Skip to content

กลุ่ม SAMART สู้ฟัด ตุน Backlog เฉียด 1.8 หมื่นล้าน เชื่อ 2568 พลิกกำไร 100%

22 ต.ค. 2568 | 16:54น.
กลุ่ม SAMART สู้ฟัด ตุน Backlog เฉียด 1.8 หมื่นล้าน เชื่อ 2568 พลิกกำไร 100%

SAMART ประกาศ 9 เดือนตุน Backlog ทั้งเครือแล้วเกือบ 18,000 ล้านบาท มั่นใจปีนี้จะกลับทำกำไรเต็มตัวแบบ Turnaround 100%

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเป็นที่น่าพึงพอใจ ทั้งรายได้และกำไร แม้ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ และยังมีหลายโครงการที่ล่าช้าจากงบประมาณภาครัฐที่ดีเลย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ทุกสายธุรกิจมีทิศทางขาขึ้นและแนวโน้มการเติบโตที่ดี

โดยในช่วง 9 เดือนมีรายได้แตะ 7,700 ล้านบาท และมี Backlog ทั้งกลุ่มประมาณ 18,000 ล้านบาท โดยธุรกิจและบริษัทย่อยมีผลงานโดดเด่น

“มั่นใจผลการดำเนินงานปี 2025 ธุรกิจจะกลับมาพลิกฟื้น ด้วยผลกำไรจากทุกสายธุรกิจในเครือ พร้อมกลับมา Turnaround อย่างเต็มตัว คาดรายได้แตะ 11,000-11,500 ล้านบาท ผลงานตลอด 9 เดือนมี Backlog ทั้งเครือเกือบ 18,000 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปีมีงานรอประมูลอีกเกือบ 9,000 ล้านบาท”

  • สายธุรกิจ Digital ICT Solutions (SAMTEL) ในช่วง 9 เดือน SAMTEL มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท เช่น โครงการจัดหา พัฒนา ติดตั้ง และดูแลบำรุงรักษาระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า (Utility Platform: UTP) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปัจจุบันมี Backlog รวมกว่า 8,000 ล้านบาท
  • สายธุรกิจ Digital Communications (SDC) ครึ่งปีแรกมีกำไรถึง 33 ล้านบาท จากค่า AirTime ในโครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล (Digital Trunked Radio System) ของโครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) และจะสร้างรายได้และกำไรต่อเนื่องตลอดปีนี้
  • สายธุรกิจ Utilities & Transportations โดยบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการจัดการการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชา เฉพาะ 9 เดือน จำนวนไฟลต์บินเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปีที่แล้ว ส่วนบริษัท เทด้า จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจก่อสร้างโครงการสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจร ก็ยังสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดย 9 เดือนมี Backlog แล้วกว่า 3,800 ล้านบาท ล่าสุดได้งานใหม่รวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท เช่น โครงการสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่นครศรีธรรมราช ขนอม พัทลุง 230/115kV เชียรใหญ่

แนวโน้มไตรมาส 4 คาดว่าจะรับรู้รายได้และกำไรมากขึ้น

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี มีงานรอประมูลอีกเกือบ 9,000 ล้านบาท และจะมีงานใหม่เร่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากหลายหน่วยงานภาครัฐที่ต้องเร่งใช้งบประมาณ โดยแต่ละบริษัทในเครือมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ เช่น

  • SAMTEL มีงานรอประมูลรวมกว่า 4,000 ล้านบาท คาดว่า Backlog สิ้นปีจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท
  • SAV มีงานรอประมูลประมาณ 2,300 ล้านบาท เป็นโครงการเกี่ยวกับการขายอุปกรณ์ให้วิทยุการบิน
  • บริษัท เทด้า มีงานรอประมูลเกือบ 2,000 ล้านบาท คาดว่า Backlog ทั้งกลุ่มตอนสิ้นปีจะทะลุ 20,000 ล้านบาท ส่วนรายได้จะแตะที่ประมาณ 11,000-11,500 ล้านบาท

“ปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่ม SAMART ที่สามารถกลับมามีกำไรแบบ Turnaround 100% อย่างแท้จริง ผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทลูกดีขึ้น บริษัทแม่ก็จะดีตามด้วย” นายวัฒน์ชัยกล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SAMART