Skip to content

3 ยักษ์อีคอมเมิร์ซแข่งดุ เปิดศึก “ส่งเลย” ถึงมือใน 4 ชั่วโมง

10 ก.ย. 2568 | 12:00น.
3 ยักษ์อีคอมเมิร์ซแข่งดุ เปิดศึก “ส่งเลย” ถึงมือใน 4 ชั่วโมง

ถึงแม้เรื่อง “สงครามส่งด่วน” ในซีรีส์จะจบลง แต่สงครามส่งด่วนในชีวิตจริงกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซพร้อมใจเล่นเกม “ส่งเร็ว” ชิงความได้เปรียบในตลาดผ่านบริการที่เรียกว่า “Next Day Delivery” การันตีส่งสินค้าถึงมือในวันถัดไป จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลา 2-3 วัน

แน่นอนว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ นำมาซึ่งการปรับนโยบายกรอบเวลาจัดส่งครั้งใหญ่ ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับ “ผู้ขายสินค้า” ที่ต้องปรับตัวอุตลุด จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล เพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ทุกอย่างต้องได้ทันที

“ติ๊กต๊อก-ช้อปปี้” ปรับเวลาจัดส่ง

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา “ติ๊กต๊อก ช็อป” (TikTok Shop) และ “ช้อปปี้” (Shopee) ประกาศปรับนโยบายระยะเวลาเตรียมการจัดส่งของ “ร้านค้า” ที่ต้องเร่งส่งสินค้าภายในวันนั้น สำหรับคำสั่งซื้อที่ชำระเงินสำเร็จภายใน 12.00 น.

ระยะเวลาเตรียมการจัดส่ง คือช่วงระยะเวลาที่ร้านค้าต้องจัดเตรียมสินค้า และส่งมอบพัสดุให้กับ “ขนส่ง” (ไม่นับรวมวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) หากไม่สามารถส่งได้ตามกรอบเวลาที่ระบุไว้ ออร์เดอร์จะมีสถานะ “จัดส่งล่าช้า” ส่งผลต่อการคำนวณคะแนนการจัดส่ง

สำหรับ “ติ๊กต๊อก ช็อป” กรอบเวลาใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป แต่ร้านค้าจะมี “ช่วงเวลาปรับตัว” (ถึงวันที่ 1 พ.ย. 2568) โดยแพลตฟอร์มจะผ่อนปรนมาตรการในการคำนวณอัตราการจัดส่งล่าช้า และอัตราการยกเลิกจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย

ขณะที่ “ช้อปปี้” นโยบายระยะเวลาเตรียมการจัดส่งใหม่มีผลแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา

“ช้อปปี้” ลุยส่งด่วนรับของใน 4 ชม.

“ช้อปปี้” ไม่ได้หยุดแค่บริการส่งเร็วแบบ Next Day เท่านั้น เพราะแพลตฟอร์มเริ่มทดลองบริการ “Instant Delivery-ส่งทันที” มาตั้งแต่ 9 ก.ค. 2568 โดยผู้ซื้อสามารถได้รับสินค้าทันที หลังจากที่ผู้ขายดำเนินการส่งมอบสินค้าให้ผู้ให้บริการขนส่ง (ใช้ไรเดอร์ ShopeeFood) และการันตีการได้รับสินค้าภายใน 4 ชั่วโมง เมื่อคำสั่งซื้อได้รับการยืนยันที่ต้องจัดส่ง

ปัจจุบันบริการ Instant Delivery-ส่งทันที สามารถจัดส่งได้เฉพาะพื้นที่ รวม 55 จังหวัด ซึ่งบางจังหวัดอาจมีให้บริการเพียงบางอำเภอ เช่น กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสตูล เป็นต้น

สำหรับสินค้าที่สามารถจัดส่งแบบส่งทันที จะต้องเป็น 1.พัสดุที่มีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม 2.ขนาดพัสดุที่รับได้สูงสุดคือ 45 ซม. x 45 ซม. x 45 ซม. รวมกัน 3 ด้านไม่เกิน 135 ซม. เป็นจำนวน 1 กล่องพัสดุ และ 3.สินค้าไม่ได้มีสถานะเป็นพรีออร์เดอร์

โดยค่าบริการแบบ “ส่งทันที” ได้รับสินค้าภายใน 4 ชั่วโมง เริ่มต้นที่ 29 บาท โดยค่าจัดส่งของบริการนี้ ถือเป็นเงินที่จ่ายให้กับไรเดอร์ของ ShopeeFood โดยตรง ไม่ถูกรวมในรายได้ของร้านค้า

“คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ” หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ทิศทางของช้อปปี้ต่อจากนี้ นอกจากเรื่องราคา สินค้า และโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญอยู่แล้ว จะโฟกัสที่การพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะการ “ส่งเร็ว”

“เราพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของผู้บริโภค มีบางกลุ่มที่ซื้อของแล้วต้องการได้สินค้าเลยจริง ๆ เช่น ต้องการเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อไปเที่ยวพรุ่งนี้ หรือวันนี้กดซื้อ iPhone เครื่องใหม่ พรุ่งนี้ต้องการให้ของมาส่งเลย เป็นต้น”

“ลาซาด้า” ชูส่งเร็วพิเศษ

ในฝั่งของ “ลาซาด้า” (Lazada) ก็ชูโปรแกรม “ส่งเร็วพิเศษ” เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานให้ผู้บริโภคไม่ต่างกัน

จากข้อมูลบน Seller Center ของลาซาด้า ระบุว่า โปรแกรมส่งเร็วพิเศษ เป็นโปรแกรมฟรีที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนผู้ขายที่จัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว และเชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอ โดยลูกค้าจะได้รับการรับประกันว่าจะได้รับคำสั่งซื้อภายในวันถัดไป (Priority 24H) สำหรับคำสั่งซื้อที่สั่งก่อน 12.00 น. หรือภายใน 2 วันถัดไป (Priority 48H)

โดยผู้ขายที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการเพิ่มยอดขาย และการมองเห็น การเข้าถึงสูงขึ้นด้วยป้าย “ส่งเร็วพิเศษ” ซึ่งช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และผู้ซื้อมีแนวโน้มซื้อซ้ำ 25%

อย่างไรก็ดี ผู้ขายที่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ต้องอยู่ใน 15 จังหวัดหลักเท่านั้น เช่น กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, นนทบุรี และปทุมธานี โดยผู้ซื้อสามารถอยู่ใน 28 จังหวัดที่รองรับ และให้บริการโดยขนส่งเครือข่ายของลาซาด้า (LEX) เท่านั้น

“ลาซาด้า” ยังไม่ลงสนามส่งทันที

“วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า รูปแบบการแข่งขันใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ขับเคลื่อนมาจากพฤติกรรม และสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา เช่น เมื่อก่อนลูกค้าให้ความสำคัญกับ “ส่งฟรี” จึงเป็นที่มาของคูปองส่งฟรี

แต่ตอนนี้ผู้บริโภคคุ้นชินกับการซื้อของออนไลน์ เพราะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน จึงมองหาประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการ “ส่งเร็ว” ซึ่งลาซาด้าให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ปัจจุบัน 95% ของคำสั่งซื้อบนลาซาด้า จัดส่งในวันถัดไป สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหลัก ๆ หมายความว่าต่อให้แพลตฟอร์มจะไม่มีนโยบายบังคับเรื่องเวลาเตรียมสินค้า ร้านก็สามารถแพ็กและจัดส่งได้เร็วมาก ๆ อยู่แล้ว”

สำหรับโอกาสที่จะให้บริการแบบ Instant Delivery ในอนาคต ซีอีโอลาซาด้า ประเทศไทย บอกว่า ตอนนี้ลาซาด้ายังไม่มีแผนจัดส่งแบบ Instant Delivery แม้จะทำให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นจริง แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกสินค้า ที่สำคัญลาซาด้าให้ความสำคัญกับการพัฒนา “Core eCommerce” เช่น แคมเปญ คูปอง และประสบการณ์การซื้อขายมากกว่า

“ในแง่ของ Same Day Delivery หรือส่งสินค้าถึงมือภายในวันเดียวกัน ยังไม่มีนโยบายออกมา แต่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าร้านแพ็กสินค้าได้เร็วมาก ๆ เช่น แคมเปญ 6.6 ที่ผ่านมา คำสั่งซื้อที่ส่งเร็วสุด คือภายใน 2 ชั่วโมง”

“ส่งเร็ว” มาตรฐานใหม่

ขณะที่ “ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) วิเคราะห์ตลาดอีคอมเมิร์ซช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ไว้ว่า ผู้บริโภคมีความอดทนรอน้อยลง ถ้าร้านตอบแชตช้า หรือสินค้าไม่พร้อมส่ง ลูกค้าจะเปลี่ยนไปซื้อเจ้าอื่นทันที เท่ากับว่าโอกาสการขายขึ้นอยู่กับ “เวลาตอบสนอง” ทั้งฝั่งร้านและระบบจัดส่ง

อีกทั้งผู้บริโภคยังคาดหวังเรื่อง “ความเร็ว” มากขึ้น จากเดิมที่รอของได้ 2-3 วัน จะเริ่มคาดหวังว่าต้องได้รับสินค้าภายในวันเดียว หรือไม่กี่ชั่วโมง และมีแนวโน้มเลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่ส่งเร็ว แม้ราคาจะสูงกว่าเล็กน้อย หมายความว่าความภักดีต่อแบรนด์จะขึ้นกับ “ความสะดวก” มากกว่าราคาแล้ว

ข้อมูลในอุตสาหกรรม ปัจจุบันผู้บริโภคกว่า 60% สามารถรอรับสินค้าได้ใน 2-3 วัน ขณะที่ 30% คาดหวังรับสินค้าภายในวันเดียว และอีก 10% คาดหวังที่จะได้รับสินค้าในไม่กี่ชั่วโมง แต่ใน 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนมีโอกาสขยับเป็นต้องการรับทันที 40% รับแบบภายในวันเดียว 40% และรับสินค้าใน 2-3 วัน เหลือ 20%

นี่คือการตอบโจทย์พฤติกรรม ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ต้องการรอคอย