ศุภชัย เจียรวนนท์ ชูพนักงานปั้นอนาคต ‘องค์กรแห่งนวัตกรรม’
ความเป็นรูปธรรมขององค์กรแห่งนวัตกรรม (Tech-Driven Company) ที่เห็นได้ชัด ปรากฏในงาน “CP Innovation Exposition & Symposium 2025” ครั้งที่ 8 โดยมีพนักงานในเครือ ซี.พี. จากทุกกลุ่มธุรกิจทั่วโลก ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 3,000 นวัตกรรม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท
มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 200 ผลงานที่นำมาจัดแสดง ครอบคลุมนวัตกรรม 4 ด้าน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์และบริการ, กระบวนการ, รูปแบบธุรกิจ และความยั่งยืน มีทั้งผลงานต้นแบบทดลอง (Proof of Concept) และผลงานที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ (Scaling/Commercialization) โดยในจำนวนนี้มีโครงการที่ได้รับรางวัล Chairman Award เพื่อเป็นกำลังใจ และนำไปพัฒนาต่อในองค์กรอีก 82 รางวัล ภายใต้แนวคิด “Innovate the Future for a Better Tomorrow”
ทั้งยังมีการลงนามความร่วมมือในการขับเคลื่อนเครือข่ายนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกกว่า 30 องค์กร ทั้งภาคการศึกษา การวิจัย ภาครัฐ และเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนและพัฒนานวัตกรรมที่นำไปสู่การใช้งานทั้งในเครือและระดับประเทศไปพร้อมกัน
ผนึกพันธมิตรใน-นอกเครือ
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) กล่าวว่า นวัตกรรมอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเครือ แต่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ หรือที่เรียกว่าเป็น “Open Innovation” เป็นการนำมาซึ่งความสร้างสรรค์ ทั้งการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเรียนรู้จากผู้ประกอบการชั้นนำของโลก
“เรื่องนวัตกรรม ผมใช้ AI ภายใต้ CP Connect ถามว่านวัตกรรมคืออะไร ได้คำตอบกลับมาหนึ่งหน้า แต่จริง ๆ สั้นมาก นวัตกรรม คือการสร้างสรรค์ และนำเสนอสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ข้อค่านิยมของเครือ ถ้าเราคิดเพิ่มเติมว่า 3 ประโยชน์ของเครือจะเกิดขึ้นได้อย่างไร นอกจากความสามัคคี และความเพียรของพวกเราทุกคน”
สิ่งสำคัญส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก “นวัตกรรม” ถามว่าเรื่องของ Speed กับ Quality จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าคิดให้ดีการที่จะเพิ่มพูนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น ว่องไวขึ้น ต้องอาศัยนวัตกรรม อาศัยเทคโนโลยีเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม “นวัตกรรม” จะต้องควบคู่กับสิ่งที่เรียกว่า Integrity หรือคุณธรรม และความซื่อสัตย์ด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความยั่งยืน เป็นการปรับตัวอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความยั่งยืน ทั้งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
Innovation District
“ศุภชัย” ย้ำว่า นวัตกรรมเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ซึ่งในอีก 2 ปีข้างหน้าคงไม่มีนวัตกรรมไหนของเครือที่ปราศจากการใช้ AI และเป็นเรื่องที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการสร้างนวัตกรรม โดยมีผู้ช่วยที่ชื่อ “AI” ไม่ว่าต่อสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ตลอดจนภาครัฐ ต่อองค์กรที่ใช้กันภายใน หนีไม่พ้นการใช้ AI เป็นศักยภาพในการรวบรวมองค์ความรู้ และเรียนรู้ได้ด้วยตัวมันเอง



“เราก้าวเข้าสู่เรื่องเหล่านี้ โดยสร้างระบบนิเวศหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Data Center เรื่อง Cloud หรือแม้กระทั่งสถานที่แห่งนี้ True Digital Park ก็ได้รวบรวมความเป็นศูนย์นวัตกรรมของเครือ และลำดับต่อไปในพื้นที่ใกล้เคียง และโครงการตรงสุขุมวิท 50 ต่อไปในรัศมี 100-200 เมตรรอบ ๆ นี้ จะกลายเป็น Innovation District ของเครือ และ Innovation District ให้ประเทศไทยด้วย”
โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกอบกิจการใน 22 ประเทศ ซึ่งจะนำสิ่งที่ดีที่สุดไปสู่อีก 22 ประเทศ ทั้งมีการค้าขายในอีกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
“ผมคิดว่าองค์กรของเรา ความมีนวัตกรรม ความมีปัญญาที่สร้างคุณค่าใหม่ ปราศจากการหยุดนิ่ง ปราศจากการหยุดที่จะคิด หยุดที่จะฝัน ไม่หยุดค้นคว้าสร้างสิ่งใหม่ ถ้าในทุกอณูขององค์กรเต็มไปด้วยบุคลากรที่เป็นนวัตกร ไม่หยุดนิ่ง ไม่อยู่เฉยที่จะทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศร่วมกันตลอดเวลา เราจะกลายเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม และสร้างประโยชน์มหาศาลให้หลายอุตสาหกรรมให้ระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ประเทศไทย และแน่นอนให้กับโลก”
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่หยุด
“ศุภชัย” กล่าวต่อว่า นวัตกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจากนวัตกรรมที่สำเร็จตั้งแต่วันแรก แต่เกิดจากความล้มเหลวในความพยายามที่จะสร้างนวัตกรรมเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง หรือการบ่มเพาะความล้มเหลว และเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้น ที่เรียกว่า “ห้องแล็บ”
“ถ้าทุก ๆ อณู ทุกสำนักงาน ทุกหน่วยงาน คือแล็บแล็บหนึ่ง ที่ทดลองสิ่งเล็ก ๆ แต่มีผลยิ่งใหญ่ ล้มแล้วล้มอีก ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ทำต่อเนื่อง ก็จะเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม เป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง บางทีเราอาจคิดว่าเหนื่อย แต่ที่จริงแล้วการที่เราไม่หยุดนิ่ง ทำให้มีชีวิตชีวา ทำให้สนุก นวัตกรรมจริง ๆ เป็นเรื่องที่เรามาร่วมกันทำสิ่งที่สนุก และมีคุณค่า”
สำหรับความร่วมมือระหว่าง 30 องค์กร จะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศ ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศนวัตกรรม CP-Center of Exellence (CP-CoE) มี 4 ด้านหลัก 1.Industry & Corporate ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกเครือ เพื่อสร้าง Use Case และนํานวัตกรรมไปใช้จริง
2.Government & Public Sector 3.Academic & Research ทํางานร่วมกับมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยชั้นนําของโลก (MIT, จุฬาฯ, มหิดล) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเข้าถึงงานวิจัยล่าสุด รวมถึง 4.Startups & VCs
“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่คือการรวมพลังเพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ต่อยอดงานวิจัย สนับสนุนการเกิดสตาร์ตอัพ และ Spin-off สร้าง S-Curve ใหม่ที่จะยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศไปสู่เวทีโลก”
โดยมีศูนย์กลางแล็บวิจัย Facities : Specialized CP-CoE ที่ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” เพื่อพัฒนา 3 ด้าน คือ 1.Labs Biotechnology โภชนาการ และอาหารผ่าน DNA เครื่องดื่ม และอาหารเสริมเฉพาะบุคคล มีวัตถุดิบทางเลือกสําหรับอาหารสัตว์ ปรับปรุงยีนส์ในสัตว์ และพัฒนาจุลินทรีย์ในอุตสาหกรรมเกษตร
พลังนวัตกรขับเคลื่อนอนาคต
ทั้งมี 2.โครงสร้างพื้นฐาน Data Center & Cloud, Digital & Al เน้น Al/ดิจิทัลไอดี, CP Connect, แพลตฟอร์มเอไอ เชื่อม Multibrand IOT Computer Vision, AI ชั้นสูงสำหรับบ้าน รวมถึงเซ็นเซอร์ตรวจสุขภาพผ่านมือถือ
ยังมี 3. Digital & AI Lab โดย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นน ที่ออกแบบสร้างอีโคซิสเต็ม และความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และสตาร์ตอัพ เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล มี 5 โซน ได้แก่ 1.Ideation Zone จุดประกายความคิดสร้างสรรค์, 2.Cocreation Zone สำหรับทำงานร่วมกัน
3.Training & Learning Zone ยกระดับทักษะบุคลากรผ่านห้องเรียนอัจฉริยะ 4.R&D Deep Research Zone ทำแนวคิดให้กลายเป็นนวัตกรรมด้วยห้องแล็บ AI/ML และ IOT Robotics ไปจนถึง 5.Experience Zone ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสนวัตกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Smart Store, Smart Healthcare หรือ Smart Home & Office
“รางวัล Chairman Award ไม่ได้เป็นแค่การเชิดชูเกียรติผลงาน แต่คือการตอกย้ำว่า พลังของนวัตกร ซี.พี. คือหัวใจในการขับเคลื่อนอนาคต พนักงานทุกคนคือ Future Builder ของเรา เราจะบ่มเพาะ และเพิ่มจำนวนนวัตกรให้ถึง 100,000 คน เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนสู่ศตวรรษใหม่ โดยมี CP Center of Excellence เป็นหัวใจในการเชื่อมโยง Biotech, Digital, AI และเทคโนโลยีอนาคต”
จากแล็บถึงไลน์การผลิต
ในงาน “CP Innovation Exposition & Symposium 2025” มีโครงการส่งเข้าประกวดกว่า 3,000 ผลงาน แต่มี 200 ผลงานผ่านการคัดเลือกนำมาจัดแสดง และรางวัลเชิดชูเกียรติอีก 82 รางวัล ที่มีความโดดเด่นแต่ละด้าน เช่น ฝั่งเทคโนโลยีชีวภาพ มีการใช้เอไอแมชีนเลิร์นนิ่ง คัดแยกเชื้อไวรัสมาเร็กซ์ในสัตว์ปีก ทำให้การพัฒนาวัคซีนในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกมีความแม่นยำและรวดเร็ว หรือการทำ “DNA-NANO Vaccine” วัคซีนป้องกันโรคในปลา เป็นต้น
ฝั่งไลน์ผลิตในโรงงาน ก็มีการออกแบบเครื่องจักรสำหรับผลิตขนมปังประเภทฮอร์น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงเครื่องจักรอื่น ๆ เช่น เครื่องสเปรย์ไข่สำหรับสินค้าเบเกอรี่
ในด้านการเลี้ยงสัตว์ มีนวัตกรรมกรงเลี้ยงไก่แบบอิสระ และระบบคัดกรองสารเคมี-อุณหภูมิ ในบ่อเลี้ยงกุ้ง หรือเลี้ยงสัตว์ มีการตรวจสุขภาพกุ้งขาวแวนนาไมด้วยวิธี Radical Scavenging Activity และมีชุดวัดค่าความหนาแน่นของน้ำเกลืออัตโนมัติ และในบางโครงการยังอยู่ในช่วง Proof of Concept โดยเฉพาะในฝั่งการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ และการเพาะเลี้ยงสัตว์
ฝั่งค้าปลีก มีการพัฒนาระบบตรวจป้ายสินค้า Smart Signage Maintenance ช่วยกล้องไอโอทีตรวจสอบชั้นวางสินค้า และประเมินความเสียหายแบบเรียลไทม์ใน 7-Eleven
ฟากทรู ได้นำเสนอ True Cybersafe ระบบเตือนเบอร์แปลก และสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แม่นยำ 98.7% ป้องกันลิงก์ลวงวันละ 7 ล้านครั้ง หรือในส่วน GENIE-Green Energy Network IntelligencE ที่นำไปใช้ในการควบคุมพลังงานเสาสัญญาณทั่วประเทศ ลดค่าการใช้ไฟฟ้า 180 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนมหาศาล รวมถึงหุ่นยนต์ ช่วยรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ลดความเสี่ยงที่แพทย์จะสัมผัสรังสีโดยตรง