เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

China is Back ตัวแปร (หลัก) ฟื้นท่องเที่ยวไทย

04 ม.ค. 2566 | 09:39น.
China is Back

คาดการณ์กันว่าปี 2566 นี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยและทั่วโลก หลังจากที่ทางการจีนโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน หรือ NHC ได้ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยว “ขาเข้า” ประเทศทั้งหมด

โดยใช้วิธีแสดงผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ 48 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องบินแทน ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

เรียกว่า เป็นการปิดฉากมาตรการคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น หรือ Zero COVID ที่ใช้มานานเกือบ 3 ปีเต็มไปเรียบร้อยแล้ว

การประกาศนโยบายเปิดประเทศของทางการจีนแบบรัว ๆ รอบนี้ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดจีน และกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งเป็นซัพพลายไซด์ทุกภาคส่วน

อาทิ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว, สมาคมท่องเที่่ยวไทยจีน, สมาคมโรงแรม, สมาคมมัคคุเทศก์, สำนักงานการบินพลเรือน, ตัวแทนสายการบิน, สมาคมรถขนส่ง ฯลฯ ประชุมร่วมเพื่อประเมินดีมานด์ และเตรียมพร้อมรับมือนักท่องเที่ยวจีนทันทีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา

8 ม.ค. 65 จีนเปิดเต็มรูปแบบ

“ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่าจากการมอนิเตอร์ของสำนักงานการท่องเที่ยวในประเทศจีนมีพบว่า

ภาพรวมของการผ่อนคลายมาตรการเปิดประเทศของจีนมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ด้วยการออกนโยบาย 5-1 (five-one) หนึ่งสายการบิน หนึ่งประเทศ หนึ่งเส้นทาง หนึ่งเที่ยวบิน หนึ่งสัปดาห์

และเดือนสิงหาคม 2565 ที่อนุญาตให้ชาวจีนและชาวต่างชาติที่ถือใบอนุญาตพำนักในประเทศจีน ทั้งที่เป็นนักศึกษา หรือนักธุรกิจ APEC ออกเดินทางได้ก่อน จากนั้นพฤศจิกายน 2565 ที่มีการเดินทางมาร่วมการประชุม APEC ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา ทำให้เกิด sentiment เชิงบวกต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก

กระทั่ง 26 ธันวาคม 2565 รัฐบาลจีนประกาศผ่อนปรนมาตรการการเดินทางใน 3 ประเด็น คือ 1.ยกเลิกการกักตัวทั้งหมด 2.ยกเลิกนโยบาย 5-1 ของสายการบิน และ 3.อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนออกเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565

ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ

และล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 27 ธันวาคม 2566 สำนักบริหารการตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน ได้ออกประกาศอีกฉบับว่า ให้คนจีนสามารถออกเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวในต่างประเทศได้ รวมถึงการรับและอนุมัติคำขอหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ทั่วไปของพลเมืองจีนที่มีจุดประสงค์ท่องเที่ยวและเยี่ยมเพื่อนในต่างประเทศ

รวมทั้งจะกลับมาให้บริการเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าทั่วไป ใบอนุญาตพำนัก และใบสำคัญถิ่นที่อยู่ สำหรับชาวต่างชาติซึ่งอาจต้องการดำเนินขั้นตอนเร่งด่วนในกรณีจำเป็น และบริการออกวีซ่า ณ ด่านตรวจลงตรา นโยบายเดินทางผ่านแบบฟรีวีซ่าระยะ 24/72/144 ชั่วโมง และใบอนุญาตพำนักชั่วคราว

เรียกว่า ทางการจีนได้เปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ทั้งชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ (นักท่องเที่ยวขาเข้า) และคนจีนที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศ (นักท่องเที่ยวขาออก) เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ แล้ว

China is Back

“ธเนศวร์” บอกด้วยว่า หลังจากที่ทางการจีนประกาศนโยบายดังกล่าวออกมาพบว่า มีสัญญาณเป็นบวกภายในประเทศจีนในหลาย ๆ ประเด็น อาทิ 1.ดีมานด์การเดินทางกลับมาอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Qu Na er (ชู่วหน่า) รายงานว่า ปริมาณการค้นหาสำหรับตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 7 เท่า และจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 คือ ไทย ตามด้วย ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้

เช่นเดียวกับแพลตฟอร์ม Tong Cheng Lu Xing (ก๋งเฉิง) มีการค้นหาตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 850% และมีปริมาณการค้นหาทันทีของวีซ่าเพิ่มขึ้น 10 เท่า และกลุ่มผู้ใช้ในการค้นหาหลักมาจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว

นักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ สื่อโทรทัศน์ CNBC ยังรายงานว่า หลังจากการประกาศผ่อนคลายนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศของรัฐบาลจีน ประเทศไทยติดอันดับท็อป 10 เดสติเนชั่นที่นักท่องเที่ยวจีนต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทั้ง 5 แห่งในประเทศจีนมอนิเตอร์และเตรียมแผนการตลาดล่วงหน้ามาเป็นระยะ และได้เตรียมแผนยุทธศาสตร์สำหรับตลาดจีนไว้แล้วว่าจะดำเนินงานภายใต้คอนเซ็ปต์ China is Back หรือ “วันที่เรารอคอยมาถึงแล้ว”

เร่งตลาดผ่าน 5 ช่องทาง

ด้าน “ชูวิทย์ ศิริเวชกุล” ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ททท.ได้เตรียมทำการตลาดไว้ 5 ช่องทางหลัก ประกอบด้วย 1.ทำการสื่อสารในธีม “ไทย-จีน ครอบครัวเดียว” 2.บุกตลาดผ่านเวิลด์ไวด์ แพลตฟอร์ม อาทิ Ctrip, pliggy, Alipay, Quner.com, UnionPay, www.lvmama.com

3.Live Streaming Sale โดย MA TIANYU (RAY MA) ศิลปิน นักแสดงชาวจีนที่ยอดผู้ติดตามทาง Weibo จำนวน 32 ล้านคน ความยาว 2 ชั่วโมงในวันที่ 10 มกราคม 2566 และซีอีโอ Ctrip จะทำการไลฟ์สดจากกรุงเซี่ยงไฮ้ไปทั่วประเทศจีน ความยาว 2 ชั่วโมงในวันที่ 11 มกราคม 2566 โดยตั้งเป้าว่าจะมียอดขายของแพ็กเกจการเดินทางจำนวน 6 หมื่นแพ็กเกจ

4.ฟื้นเที่ยวบินและเจรจาเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เพื่อเชื่อมโยงทั้งเมืองหลักและเมืองรองของประเทศไทยและจีน และ 5.ใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3A โดยดีไซน์แพ็กเกจการท่องเที่ยวผ่านช่องทางทางบกในหลากหลายรูปแบบ อาทิ เส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ผ่านเวียงจันทน์เข้าไทยทางภาคอีสาน, คาราวานรถยนต์ท่องเที่ยว เข้าไทยทางภาคเหนือและอีสาน, คาราวานรถบิ๊กไบก์ เป็นต้น

คาด 3 เดือนแรก 3 แสนคน

“ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประกาศเปิดประเทศของทางการจีนดังกล่าวมาเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม สมาคมประเมินว่าจะยังไม่เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาทันทีทันใดในช่วงเดือนมกราคม 2566 หรือในช่วงตรุษจีนนี้

เนื่องจากหลาย ๆ ส่วนยังไม่พร้อม โดยเฉพาะในฟากของสายการบิน รวมถึงขั้นตอนการยื่นขอทำพาสปอร์ตและวีซ่าซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร

โดยคาดว่าเร็วที่สุดที่น่าจะเห็นบรรยากาศการเดินทางที่คึกคักคือ ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน 2566 เป็นต้นไปทั้งนี้ คาดว่าในช่วง 3 เดือนแรก (มกราคม-มีนาคม 2566) จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน

นักท่องเที่ยว

“ที่ผ่านมาเราได้คุยกับคู่ค้าในเมืองจีนมาเป็นระยะ และรับรู้ถึงสัญญาณของการผ่อนคลายมาตรการอยู่แล้วแต่ไม่คิดว่าจะมากะทันหัน และเร็วกว่าที่คาดการณ์แบบนี้ ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ผู้ประกอบการในจีนก็ประสบปัญหาเรื่องแรงงานเช่นเดียวกับในประเทศไทย ทั้งในส่วนบริษัททัวร์ สายการบิน โรงแรมฯลฯ ผมจึงเชื่อว่าทันทีที่เปิดจีนจะยังไม่ทะลักเข้ามาทันทีแน่นอน”

ขณะที่ “วิชิต ประกอบโกศล” รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ประเมินว่าช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งทางอากาศและผ่านด่านทางบกรวมประมาณ 4 แสนคน หรือไม่ต่ำกว่า 3 แสนคนแน่นอน”

โดยคาดการณ์ว่าเดือนมกราคม 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประมาณ 5 หมื่น-1 แสนคน เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2566 น่าจะมีจำนวนราว 1-2 แสนคน และคาดว่าตลอดทั้งปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน หรือหาก ททท. เร่งทำตลาดอย่างเต็มที่อาจได้ถึง 7 ล้านคน

ปี’66 นักท่องเที่ยว 25 ล้านคน

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ว่า แผนการเปิดประเทศของรัฐบาลจีนที่ประกาศออกมานั้นถือว่าเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ และเป็นการผ่อนคลายมาตรการระดับประเทศเป็นครั้งแรกหลังจากที่ใช้มาตรการคุมเข้ม

หรือ Zero COVID มานานเกือบ 3 ปีเต็ม จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะเห็นภาพการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงต้นไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนตารางฤดูร้อน (summer schedule) ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2566

พร้อมบอกด้วยว่า แนวทางดังกล่าวนี้เป็นปัจจัยบวกอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยและทั่วโลก โดยประเมินว่าปี 2566 นี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเติมอีกประมาณ 5-6 ล้านคน จากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 20 ล้านคน

“เท่าที่ ททท.ประเมินไว้ เราไม่กังวลเรื่องดีมานด์ แต่เป็นห่วงเรื่องความพร้อมของซัพพลายไซด์ที่จะรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงดราม่าที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดอีกรอบ ซึ่งประเด็นนี้เราต้องเตรียมพร้อมตั้งรับ และที่ผ่านมาก็มีการประชุมทางกระทรวงสาธารณสุขในฐานะที่เป็นหน่วยงานควบคุมโรคแล้ว”

สอดรับกับ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่กำหนดเป้าหมายหลังจากได้รับข่าวจีนเปิดประเทศในวันที่ 8 มกราคม 2566 ว่า ตลาดจีนจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2566

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ขยับตัวเลขเป้าหมายนักท่องเที่ยวสำหรับปี 2566 จาก 20 ล้านคน เป็น 25 ล้านคนและมีรายได้รวมที่ 2.38 ล้านล้านบาท หรือมากกว่า

จีนเที่ยวนอกปีละ 155 ล้านคน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) รายงานว่า ภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจีนเช่นกัน โดยการท่องเที่ยวจีนระบุว่า ปี 2562 คนจีนออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 155 ล้านคน

และเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 6,000 ล้านคน-ครั้ง หรือเฉลี่ยประมาณ 4 ครั้งเศษ ๆ ต่อคนต่อปี

และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วน 11.5% ของ GDP มีแรงงานทางตรง 28.95 ล้านคน แรงงานทางอ้อม 79.8 ล้านคน

นั่นหมายความว่า การประกาศใช้มาตรการ Zero COVID ของจีน มีแรงงานของประเทศจีนที่ได้รับผลกระทบรวมประมาณ 100 ล้านคนในช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของทั่วโลกด้วย

ขณะที่ประเทศไทยก็พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเช่นกัน โดยข้อมูลจากสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2555 ชาวจีนครองอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยว
ต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย

โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทย 10,997,338 คน ครองจำนวนอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งหมด สร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยราว 531,576.65 ล้านบาท

การประกาศเปิดประเทศเต็มรูปแบบของทางการจีนตั้งแต่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป จึงเป็น “ปัจจัยบวก” และ “จุดเริ่มต้น” สำคัญของการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยแน่นอน…

อัพเดต ! มาตรการเดินทาง เข้า-ออก “จีน” หลังเปิดประเทศ

ชัดเจนแล้วว่าตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ทางการจีนจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัว พร้อมทั้งเปิดให้พลเมืองจีนสามารถเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวไปต่างประเทศได้

ข่าวดังกล่าวนับว่าเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก เนื่องจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดใหญ่อันดับ 1 ของไทยมาโดยตลอด ขณะเดียวกัน ก็เป็นกระแสที่สร้างความวิตกกังวลให้กับสังคมส่วนหนึ่ง เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศของจีนในหลายมณฑลยังหนัก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้อัพเดตประเมินสถานการณ์ตลาดจีน รวมถึงมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศของจีนตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 ใน 2 ส่วนหลัก

ประกอบด้วย มาตรการป้องกันและการควบคุมโรคโควิด-19 ภายในประเทศจีน ได้แก่ ไม่มีการกักตัวสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19, ไม่มีการแบ่งกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง, ดำเนินการรักษาผู้ป่วยด้วยการแบ่งเป็นกลุ่มประเภทตามระดับอาการ, ปรับการตรวจหาเชื้อโควิดเป็น “อยากตรวจก็ตรวจให้หมด” และปรับความถี่ในการแถลงข่าวการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

และ มาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ ได้แก่ ตรวจ Nucleic Acid หรือ RT-PCR ก่อนขึ้นเครื่อง 48 ชั่วโมง, ยกเลิกการยื่นขอ Health Code อีกต่อไป, เริ่มรับทำหนังสือเดินทางให้กับประชาชนจีน, กรอกผลตรวจลงใบคัดกรองสุขภาพของ ตม.เหมือนเดิม, ยกเลิกมาตรการกักตัว กับมาตรการตรวจ Nucleic Acid หรือ RT-PCR หลังจากเข้าประเทศจีน

นอกจากนี้ ยังยกเลิกนโยบาย 5-1 แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัยบนเครื่องบินตลอดเวลา, อนุญาตให้ผู้เดินทางไปทำงาน ทำธุรกิจ ศึกษา เยี่ยมญาติ ขอวีซ่าแต่ละประเภทเพื่อที่จะเดินทางเข้าประเทศจีนได้, อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศจีนได้ทั้งทางบกและทางเรือ

ที่สำคัญ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศได้

สำหรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ของฝ่ายไทยจะมีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะมีการประชุมร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคมในวันที่ 5 มกราคม 2566 อีกครั้ง…