NT-CAAT-กสทช. จับมือเปิดแพลตฟอร์มระบบดิจิทัลสำหรับบริหารจัดการจราจรทางอากาศ รองรับการเติบโตด้านการใช้โดรนเพื่อการพาณิชย์ ขนส่ง-ดีลิเวอรี่ ชี้สามารถมองเห็นโดรนกว่าแสนลำที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง และหากไม่ถูกต้องจะมีการจัดการ “นำลง” พื้น
พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่า ปัจจุบัน NT มีโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายที่พร้อมใช้งาน และได้ร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับการบริหารจัดการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สิ่งนี้ช่วยให้การจัดการเที่ยวบินเป็นไปอย่างแม่นยำและราบรื่น
“นอกจากนี้ NT ยังให้บริการซิม ‘my by NT’ บนคลื่น 700 MHz โดยได้รับอนุญาตจาก กสทช. เพื่อใช้ติดตามเที่ยวบินของโดรนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่าย ผลทดสอบสัญญาณเป็นที่น่าพอใจ และมั่นใจได้ในการรองรับผู้ประกอบการโดรนเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย”
NT มุ่งมั่นที่จะพัฒนาภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่แห่งการส่งสินค้าและบริการด้วยโดรน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและข้อมูลที่ครอบคลุมของ NT คือรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการขนส่งทางอากาศทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรเอกชน NT สนับสนุนการนำโดรนมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจและกิจการต่าง ๆ
ได้แก่ ด้านสาธารณสุข การกู้ภัยฉุกเฉิน และการจัดส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยมีแพลตฟอร์มบริหารจัดการจราจรทางอากาศแบบครบวงจร สามารถติดตามการบินโดรนแบบเรียลไทม์ บริหารจัดการห้วงอากาศและการจราจรได้อย่างปลอดภัย
ด้วยการอัพเกรดบนคลื่นความถี่ 700 MHz ทั่วประเทศ เครือข่ายไฟเบอร์ออปติก และบริการคลาวด์ที่ปลอดภัย NT สามารถให้บริการผู้ประกอบการโลจิสติกส์ทางอากาศได้อย่างมั่นใจ สอดคล้องกับข้อกำหนดและขยายธุรกิจได้ง่าย เมื่อประเทศไทยขยับสู่การขนส่งด้วยโดรน NT ยังคงยืนหยัดให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญ มีส่วนร่วมกำหนดกรอบกำกับดูแล และขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมคงสถานะเป็นกลางต่อทุกฝ่ายในอุตสาหกรรม
NT ยังคงเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่เชื่อมต่อของประเทศไทย ซึ่งบริการขนส่งด้วยโดรนจะถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ด้วยการยึดถือประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชน NT ยืนยันบทบาทในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ไว้วางใจสำหรับเมืองอัจฉริยะ ธุรกิจโลจิสติกส์ และระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

ด้านพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บทบาทของสำนักงานการบินพลเรือนฯ คือการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินและส่งเสริมกิจการการบินให้เติบโตก้าวหน้า ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีการบินในด้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือโดรน
รวมถึงระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสำนักงาน โครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มดิจิทัลของ NT ซึ่งนำมาสนับสนุนการขนส่งทางอากาศด้วยโดรนนั้น ถือเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการทำการบินและช่วยในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศสำหรับโดรนอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยกระดับความปลอดภัยในการใช้ห้วงอากาศของประเทศ
“ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการบินที่มี เราสามารถติดตามโดรนได้ทั้งที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตอนนี้เฉพาะที่ได้รับอนุญาตมีมากกว่าแสนลำ นักบินโดรนเพิ่มขึ้นกว่า 100% นับตั้งแต่เรามีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทำให้การบินโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตถูกจับตามองมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม การบินโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิด ซึ่งเรามีหน่วยงานที่ดำเนินการด้านนี้
“การนำโดรนที่บินผิดกฎหมาย แม้เราตรวจจับได้ แต่การ “นำลง” พื้นก็ยังเกิดขึ้นได้ยาก โดยเฉพาะโดรนที่มีระดับการบินสูง เพราะเราต้องจำแนกว่าโดรนนั้นถูกบังคับอย่างไร แต่กระนั้นด้วยอุปกรณ์ Anti Drone ในปัจจุบันก็สามารถช่วยควบคุมการบินโดรนที่ผิด ๆ ได้ดีขึ้น และมีวิธีการนำโดรนลงจอดอยู่แล้ว”
ในโอกาสนี้ NT ได้สาธิตแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการโดรนขนส่ง โดยมีผู้ประกอบการโดรนขนส่งร่วมสาธิตการทำการบิน เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ได้แก่
- บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด : สาธิตการบินโดรน ส่งอุปกรณ์ เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) จากไอคอนสยามข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร
- บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) : การบินโดรนขนส่งเวชภัณฑ์และยาจากหาดเตยงาม ไปยังเกาะไก่เตี้ย จังหวัดชลบุรี
- บริษัท เอวิลอน โรโบทิคส์ จำกัด : สาธิตการบินโดรนขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค จากเกาะสมุยไปยังเกาะแตน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- บริษัท อีซี่ (2018) จำกัด : สาธิตการบินโดรนขนส่งพืชผลทางการเกษตรจากแปลงเพาะปลูกไปยังโรงคัดแยกผลผลิต อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่