“เจมาร์ท” เร่งเกม “ซินเนอร์ยี” ดัน JFIN เชื่อม “ค้าปลีก-การเงิน”
เจฟิน
ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กับความพยายามของกลุ่มเจมาร์ทที่ต้องการขยับจากการเป็น investment holding company สู่ “เทคคอมปะนี” โดยมี “เจ เวนเจอร์ส” เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยถือเป็นรายแรก ๆ ของไทยที่สร้างยูทิลิตี้โทเค็น (utility token) ในชื่อ “JFIN” ซึ่งกำลังจะกลายเป็นขุมกำลังสำคัญในการเข้าสู่โลกการเงินยุคดิจิทัลที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้
“อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาภาพการผนึกกำลัง (ซินเนอร์ยี) ธุรกิจในเครือค่อนข้างชัดเจน ซึ่งทิศทางปี 2565 จะเน้นซินเนอร์ยีกับธุรกิจทั้งในและนอกเครือมากขึ้น เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและการเงินให้แข็งแรงขึ้น
การทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น technology investment holding company จะเกิดขึ้นใน 3 ปีจากนี้ และส่งผลให้ปีนี้และปี 2566 กำไรเติบโตไม่ต่ำกว่า 50%
“แนวคิดการเป็นเทคคอมปะนีเจมาร์ทต่างจากสตาร์ตอัพทั่วไปที่ต้องเบิร์นเงินเพื่อสร้างจำนวน สร้างฐานลูกค้าแต่เราใช้อีโคซิสเต็มที่มีอยู่แล้วมาสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ที่ผ่านมาเราใช้เทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจใหม่ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วทั้งค้าปลีกและการเงิน”
นอกจากนี้ ยังเตรียมเงินลงทุนไว้อีก 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งการเข้าลงทุนใน Jaydee Group 25% และขยายธุรกิจโซลาร์รูฟ โดยลงทุนร่วมกับ GUNKUL
“สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เปิดเผยว่า ได้ลงทุนกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารกสิกรไทย โดยเตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อประกอบธุรกิจร่วมกัน ด้านการให้บริการงานติดตามหนี้ และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ คาดว่าจะเห็นการต่อยอดธุรกิจเพิ่มเติมผ่านการจับมือพันธมิตรรายใหม่ในปีนี้
อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่อยู่ภายใต้การดูแลโดย “ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งในปีนี้จะนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาพัฒนา decentralized digital lending platform (DDLP) มากขึ้น รวมถึงสร้าง JFIN Tokenomics ให้แข็งแรงขึ้น
โดยเหรียญ JFIN จะเป็นตัวหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การสร้างกลไกในการนำเหรียญไปใช้ผ่านกิจกรรมและร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ ทั้ง JFIN Adoption ลดแลกแจกแถมกับบริษัทในเครือ นำเหรียญไปใช้กับพาร์ตเนอร์ เช่น OneSiam บีทีเอส กรุ๊ป คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะทำให้มีผู้ใช้ JFIN เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีกว่า 6 แสนวอลเลต
และ 2.การสร้างแพลตฟอร์มและโปรดักต์ต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชั่น JID ป๋า JNFT ป๋า Plaza เป็นต้น
“อีโคซิสเต็มของเจฟินคอยน์จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากการขยายพาร์ตเนอร์ จากเดิมอยู่ในเครือเจมาร์ท ซึ่งจะทำให้อีโคซิสเต็มของเจมาร์ท กรุ๊ปแข็งแรงขึ้นด้วย”
ทั้งกระแสการออกโทเค็นที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากยังส่งผลดีกับธุรกิจของบริษัทอีกด้วย เพราะมีบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนออก “โทเค็น” ได้เพียง 2 ราย คือ เจ เวนเจอร์ส และบิทคับ ทำให้ได้รับการติดต่อจากธุรกิจต่าง ๆ ให้ดำเนินการออกโทเค็นให้ แต่บริษัทไม่สามารถรับลูกค้าได้ทุกราย