เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
คกก.จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
Finance คกก.จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชน
ข่าวในพระราชสำนัก มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชน
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แถลงเช้านี้ (28 ก.ค.) ปมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
Finance ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แถลงเช้านี้ (28 ก.ค.) ปมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
“จุลพันธ์” แจงเหตุชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รอศาลชี้ขาด ลุ้น 27 ก.ย.ตามกำหนดเดิม
Politics “จุลพันธ์” แจงเหตุชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รอศาลชี้ขาด ลุ้น 27 ก.ย.ตามกำหนดเดิม
มาร์เล ขนนวัตกรรมสุดล้ำร่วมงาน Automechanika 2026 ตั้งเป้าพอร์ตสินค้า EV โตเท่าตัว
Automotive มาร์เล ขนนวัตกรรมสุดล้ำร่วมงาน Automechanika 2026 ตั้งเป้าพอร์ตสินค้า EV โตเท่าตัว
นายกฯ นำทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.
Politics นายกฯ นำทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.
สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบปมคนจีนถูก จนท. ใช้กำลังในงานหนังสือ ย้ำเป็นธรรมทุกฝ่าย
Politics สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบปมคนจีนถูก จนท. ใช้กำลังในงานหนังสือ ย้ำเป็นธรรมทุกฝ่าย
รัฐบาล ชวนคนไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เร่งทบทวนสิทธิ ภายใน 31 ส.ค.
Politics รัฐบาล ชวนคนไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เร่งทบทวนสิทธิ ภายใน 31 ส.ค.
กทบ.เดินหน้า “SML PLUS” จัดงบ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ อีก 283 ล้าน
Politics กทบ.เดินหน้า “SML PLUS” จัดงบ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ อีก 283 ล้าน
ดูทั้งหมด

ปฐมา จันทรักษ์ แม่ทัพ ‘เอคเซนเชอร์’ จาก ESG สู่กลยุทธ์ Resilience

28 ก.ย. 2568 | 09:40น.
ปฐมา จันทรักษ์ the TURNING POINT #ตีแตก Sustainability

ความปั่นป่วนจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกอย่างคาดเดาไม่ได้ กำลังส่งแรงกดดันมหาศาลในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน หรือ “ESG” (Environmental, Social and Governance) ให้กับหลายองค์กร และทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ESG ยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำธุรกิจอยู่หรือเปล่า

ในงานสัมมนา PRACHACHAT ESG FORUM 2025 the TURNING POINT #ตีแตก Sustainability “ปฐมา จันทรักษ์” กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย (Accenture Thailand) บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจระดับโลก เป็นหนึ่งในวิทยากรที่มาแชร์มุมมองน่าสนใจ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “Power of Sustainability”

3 “ทางแยก” สะเทือนธุรกิจ

“ปฐมา” ฉายภาพว่า ท่ามกลางสถานการณ์เกี่ยวกับ Climate Change หรือความแปรปรวนของสภาพอากาศ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน กลับมี “ทางแยก” ที่สัมพันธ์กับการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กรเกิดขึ้น 3 ทาง

1.The Turned Back : การ “ถอนตัว” หรือลดบทบาทเรื่อง Climate Leadership ของยักษ์ใหญ่ซีกโลกตะวันตกอย่าง “สหรัฐอเมริกา” ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการขับเคลื่อนนโยบายของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”

มีคำศัพท์ใหม่เกิดขึ้น เรียกว่า Green-Hushing คือทุกคนยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ เพราะคิดว่าแบกรับความท้าทายไม่ไหว และกลัวมีอุปสรรคในการค้าขายจากปัจจัยทางการเมือง

2.The Held Back : การมีอยู่ของสงคราม กำแพงภาษีตอบโต้ (Tariff) และประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ซัพพลายเชนถูกตัดขาด และธุรกิจต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น

อยู่ดี ๆ ก็มีข่าวว่าเครื่องบินรบของรัสเซียบินเข้าไปในน่านฟ้าของเอสโตเนียนานกว่า 12 นาที เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคิด และเดาต่อไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

และ 3.The Push Back : ข้อบังคับเรื่อง Carbon Border Tax ของสหภาพยุโรป (EU) ที่มีผลกับอัตราภาษี และความคาดหวังของคู่ค้า หรือผู้บริโภคที่มีต่อการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของธุรกิจ

ยุคของธุรกิจ “Resilience”

“ทุกวันนี้หลายองค์กรหลีกเลี่ยงที่จะพูดคำว่า ESG แต่จะโฟกัสที่ 2 คำแทน นั่นคือ Resilience หรือการปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ และ Efficiency หรือประสิทธิผลที่ได้จากการดำเนินธุรกิจ”

“ปฐมา” ยกตัวอย่างกรณีที่ไทย ถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 19% ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เคมีภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงกลุ่มอื่น ๆ ที่รอติดตามผลกระทบในอนาคต ซึ่งธุรกิจที่แบกรับต้นทุนจากอัตราภาษีมากขึ้น ต้องคิดแล้วว่าจะปรับตัวไปทางไหน

“เคยพูดคุยกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญสายเศรษฐกิจโลกว่า หรือประเทศไทยจะหันไปโฟกัสกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ แทน เช่น ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานทดแทน และยา แต่เขาบอกว่าทุกประเทศคิดเหมือนกันหมด ถ้าหันไปทางอื่น ก็เท่ากับว่าต้องสู้ใน Red Ocean สมรภูมิอื่นอยู่ดี”

ปฐมา จันทรักษ์ the TURNING POINT #ตีแตก Sustainability
ปฐมา จันทรักษ์

4 โฟกัสปรับตัวสู่ “Resilience”

สำหรับคำแนะนำในการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน “ปฐมา” บอกว่า ถ้าเป็นธุรกิจในภาคการผลิต (Manufacturing) มีสิ่งที่ต้องโฟกัสทั้งหมด 4 เรื่อง

1.People – คน : เตรียมกำลังคนให้พร้อมด้วย 4 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็น Build อัพสกิล/รีสกิลให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลง Borrow ยืมคนมาเติมในองค์กร Buy ทำดีลควบรวม ดึงคนที่มีของอยู่แล้วทำงานด้วยกัน และ Bot นำ AI หรือระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยทุ่นแรง

2.Technology – เทคโนโลยี : ทำความเข้าใจและนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อลดการทำงานที่ต้องใช้แรงคน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ

3.Commercial – การขาย : เมื่อต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ธุรกิจต้องคิดว่าจะเอาส่วนที่เพิ่มขึ้นมาไปไว้ตรงไหน จะผลักไปให้ผู้บริโภค หรือรับไว้เองแล้วถัวเฉลี่ยกับส่วนอื่นแทน เพราะถ้าเลือกผลักส่วนที่เพิ่มขึ้นมาไปให้ผู้บริโภค ธุรกิจจะต้องเปลี่ยน Cost หรือต้นทุน เป็น Value หรือคุณค่าที่พิเศษให้ได้ เช่น ในแคนาดามีผลสำรวจออกมาแล้วว่าผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้น เมื่อสินค้ามีข้อความว่า Made in Canada

และ 4.Operation – การดำเนินงาน : เมื่อซัพพลายเชนมีปัญหา นำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนอื่น ๆ ไม่ได้ ธุรกิจมีตัวเลือกที่ทดแทนได้หรือเปล่า และกระจายความเสี่ยงดีพอหรือยัง

“Power of Sustainability หรือธุรกิจที่ยั่งยืน ต้องปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ และเปลี่ยนจาก Pain เวลาลูกค้าฟีดแบ็ก เป็น Possibility หรือโอกาสใหม่ให้ได้”

วิสัยทัศน์เข้มแข็ง-ปฏิบัติจริงอ่อนแอ

จากรายงาน The 2025 UN Global Compact ที่สำรวจความเห็นผู้นำองค์กร 2,000 คน ใน 128 ประเทศ จาก 18 อุตสาหกรรม “เอคเซนเชอร์” ระบุว่า ผู้นำองค์กรกว่า 97% ยังให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” และมีแผนที่จะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจ รวมถึงมองว่าซัพพลายเชนต้องเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็น “ดิจิทัล” และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการผลิต

ขณะที่ 93% เชื่อว่าพลังงานสะอาดจะช่วยสร้างผลลัพธ์ระยะยาวให้ธุรกิจ แต่ผู้นำองค์กรกว่า 7 ใน 10 กลับเป็นกลุ่มที่ “Vision is strong. Preparation is weak” คือมีวิสัยทัศน์เรื่อง ESG เข้มข้น แต่การเตรียมพร้อมเพื่อลงมือปฏิบัติจริงกลับอ่อนแอ

“หลายองค์กรยังเชื่อมั่นเรื่อง ESG แต่ก็มีความคิดที่จะเอาออกจากไดเร็กชั่นของบริษัท เพราะกังวลว่าจะทำไม่ได้ภายในปี 2023 หรือ 2050 ที่เป็นกรอบเวลาของทั้งโลก”

ตัวแปรขับเคลื่อน “ความยั่งยืน”

“ปฐมา” กล่าวด้วยว่า ตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้นำองค์กรในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน คือ “Power Shift in Stakeholders” หรือความเปลี่ยนแปลงของคนในวงจรธุรกิจ เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภค และการวางนโยบายของคณะกรรมการ เป็นต้น

“สมมุติคนรุ่นใหม่คิดจะซื้อรถแต่ต้องเป็น EV เท่านั้น หรือบอร์ดต้องการให้วางรากฐานเรื่อง Responsible AI เพื่อให้เกิดการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ องค์กรต้องคิดแล้วว่าจะขับเคลื่อนธุรกิจให้ตอบรับ 2 เรื่องนี้อย่างไร”

ส่วนตัวแปรอื่น ๆ ที่มีผลไม่แพ้กัน คือการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี พอมีการใช้ AI มากขึ้น แผนเรื่องพลังงานสะอาดก็ตามมา เพราะ AI เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานในการประมวลผลมหาศาล

รวมถึงปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้ธุรกิจต้องเปิดโหมด “Resilience” โดยเฉพาะกรณีที่ปกติใช้เทคโนโลยีของประเทศหนึ่งอยู่ แต่อีกประเทศกลับลุกขึ้นมาออกนโยบายว่าจะไม่ให้ทำการค้าด้วย ถ้ายังใช้โซลูชั่นของประเทศนั้น

ชูเฟรมเวิร์ก “POWER”

นอกจากนี้ แม่ทัพเอคเซนเชอร์ ประเทศไทย ยังให้คำแนะนำในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนผ่าน 5 แกนหลัก ภายใต้เฟรมเวิร์ก “POWER”

1.P – Partner with Regulators : ทำงานใกล้ชิดกับผู้กำกับดูแล เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน

2.O – Opportunities with Consumers : สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมาว่ากลยุทธ์ ESG ที่องค์กรทำเป็นอย่างไร

3.W – Workforce for the Future : เตรียมความพร้อมเรื่อง “คน” ให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างทันท่วงที

4.E – Expand Access to Technology : เทคโนโลยี คือ “ตัวคูณ” (Multiplier) ด้านความยั่งยืน ต้องเลือกใช้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น พิจารณาใช้ SLM (Small Language Model) แทน LLM (Large Language Model) เพื่อประหยัดต้นทุนในการพัฒนาด้าน AI

และ 5.R – Responsibility at the Core : “ความรับผิดชอบ” ต้องเป็น Core Value ขององค์กร เพื่อให้เกิด “ความเชื่อใจ” (Trust) ในการสื่อสาร

“ยุคนี้ Collaboration is new currency. การขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีอีโคซิสเต็มที่แข็งแรง เมื่อทุกฝ่ายขยับคนละก้าว และหันมาร่วมมือกันมากขึ้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Climate Change ESG เอคเซนเชอร์