อาการร่อแร่ของ Intel ดูท่าจะบรรเทาทุเลาลงจริงหรือ ? เมื่อใบชุบ 2 ใบ จากรัฐบาลทรัมป์ และล่าสุดจาก Nvidia เข้าซื้อหุ้นเป็นพันธมิตรพัฒนาหน่วยประมวลผลเอไอเข้าสู่ PC และดาต้าเซ็นเตอร์ จะทำให้ระบบประมวลผล x86 สู้ศึก ARM ได้อย่างไร
เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาในชุมชนเทคโนโลยีอย่างมาก เมื่อ Nvidia ผู้พัฒนาหน่วยประมวลผลกราฟิก-เอไอ (GPU) ได้เข้าซื้อหุ้น Intel ผู้ผลิตหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) กว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมประกาศเป็นพันธมิตรนำ GPU ของ Nvidia ไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักสำหรับการผลิตชิปเซตสำหรับ PC เจเนอเรชั่นใหม่ รวมถึงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ บนสถาปัตยกรรม x86
ต้นทางระบุว่าเป็นชิปแบบ SoC ที่รวม Intel CPU เข้ากับ Nvidia GPU ผ่านเทคโนโลยี NVLink กลายเป็นชิปรุ่นใหม่สำหรับโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์พกพาในเจเนอเรชั่นใหม่ เซ็กเมนต์ใหม่ รวมถึงยืนยันว่า Nvidia จะเป็น “ลูกค้ารายใหญ่” โดยใช้ Intel CPU ในเซิร์ฟเวอร์ระดับแร็กสเกลของตน เรียกได้ว่า “ต่อชะตา” ชิปหลัก x86 ในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ได้นานโข และทั้ง 2 บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาผู้ผลิตชิปว่าจะใช้ TSMC หรือโรงงานของ Intel เอง
เล่นเอาหุ้น Intel วิ่งบวกไปกว่า 20% ในค่ำคืนที่ผ่านมา
ในทางหนึ่ง นี่คือ “น้ำทิพย์” หรือ “ใบชุบ” ให้ Intel ซึ่งสถานการณ์ไม่ค่อยดี ทั้งในแง่ผลประกอบการ จนต้องปลดพนักงานนับหมื่น และสถานการณ์ที่แย่ที่สุด คือ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชิปที่ไล่ไม่ทันคู่แข่ง (TSMC) ทั้งยังอยู่ใต้แผนฟื้นฟูและโครงการย้ายฐานผลิตสู่แผ่นดินสหรัฐตั้งแต่ปี 2566 ที่เพิ่งตั้งโรงงานที่แอริโซนายังไม่ทันเสร็จดี
อีกหนึ่งสถานการณ์รัดตัว คือ พีซีดีไวซ์ และคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ ๆ รวมถึงชุดคำสั่งบนเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปใช้ชิป CPU ขนาดเล็กบนสถาปัตยกรรม ARM
ทั้งนี้ การตั้งโรงงานหล่อชิป หรือ Fab เองของ Intel เป็นหนึ่งในเงื่อนไขรัดตัวบริษัท เพราะเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย Chip Act ที่ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐมาแล้ว
สำทับด้วยการรุกหน้าของ “ทรัมป์” ที่จะนำรัฐบาลเข้าถือหุ้น 10% ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง “ใบชุบ” ชีวิตของบริษัท แม้จะไม่เคยมีใครคิดว่ารัฐบาลจะเข้ามาถือหุ้นใหญ่โดยตรงในบริษัทมหาชนขนาดยักษ์อย่าง Intel จนเรียกได้ว่าการเคลื่อนไหวของทรัมป์ นำ Intel เข้าสู่การเป็น “รัฐวิสาหกิจ”
แม้ว่าสถานการณ์ของ Intel จะย่ำแย่ แต่มรดกหรือระบบนิเวศของ Intel ซึ่งถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ยังเป็นที่หมายปองของบิ๊กเทคอยู่ ดังที่มีข้อเสนอมากมายเพื่อ “รุมทึ้ง Intel” ในปีที่ผ่านมา นั่นคือสถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบ x86
ซึ่งมันกลายเป็นสมบัติแห่งชาติของอเมริกาไปแล้ว นั่นเป็นหนึ่งเหตุผลที่สหรัฐปล่อย Intel ไปไม่ได้
x86 มีความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ดีกับระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์จำนวนมาก มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ทำให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและมีผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล รองรับความต้องการที่หลากหลาย ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปจนถึงระบบเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงและอุปกรณ์ IOT
แม้ว่าคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปและแล็ปทอปส่วนใหญ่ใช้ CPU สถาปัตยกรรม x86-64 (หรือ x64) จาก Intel และ AMD รวมถึงระบบปฏิบัติการยอดนิยมอย่าง Windows และ Linux ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานบนสถาปัตยกรรม x86 แต่ความท้าทายจากสถาปัตยกรรมขนาดเล็กอย่าง ARM ก็กำลังเปลี่ยนแปลงดีไวซ์ขนาดเล็ก และลุกลามเข้าสู่ตลาดเซิร์ฟเวอร์-ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็น “เครื่องผลิตเงิน” ให้กับบริษัทชิป
ARM คุกคามการมีอยู่ของ x86 จน Intel ต้องจับมือคู่แข่งตลอดกาลอย่าง AMD ผนึกพันธมิตรเมื่อปลายปี 2567 เรียกว่า “พันธมิตร x86” หรือ “x86 Ecosystem Advisory Group” เป็นกลุ่มความร่วมมือที่จัดตั้งโดย Intel และ AMD ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ เช่น Google, Microsoft, Dell, HP, Lenovo, Meta, Oracle และ Red Hat เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของสถาปัตยกรรมชุดคำสั่ง x86 ในการตอบโต้การเติบโตของคู่แข่งอย่าง ARM โดยกลุ่มนี้จะเน้นการรวมชุดคำสั่งและพัฒนาการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และรักษาความเป็นผู้นำของ x86 ในตลาดคอมพิวเตอร์
ในการประกาศลงทุนใน Intel ของ Nvidia “เจนเซน หวง” ซีอีโอของ Nvidia กล่าวด้วยว่า การร่วมกันครั้งนี้จะขยายระบบนิเวศและวางรากฐานสำหรับยุคต่อไปของการประมวลผลจะเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมการประมวลผลเอไอ และ Accelerated Computing ของ Nvidia เข้ากับหน่วยประมวลผลกลาง CPU และระบบนิเวศ x86 ขนาดใหญ่ของ Intel เข้าด้วยกัน
ซึ่งหากโปรดักต์ที่รวมความสามารถของการประมวลผลเอไอ และซีพียูกลาง มองได้ว่าเป็นการเปิดยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ PC ที่กินเวลามานาน 50 ปี ซึ่งเทรนด์ก็แว่วว่าจะเป็น Spatial Computing ที่เป็นดีไวซ์ในยุคเอไอ ซึ่งบิ๊กเทคกำลังซุ่มพัฒนาโปรดักต์ให้ถูกลง
แต่ติดที่ว่ายังไม่มีกำหนดการว่าโปรดักต์ร่วมกันของ Intel และ Nvidia จะออกมาเมื่อไหร่…