เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
Economic “ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
ลงทุนโลกปั่นป่วนหุ้น AI ดิ่งแรง-ผันผวนหนัก อวสานทอง ‘บาทละแสน’
Finance ลงทุนโลกปั่นป่วนหุ้น AI ดิ่งแรง-ผันผวนหนัก อวสานทอง ‘บาทละแสน’
ACE ชูต้นแบบโรงงานคัดแยกขยะ  ก.อุตฯยกนิ้วบริหารจัดการหลุมฝังกลบได้มาตรฐาน
Economic ACE ชูต้นแบบโรงงานคัดแยกขยะ ก.อุตฯยกนิ้วบริหารจัดการหลุมฝังกลบได้มาตรฐาน
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
POWER MALL ชิงโพซิชั่นเกมเมอร์ฮับ จัด 2 แคมเปญใหญ่ แข่งเกมพร้อมมินิคอนเสิร์ต
Business POWER MALL ชิงโพซิชั่นเกมเมอร์ฮับ จัด 2 แคมเปญใหญ่ แข่งเกมพร้อมมินิคอนเสิร์ต
‘เอกนิติ’ ยันไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะแน่นอน พร้อมแจงเงินกู้เปลี่ยนผ่าน 2 แสนล้าน
Finance ‘เอกนิติ’ ยันไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะแน่นอน พร้อมแจงเงินกู้เปลี่ยนผ่าน 2 แสนล้าน
“ไอคอนสยาม” ร่วมฉลองคริสต์มาส งาน “ICONSIAM BANGKOK ILLUMINATION 2026”
Biz Movement “ไอคอนสยาม” ร่วมฉลองคริสต์มาส งาน “ICONSIAM BANGKOK ILLUMINATION 2026”
เร่งสร้างรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรนถึงหนองคาย เชื่อมเมือง-โลจิสติกส์ไทย-ลาว-จีน
Economic เร่งสร้างรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรนถึงหนองคาย เชื่อมเมือง-โลจิสติกส์ไทย-ลาว-จีน
ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
Economic ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
Finance บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
ดูทั้งหมด

ห้องทดลองใต้ดินสหรัฐฯ เดินเครื่องตรวจจับ สสารมืด LUX-ZEPLIN ความไวสูงที่สุดในโลก

10 ก.ค. 2565 | 22:31น.

ผลการทดสอบเดินเครื่องอุปกรณ์ตรวจจับ สสารมืด “ลักซ์-เซปลิน” (LUX-XEPLIN) ซึ่งตั้งอยู่ที่เหมืองทองเก่าลึกลงไปใต้ดิน 1 กิโลเมตร ที่รัฐเซาท์ดาโกตาของสหรัฐฯ พบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความไวในการตรวจจับอนุภาคหายากสูงที่สุดในโลก และอาจค้นพบสสารมืดได้ภายในช่วงทศวรรษข้างหน้านี้

เดิมทีอุปกรณ์ตรวจจับสสารมืด “ลักซ์-เซปลิน” หรือ “แอลซี” (LZ) มีกำหนดจะเริ่มเดินเครื่องทำงานในปีที่แล้ว แต่เพราะการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการออกไป อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ของสถานีวิจัยใต้ดินแซนฟอร์ด (SURF) ระบุว่าได้ติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดเสร็จสิ้นและทำการเดินเครื่องทดสอบระยะแรกเรียบร้อยแล้ว

รูปเครื่องตรวจจับสีขาว

ที่มาของภาพ, SURF

สสารมืด (dark matter) เป็นองค์ประกอบหลักถึง 85% ของสสารทั้งหมดในจักรวาล แม้เราจะยังไม่ทราบว่ามันคืออะไรและซ่อนตัวอยู่ที่ไหนบ้าง แต่นักวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ว่าสสารมืดมีอยู่จริง หลังพบว่าแรงโน้มถ่วงของสสารธรรมดาเท่าที่มนุษย์รู้จัก ไม่เพียงพอที่จะรวบรวมวัตถุอวกาศให้เกาะกันเป็นกลุ่มก้อนอย่างกาแล็กซี และไม่เพียงพอที่จะผลักดันดาราจักรให้หมุนในแบบที่เป็นอยู่

นักฟิสิกส์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันคาดว่า อนุภาคบางชนิดที่มีมวลมากแต่ทำอันตรกิริยาเพียงอ่อน ๆ กับสิ่งรอบข้างหรือ WIMP คือสสารมืดที่ตามหากันอยู่ โดยเชื่อว่ามีอนุภาคของสสารมืดเคลื่อนผ่านโลกและตัวของเราไปหลายพันล้านอนุภาคในทุกขณะ แต่จะต้องใช้อุปกรณ์ตรวจจับที่มีความละเอียดและความไวสูงยิ่งยวดเท่านั้น จึงจะสามารถค้นพบอนุภาคลึกลับดังกล่าวได้

เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนจากรังสีคอสมิก ฝุ่นละออง และอนุภาคที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อุปกรณ์ตรวจจับสสารมืดแอลซีจึงตั้งอยู่ในเหมืองทองเก่าลึกลงไปใต้ดินถึง 1 กิโลเมตร โดยแช่อยู่ในบ่อน้ำกลั่นบริสุทธิ์ขนาดใหญ่อีกชั้นหนึ่ง

ทีมงานกำลังก่อสร้างสถานีวิจัยใต้ดินในเหมืองทองเก่า เมื่อปี 2019

ที่มาของภาพ, SURF

ส่วนเซนเซอร์ตรวจจับสสารมืดจะอยู่ภายในถังไทเทเนียม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บรรจุซีนอน (Xenon) บริสุทธิ์ ในสถานะของเหลวที่อุณหภูมิต่ำไว้ 10 ตัน ทำให้ใจกลางของถังไทเทเนียมนี้เป็นพื้นที่ซึ่ง “มีความสะอาดหมดจดปลอดการปนเปื้อนสูงที่สุดในโลกและระบบสุริยะ” ตามคำกล่าวอ้างของทางสถานีวิจัย

เมื่อมีอนุภาคความละเอียดสูงที่น่าจะเป็นสสารมืด หลุดเข้ามาในถังไทเทเนียมดังกล่าว มันจะชนเข้ากับอะตอมของซีนอนจนเกิดแสงสว่างวาบ และปลดปล่อยอิเล็กตรอนออกมาจำนวนหนึ่งก่อนจะเคลื่อนผ่านออกไป ส่วนเซนเซอร์ตรวจจับแสงที่ด้านบนและด้านล่างของถังไทเทเนียมจะบันทึกข้อมูลการชน เพื่อนำไปวิเคราะห์ว่าอนุภาคที่ผ่านเข้ามาใช่สสารมืดหรือไม่

เมื่อมีอนุภาคเข้ามาในถังไทเทเนียม มันจะชนกับอะตอมของซีนอนจนเกิดแสงสว่างและปลดปล่อยอิเล็กตรอน ก่อนจะเคลื่อนผ่านออกไป

ที่มาของภาพ, SLAC

หากพิสูจน์ได้ว่าแสงสว่างเกิดจากอนุภาคต้องสงสัยชนเข้ากับนิวเคลียสของอะตอมซีนอน โดยไม่ได้ชนปะทะเข้ากับอิเล็กตรอน ก็จะมีความเป็นไปได้สูงว่าอนุภาคนั้นคือสสารมืดนั่นเอง

ทีมนักวิทยาศาสตร์ 250 คน ที่ดูแลอุปกรณ์ตรวจจับสสารมืดแอลซีบอกว่า แม้เครื่องตรวจจับจะมีความไวและประสิทธิภาพสูง แต่พวกเขาคาดว่าจะได้เห็นสัญญาณของอนุภาคต้องสงสัยผ่านเข้ามาเพียงปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยหวังว่าจะได้ข้อมูลจากการตรวจจับเพิ่มขึ้น 20 เท่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

บางส่วนของทีมนักวิทยาศาสตร์ 250 คน ถ่ายภาพกับเครื่องแอลซีภายในบ่อที่จะบรรจุน้ำบริสุทธิ์

ที่มาของภาพ, SURF

ดร. ฮิวจ์ ลิปปินคอตต์ นักฟิสิกส์และโฆษกของทีมผู้วิจัย กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า “โอกาสที่เราจะค้นพบสสารมืดด้วยอุปกรณ์ตัวนี้ อาจจะต่ำกว่า 50% แต่อย่างน้อยโอกาสที่จะทำได้สำเร็จก็ยังมีอยู่สูงกว่า 10%”

ดร. แอรอน มานาเลย์ซาย ผู้ประสานงานของโครงการวิจัยกล่าวเสริมว่า “หากไม่มีสสารมืด ทุกสิ่งในจักรวาลจะแยกตัวหนีห่างออกจากกัน จะไม่มีกาแล็กซี ไม่มีโลก และไม่มีเรา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำความเข้าใจประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของเอกภพ หากเราไม่พยายามไขปริศนาเกี่ยวกับสสารมืดเสียก่อน”

………..

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งานวิจัย สหรัฐอเมริกา