Skip to content

Buy Now Pay Later โตต่อไม่หยุด คาดปี’72 โต 174% มูลค่าตลาดทะลุ 6 แสนล้าน

15 พ.ค. 2569 | 18:47น.
Buy Now Pay Later โตต่อไม่หยุด คาดปี’72 โต 174% มูลค่าตลาดทะลุ 6 แสนล้าน

2C2P by Antom เผยอินไซต์จากรายงานล่าสุดของ IDC พบ 97% ของการทำธุรกรรมอีคอมเมิร์ซภายในปี 2572 จะมาจาก “การชำระเงินดิจิทัล” ส่วน Buy Now Pay Later ยังมาแรง คาดโตเร็วสุด 174% ทะลุ 6 แสนล้านบาท

นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ทูซีทูพี บาย แอนทอม (2C2P by Antom) กล่าวว่า รายงาน How Southeast Asia Buys and Pays 2026 : Unlocking SMEs’ Potential ของบริษัทวิจัยตลาด IDC ระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตอย่างร้อนแรง

มีโอกาสขยายตัวสูงถึง 85.4% แตะมูลค่า 9.38 ล้านล้านบาท (ประมาณ 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ภายในปี 2572 หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 13.2% ในช่วงปี 2567–2572 ซึ่งจะส่งผลให้อาเซียนก้าวขึ้นเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย

ขณะที่การชำระเงินดิจิทัลมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นมาเป็นช่องทางหลักของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 97% ของธุรกรรมทั้งหมดภายในปี 2572 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 89%

แรงหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของระบบการชำระเงินภายในประเทศ (Domestic Payments) และกระเป๋าเงินดิจิทัล (Mobile Wallet) โดยเฉพาะในตลาดสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม คาดว่าระบบการชำระเงินภายในประเทศจะเติบโตถึง 104% แตะมูลค่า 2.98 ล้านล้านบาท (ประมาณ 9.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) ภายในปี 2572 ก้าวขึ้นแซงหน้าการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต-เดบิต และกลายเป็นช่องทางการชำระเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนกระเป๋าเงินดิจิทัล มีแนวโน้มขยายตัว 107% แตะ 2.56 ล้านล้านบาท (ประมาณ 7.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) และด้านบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later : BNPL) ยังถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 174% มีมูลค่าตลาดแตะ 6.11 แสนล้านบาท (ประมาณ 1.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) ภายในปี 2572

ในฝั่งของอินไซต์ที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 58% ของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2572 พบว่ากลุ่ม SMEs กว่า 66% ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

แต่ผู้ประกอบการกว่า 1 ใน 3 ยังคงพึ่งพาการใช้เงินสดเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ 63% มองว่าระบบการชำระเงินที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ และจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ทูซีทูพี บาย แอนทอม (2C2P by Antom)
วรฉัตร ลักขณาโรจน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ทูซีทูพี บาย แอนทอม (2C2P by Antom)

ทั้งนี้ ความซับซ้อนของระบบ ความกังวลด้านการฉ้อโกง ค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีของ SMEs ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า SMEs ไทยหันมาใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ การค้าข้ามพรมแดน และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย โดยกลุ่ม SMEs ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการขยายตลาดและการพัฒนาโซลูชั่นด้านการชำระเงินในสัดส่วนเท่ากันที่ 31% ตามมาด้วยการบริหารจัดการทางการเงินที่ 25%

ขณะเดียวกัน SMEs ไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดย 36% ระบุว่าค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับสูงเป็นอุปสรรคสำคัญ ขณะที่ 28% กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง และอีก 28% มองว่าการเชื่อมต่อระบบยังมีความซับซ้อน

แม้ปัจจุบันจะมี SMEs เพียง 49% ที่ดำเนินธุรกิจการค้าข้ามพรมแดน แต่มากกว่า 3 ใน 4 มีแผนขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้า โดย IDC ประเมินว่า หาก SMEs สามารถเข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้มากขึ้นจะสามารถสร้างมูลค่าการขายเพิ่มขึ้นได้ถึง 6.73 แสนล้านบาท (ประมาณ 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) ภายในปี 2572

นายวรฉัตรกล่าวด้วยว่า ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรองรับพฤติกรรมการชำระเงินที่มีความซับซ้อนและแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ที่ผ่านมา 2C2P by Antom ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มการชำระเงินแบบครบวงจรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มุ่งพัฒนาโซลูชั่นการชำระเงิน พร้อมส่งมอบองค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจทุกขนาดได้สามารถบริหารจัดการระบบการชำระเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งในด้านการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มากกว่า 50% ในหลายประเทศหลัก และการจ้างงานที่คิดเป็น 64.6% ของกำลังแรงงานทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของระบบการชำระเงินในแต่ละประเทศยังถือเป็นอีกประเด็นหลักที่กำลังกลายเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายการเติบโตในระดับภูมิภาค ซึ่งภาคธุรกิจต้องการโซลูชั่นที่จะเข้ามาช่วยให้การบริหารจัดการเงินง่ายขึ้น รองรับรูปแบบการชำระเงินที่มีความหลากหลายในแต่ละตลาด และเปิดโอกาสให้การดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ 

ปัจจุบันแพลตฟอร์มการชำระเงินระดับองค์กรของ 2C2P by Antom ทำให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถเชื่อมต่อระบบผ่าน Single API เดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการชำระเงิน ปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และก้าวสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพในเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค

แท็กที่เกี่ยวข้อง

2C2P Buy Now Pay Later