Skip to content

เปิดศึกชิงอินเทอร์เน็ตจากฟ้า ไทยคม คว้าสิทธิดาวเทียม Amazon LEO

07 เม.ย. 2569 | 19:21น.
เปิดศึกชิงอินเทอร์เน็ตจากฟ้า ไทยคม คว้าสิทธิดาวเทียม Amazon LEO

ศึกอินเทอร์เน็ตดาวเทียมวงโคจรต่ำระอุ “ไทยคม” คว้าสิทธิ์ให้บริการเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ  “Amazon Leo” พร้อมสิทธิการอนุญาตใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในประเทศไทย ผ่านบริษัทย่อย ทีซี 142 ขยายบริการด้านการสื่อสารไปสู่ลูกค้า ชุมชน และภาคธุรกิจในพื้นที่นอกเครือข่ายการสื่อสารที่มีอยู่เดิม

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทำให้ตลาดอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์จากฟ้า หรือ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ระอุขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ได้ร่วมกับโครงข่ายดาวเทียม OneWeb จากยุโรปเปิดให้บริการบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกล เรือเดินทะเล และแท่นขุดเจาะ เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้ารายได้พันล้านบาทใน 5 ปี

ผ่านมาเกือบ 4 เดือน บมจ.ไทยคม เจ้าตลาดดาวเทียมสื่อสารของไทยก็เร่งเกมคว้าสิทธิเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Authorized Distributor) ของบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม Amazon Leo ในประเทศไทย และเป็นผู้ถือสิทธิ Landing Rights หรือการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติเพื่อให้บริการในประเทศ

ซึ่งตอกย้ำภาพของเทคโนโลยีสื่อสารรุ่นใหม่ที่กำลังมุ่งมาทางดาวเทียมวงโคจรต่ำมากยิ่งขึ้น

ไทยคม คว้าดีล Amazon Leo

“ปฐมภพ สุวรรณศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไทยคม ระบุว่า ไทยคมจะส่งมอบอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ของ Amazon Leo ให้กับผู้จัดจำหน่ายปลายทาง เพื่อขยายบริการด้านการสื่อสารไปสู่ลูกค้า ชุมชน และภาคธุรกิจในพื้นที่นอกเครือข่ายการสื่อสารที่มีอยู่เดิม

ข้อตกลงในครั้งนี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการบริการอินเทอร์เน็ตที่น่าเชื่อถือรุ่นใหม่ ที่มีเพิ่มขึ้นในประเทศไทย และยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยคมในการนำเสนอนวัตกรรมจากเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อีกทั้งบริการ Amazon Leo จะช่วยส่งเสริมแผนการขยายธุรกิจของไทยคม ที่มุ่งเสริมสร้างความหลากหลายของบริการด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ทันสมัย ช่วยให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ แม้มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์

“เทคโนโลยีดาวเทียม LEO นับเป็นหนึ่งในโซลูชันด้านการสื่อสารที่ทันสมัยที่สุดในยุคปัจจุบัน และยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจได้ในอนาคต ด้วยประสบการณ์มากกว่า 34 ปีในอุตสาหกรรมดาวเทียม”

“ไทยคมมีความพร้อมในการผสานโครงข่ายดาวเทียม LEO ที่ทันสมัยของ Amazon Leo เข้ามาเพิ่มศักยภาพให้โครงสร้างบริการของไทยคม เพื่อนำเสนอบริการติดต่อสื่อสารที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ ความร่วมมือนี้ยังสามารถรองรับความต้องการด้านการติดต่อสื่อสาร ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังเข้าไม่ถึงการบริการ”

บริการดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน บริษัท ทีซี 142 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไทยคม

จาก Project Kuiper สู่ Amazon LEO

โครงข่ายดาวเทียม Amazon LEO เป็นเทคโนโลยีจากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งจะเปรียบเทียบง่ายที่สุดด้วย Starlink ของบริษัท SpaceX ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดาวเทียมสื่อสารวงโคจรต่ำที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตจากฟ้าแก่ผู้ใช้งานทั่วไปมายาวนานแล้ว

ขณะที่ฝั่ง Amazon Leo (เดิมคือ Project Kuiper) ของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซและคลาวด์เซอร์วิสอย่าง AWS เริ่มทดสอบระบบแบบจำกัด (Enterprise Preview) สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจมาตั้งแต่ปลายปี 2025 และตั้งเป้าจะขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไปในสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ภายในปี 2026 กำลังเร่งส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีดาวเทียมในวงโคจรแล้วมากกว่า 200 ดวง จากเป้าหมายทั้งหมดกว่า 3,000 ดวง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริการได้ตามแผน

นอกจากนี้ ภายใต้ร่มเงาของ Amazon ยังมีบริษัทอวกาศที่ทำจรวดขนส่งอย่าง Blue Origin ซึ่งนอกจากจะบริการขนส่งด้วยจรวดใช้ซ้แล้ว ยังมีเป้าหมายการขึ้นสำรวจดวงจันทร์อีกด้วย

ขณะที่ Amazon LEO มีพันธกิจหลักในการส่งมอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและมีความเสถียรให้แก่ลูกค้าที่อยู่นอกพื้นที่ให้บริการของโครงข่ายสื่อสารภาคพื้นดินในปัจจุบัน ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้งานระดับครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐ

Amazon Leo ปล่อยกลุ่มดาวเทียมในช่วงแรกมากกว่า 3,000 ดวง ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายสถานีภาคพื้นดิน (Ground Gateway Antennas) ทั่วโลกที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมด้วยอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณประสิทธิภาพสูง ขนาดกะทัดรัด ได้แก่ รุ่น Leo Nano, รุ่น Leo Pro และรุ่น Leo Ultra ที่ออกแบบมาเพื่อสื่อสารกับดาวเทียมได้อย่างต่อเนื่อง ระบบทั้งหมดได้รับการออกแบบ ผลิต และบริหารจัดการโดย Amazon

“คริส เว็บเบอร์” รองประธาน ฝ่ายธุรกิจและผลิตภัณฑ์ Amazon Leo กล่าวว่า กลุ่มดาวเทียม LEO ของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงที่มีความน่าเชื่อถือในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานเข้าไม่ถึง เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับไทยคม สร้างโอกาสใหม่ในการติดต่อสื่อสารให้กับชุมชน และภาคธุรกิจทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท และพื้นที่ห่างไกล ที่การสื่อสารที่น่าเชื่อถือยังเข้าไม่ถึง 

Amazon ได้เริ่มส่งกลุ่มดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเมื่อเดือนเมษายน 2568 ณ ปัจจุบัน ปฏิบัติภารกิจสำเร็จไปแล้ว 9 ครั้ง โดยมีดาวเทียมอยู่ในวงโคจรแล้วมากกว่า 200 ดวง อย่างไรก็ตาม Amazon ยังคงเพิ่มกำลังการผลิต การประมวลผล และเร่งอัตราการปล่อยดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มให้บริการ

ปฐมภพ สุวรรณศิริ และ คริส เว็บเบอร์
ปฐมภพ สุวรรณศิริ และ คริส เว็บเบอร์

นักวิเคราะห์ลุ้น ต่อยอด โครงการ USO 3

หลังการประกาศดีลดังกล่าว นักวิเคราะห์จากหลาย บล. ต่างมองถึงโอกาสและความเป็นไปได้หลายทาง

ขณะที่อินเทอร์เน็ตดาวเทียมวงโคจรต่ำนั้น เหมาะกับพื้นที่ห่างไกลซึ่งโครงข่ายเดิมเข้าไม่ถึง ขณะที่โครงการ USO 3 ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก กสทช. มีภาระกิจเพื่อส่งมอบอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลทั่วถึงเท่าเทียม

“ปฏิภาค นวาวัตน์” นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.กรุงศรี (KSS) มองว่าดีลนี้จะช่วยให้ ไทยคม กระจายความเสี่ยงเข้าสู่ธุรกิจ LEO โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงเต็มตัวจากการลงทุนในดาวเทียมเอง เนื่องจาก

ไทยคม ยังไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เราเชื่อว่าข้อตกลงนี้น่าจะช่วยเพิ่มกำไรและมูลค่าให้กับ ไทยคม หากพิจารณาจากรายละเอียดเบื้องต้นแล้ว ไทยคม ไม่จำเป็นต้องลงทุนใน
สินทรัพย์ขนาดใหญ่ แต่จะได้รับรายได้จากค่าธรรมเนียมในการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับ Amazon LEO
และค่าธรรมเนียมจากการเป็นผู้ถือสิทธิ สำหรับ Amazon LEO
จริงอยู่ที่ผลการศึกษาของเราชี้ว่า Amazon LEO ยังตามหลัง Starlink โดยเฉพาะในแง่ของ
จำนวนดาวเทียมและพื้นที่ครอบคลุม ในความเป็นจริงปัจจุบัน Amazon LEO มีดาวเทียมในวงโคจร
200 ดวง เทียบกับ Starlink ที่มี 7 – 8 พันดวง แม้ว่า Amazon LEO จะมีแผนขยายฝูงดาวเทียมเป็น 2-3
พันดวงภายในสองปีข้างหน้าก็ตาม แต่กลยุทธ์ของ Amazon LEO ดูเหมือนจะสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ
ไทยคมที่มุ่งเน้นการให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับพื้นที่ห่างไกล
นอกจากนี้ LEO เจ้านี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มของตนได้ ในขณะที่ Starlink
จะมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์แบบ “plug-and-play” สำหรับผู้บริโภครายย่อยและธุรกิจขนาดเล็กมากกว่า

ไทยคม ไม่ใช่รายแรกที่ทำข้อตกลงกับ Amazon LEO เพื่อใช้บริการในพื้นที่ห่างไกล โดยในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ Amazon LEO ได้ประกาศข้อตกลงในลักษณะเดียวกันกับ Vanu ผู้ให้บริการอุปกรณ์และบริการโครงข่ายเคลื่อนที่ในแอฟริกา เพื่อนำอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมคุณภาพสูงไปสู่ชุมชนในชนบททั่วแอฟริกา เรายังไม่ได้รวมความร่วมมือนี้เข้าไปในโมเดลของเราเนื่องจากข้อมูลยังมีจำกัด โดยเราคงไว้เป็น upside risk ต่อประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ในบทวิเคราะห์ฉบับนี้ เราได้รวมโครงการ USO #3 เข้าไปในโมเดลของเรา
แล้ว เนื่องจากมุมมองของเราต่อการที่ กสทช. ยกเลิกการประมูล USO #3 เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ ปูทางให้
ไทยคม เข้ามารับโครงการนี้ โดยสมมติฐานของเราเกี่ยวกับ USO #3มีดังนี้:
  • THCOM จะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของมูลค่าโครงการทั้งหมดจาก USO #3 หรือประมาณ 2.5พันล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 15% การรับรู้รายได้ครั้งแรกจะเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคมปีนี้หรือตั้งแต่ 4Q26 เป็นต้นไป
  • เราสมมติว่า 56% ของมูลค่ารวมจะเป็นมูลค่าของการก่อสร้างและติดตั้ง (SI) ด้วยอัตรากำไรสุทธิ 15% เราคาดว่ากำไรสุทธิส่วนเพิ่มจากโครงการนี้จะอยู่ที่ 210 ล้านบาท โครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 12 เดือนนับจากการก่อสร้าง ซึ่งจะเริ่มในเดือนตุลาคมปีนี้ เราคาดว่าโครงการ SI นี้จะเสร็จสิ้นภายใน 3Q27 ซึ่งหมายความว่ากำไร 52.5 ล้านบาทจะถูกรับรู้ใน 4Q26 และส่วนที่เหลืออีก 157.5 ล้านบาทจะถูกบันทึกในช่วง 3 ไตรมาสของ FY27F
  • สำหรับบริการอินเทอร์เน็ต มูลค่าจะอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะต้องทยอยรับรู้ในช่วงเวลา 5ปี หรือคิดเป็น 220 ล้านบาทต่อปี หากสมมติอัตรากำไรสุทธิ 15% จะช่วยเพิ่มกำไรได้ 33 ล้านบาทต่อปี เริ่มตั้งแต่ 4Q27F เป็นต้นไป…..(บทวิเคราะห์เต็ม)