเพราะไม่ได้จองล่วงหน้า โดยใช้กลยุทธ์การตลาด 360 องศาเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

พร้อมปลุกกระแส FOMO ผ่านการใช้สื่อและกิจกรรมออฟไลน์สุดสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ กองดีลมหึมาใจกลางลานพาร์คพารากอน รถบรรทุกดีลที่วิ่งทั่วกรุงเทพฯ และบิลบอร์ดในย่านร้านอาหารยอดนิยม จัดเต็มแคมเปญโฆษณาผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แกร็บ (Grab)