Google เปิดตัว “TalayLink” สายเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่เชื่อมระหว่างประเทศออสเตรเลียและไทย ยกระดับการเข้าถึง ความเสถียร และความยืดหยุ่นของการเชื่อมต่อดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก
นายบิกาช โคลีย์ รองประธาน ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Google, Google Cloud กล่าวว่า Google Cloud ประกาศเปิดตัว “TalayLink” สายเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่ที่เชื่อมระหว่างประเทศออสเตรเลียและไทย เพื่อยกระดับการเข้าถึง ความเสถียร และความยืดหยุ่นของการเชื่อมต่อดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก
ทั้งนี้ สายเคเบิลใต้น้ำ TalayLink ตั้งชื่อตามคำไทย “ทะเล” (Talay) ที่หมายถึงทะเล หรือมหาสมุทร จะเป็นส่วนต่อยอดจากโครงการสายเคเบิลเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ข้อมูล (Interlink Cable) ที่บริษัทประกาศเปิดตัวเมื่อปีก่อน ภายใต้แผนริเริ่ม Australia Connect
โดยสายเคเบิลใต้น้ำเส้นนี้จะสร้างเส้นทางใหม่ที่แยกจากเดิมไปยังประเทศไทยผ่านมหาสมุทรอินเดีย ทางด้านตะวันตกของช่องแคบซุนดา ซึ่งเป็นจุดที่สายเคเบิลใต้น้ำที่มีอยู่ส่วนใหญ่พาดผ่านในปัจจุบัน การวางเส้นทางเชิงกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Data Center และ Cloud Region ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายระดับโลกได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ Google ยังมีแผนการลงทุนสร้างศูนย์กลางการเชื่อมต่อใหม่ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมืองแมนดูราห์ และพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย การลงทุนเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและรองรับการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคในอนาคต พร้อมเร่งการให้บริการด้านดิจิทัลและ AI ชั้นสูงผ่านความสามารถด้านการสลับสายเคเบิล (Cable Switching) การจัดเก็บเนื้อหา (Content Caching) และโคโลเคชั่น (Colocation)
ศูนย์กลางการเชื่อมต่อในเมืองแมนดูราห์จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อขึ้นฝั่งแห่งใหม่แยกจากเมืองเพิร์ธ ซึ่งเป็นจุดที่สายเคเบิลใต้น้ำส่วนใหญ่ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียใช้งานอยู่ในปัจจุบัน สำหรับพื้นที่ในภาคใต้ของประเทศไทย ถือเป็นจุดตัดสำคัญของสายเคเบิลใต้น้ำอยู่แล้ว บริษัทได้เข้าเป็นพันธมิตรกับ AIS ผู้ให้บริการโคโลเคชั่น เพื่อเร่งการติดตั้งการใช้งาน และสร้างประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า สายเคเบิล TalayLink ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมความสามารถด้านการเชื่อมต่อและความยืดหยุ่นของระบบดิจิทัลของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อีกทั้งเมื่อพิจารณาร่วมกับการจัดตั้ง Google Cloud Region และ Data Center ของ Google ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย การลงทุนในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับศักยภาพด้านเครือข่ายและการประมวลผลของภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Digital Gateway ที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมคลาวด์และ AI แห่งอนาคตอย่างมั่นคง
“สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มุ่งมั่นสนับสนุนการลงทุนของ Google ในประเทศไทย พร้อมส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและทักษะดิจิทัลของคนไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างครอบคลุมและยั่งยืน”
นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า การผนึกกำลังระหว่างเส้นทางสายเคเบิลใต้น้ำสายใหม่ที่มีความหลากหลายของ Google กับศักยภาพด้านโคโลเคชันที่มีเสถียรภาพสูงของ AIS จะช่วยให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาคสามารถสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้าน AI ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“AIS รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ขยายความร่วมมือกับ Google ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์กลางการเชื่อมต่อในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย”
นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์ จำกัด (IGC ) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรหลักกับ Google ในการสนับสนุนการเชื่อมโยงสายเคเบิลใต้น้ำเส้นทางใหม่เข้าสู่ประเทศไทย
IGC ได้นำประสบการณ์อันยาวนานในการบริหารเครือข่ายทั่วประเทศ และจุดเชื่อมต่อสายเคเบิลระหว่างประเทศ มาสนับสนุนโครงการนี้ สายเคเบิลเส้นใหม่นี้ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเร่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายอย่างเต็มศักยภาพ
นายบิกาชกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ TalayLink และศูนย์กลางการเชื่อมต่อแห่งใหม่เหล่านี้ จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นของเครือข่ายโทรคมนาคมตลอดทั่วทั้งประเทศออสเตรเลีย ทวีปแอฟริกา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ เมื่อรวมกับการลงทุนในศูนย์กลางการเชื่อมต่อที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ในประเทศมัลดีฟส์ และเกาะคริสต์มาส การลงทุนเหล่านี้จะช่วยขยายการเชื่อมโยงเครือข่ายออกไปทั่ว ทั้งในมหาสมุทรอินเดีย และครอบคลุมไปถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง
สายเคเบิลเส้นใหม่และศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคจะช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมโรดแมปของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียโดยตรง ในการสร้างอนาคตทางดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม พร้อมกันนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทยในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจผ่านการเข้าถึง AI และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึง
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมในประเทศออสเตรเลีย ไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้”