เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
Politics ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
Real Estate ‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
ดูทั้งหมด

ทัวร์จีน 4 แสนล้านสะดุดยาว ยอดไฮซีซั่นนิ่งสนิท ทุบเป้า 5 ล้านคน

16 ส.ค. 2566 | 06:22น.
ทัวร์จีน นักท่องเที่ยวจีน

ทัวร์จีน 4 แสนล้านซึมยาว ! เอเย่นต์รายใหญ่ส่งสัญญาณ “กรุ๊ปทัวร์” ยังชะลอเดินทางออกต่างประเทศ เผยช่วงหยุดยาววันชาติจีนเดือน ต.ค. ต่อเนื่องไฮซีซั่นปลายปียอดจองแพ็กเกจทัวร์เข้าเมืองไทยเงียบสนิท สมาคม ATTA เผยเป้าหมาย 5 ล้านคนปีนี้เป็นไปได้ยาก อุปสรรคเพียบ ทั้งเรื่องวีซ่า ปัญหาเศรษฐกิจ คู่แข่งหลัก “ญี่ปุ่น-อเมริกา-ยุโรป” เปิดแล้ว ด้านการบินไทยรับผู้โดยสารไม่ขยับ เลื่อนแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปปลายปี ขณะที่ “กรมการกงสุล” เร่งเคลียร์ปมวีซ่า ททท.โหมอัดโปรโมตทุกช่องทาง

แหล่งข่าวจากบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์คนจีนเที่ยวต่างประเทศว่า ขณะนี้แม้ว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเปิดประเทศและอนุญาตให้ชาวจีนเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา และประเทศไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศนำร่อง แต่ด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้คนจีนส่วนใหญ่ยังเน้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศและท่องเที่ยวระหว่างมณฑลเป็นหลัก

คนจีนแห่เที่ยวในประเทศ

แหล่งข่าวระบุว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวภายในประเทศจีนนั้นเริ่มกลับมาคึกคักตั้งแต่ปี 2565 หลังจากที่รัฐบาลเปิดให้สามารถเดินทางข้ามมณฑลได้ กระทั่งปัจจุบันคนจีนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมเดินทางภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ซีอาน เฉิงตู กว่างโจว กุ้ยหลิน คุนหมิง ลี่เจียงซูโจว แชงกรี-ลา ฯลฯ ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มเดินทางเพื่อธุรกิจเป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลจีนส่งเสริมให้กลุ่มนักธุรกิจออกเดินทางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน

“ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี จะเป็นช่วงปิดเทอมของนักเรียนจีน ซึ่งตามปกติแล้วพ่อแม่คนจีนจะนิยมพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ปีนี้คนส่วนใหญ่ก็ยังคงพาลูกเที่ยวภายในประเทศ และใช้จ่ายภายในประเทศมากกว่า” แหล่งข่าวกล่าว

ชาวจีนเที่ยวในประเทศ
ชาวจีนเที่ยวในประเทศจีน

ไฮซีซั่น ต.ค.-ธ.ค.ยังเงียบสนิท

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ยังพบว่ายอดการขายแพ็กเกจทัวร์ล่วงหน้าเข้าประเทศไทยในช่วงเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงวันหยุดวันชาติจีนจนถึงเดือนธันวาคม ที่เป็นไฮซีซั่นอีกช่วงหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมออกเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศจำนวนมากยังเงียบมาก

“ปกติผู้ประกอบการจะเริ่มทำการตลาดและขายล่วงหน้า รวมถึงวางแผนเหมาชาร์เตอร์ไฟลต์สำหรับออกเดินทางในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีกันตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป และประกอบกับราคาแพ็กเกจทัวร์ที่สูงขึ้น 2-3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 ก่อนโควิด ยิ่งทำให้การขายแพ็กเกจทัวร์ล่วงหน้ายิ่งยากขึ้น”

แหล่งข่าวรายนี้ยังเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันราคาแพ็กเกจเที่ยวประเทศไทยมีระดับราคาต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 3,000 หยวน สำหรับโปรแกรม 7 วัน เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา-เกาะเสม็ด (เข้าร้านช็อปปิ้ง) และสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6,000 หยวน (7 วัน) พักโรงแรม 5 ดาว ไม่เข้าร้านช็อปปิ้ง ไม่มีขายออปชั่นเสริม เป็นต้น แต่ตอนนี้คนจีนที่มีเงินนิยมไปเที่ยวล่องเรือเส้นทางยุโรป อิตาลี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็นของใหม่

ขณะที่เส้นทางเข้าเมืองไทยยังกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเมื่อรัฐบาลเปิดให้ไปเที่ยวญี่ปุ่น อเมริกาได้ คนจีนก็น่าจะเปลี่ยนเดสติเนชั่นจากเมืองไทยไปเมืองใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

เส้นทางที่ได้รับความนิยมของคนจีนขณะนี้คือ เส้นทางท่องเที่ยวโดยการล่องเรือ เส้นทางสู่ยุโรป อิตาลี โดยเส้นทางยุโรป 11 ประเทศ ราคาอยู่ที่ประมาณ 50,000-60,000 หยวน ส่วนเส้นทางสู่อิตาลี/กรีซ ระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 32,000-40,000 หยวน เป็นต้น

ชาวจีนเที่ยวในประเทศ
ชาวจีนเที่ยวในประเทศจีน

ปัจจัยลบเพียบ-เป้า 5 ล้านคนยาก

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ตอนนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เริ่มทบทวนเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ตั้งไว้ว่าในกรณี worst case หรือแย่ที่สุดปีนี้ ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 5 ล้านคน และกรณี best case อาจมีจำนวนสูงถึง 7-8 ล้านคน

ปัจจุบัน ททท.ได้ปรับลดเป้านักท่องเที่ยวจีนมาอยู่ที่กรณี worst case หรือที่ 5 ล้านคนแล้ว และล่าสุดหลาย ๆ ฝ่ายก็เริ่มประเมินแล้วว่าโอกาสที่ประเทศไทยจะได้นักท่องเที่ยวจีนถึง 5 ล้านคนตามเป้าหมายในปีนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก จากตัวแปร 3 เรื่องหลัก ๆ คือ 1.ความไม่สะดวกในการขอวีซ่า ที่มีมาตรการคัดกรองและพิจารณาอนุมัติมาตรฐานเดียวกับยุโรป ทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน

2.ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศของจีนที่มีปัญหาและมีผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และ 3.รัฐบาลจีนออกประกาศให้คนจีนออกไปเที่ยวได้ในอีกหลายประเทศในลอตที่ 2 โดยเฉพาะในยุโรป รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลี ทำให้ประเทศไทยมีคู่แข่งมากขึ้น

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์
ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

ตัวเลข ATTA จีนกลับมาแค่ 1 ใน 3

ดร.อดิษฐ์กล่าวอีกว่า ทางการจีนคาดการณ์ว่าปี 2566 นี้จะมีคนจีนเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศประมาณ 95-100 ล้านคน ลดลงจากปี 2562 มีจำนวน 155 ล้านคน ในจำนวนนี้เดินทางเข้ามาประเทศไทย 10 ล้านคน หรือประมาณ 7% หากเทียบตามอัตราส่วนดังกล่าว ปี 2566 นี้ประเทศไทยน่าจะได้นักท่องเที่ยวจีนที่ประมาณ 6-7 ล้านคน

“การตั้งเป้าไว้ที่ 5 ล้านคนของ ททท. นั้นเป็นการคาดการณ์ตัวเลขที่ต่ำกว่าสัดส่วนที่ควรจะเป็น แต่ล่าสุดหลายฝ่ายได้ปรับเป้าลงมาอยู่ที่ 4 ล้านคนแล้ว ซึ่งสะท้อนว่าสถานการณ์ในปัจจุบันไม่ปกติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรประเมินว่ามีข้อจำกัด หรือมีความคาดเคลื่อนในการบริหารจัดการในฝั่งเราหรือไม่” ดร.อดิษฐ์กล่าว

ดร.อดิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองผ่านบริหารของสมาคมมีประมาณกว่า 6,000 คนต่อวัน จากเป้าที่คาดว่าจะได้ประมาณ 10,000 คนต่อวัน แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ที่มีประมาณ 3,000-4,000 คนต่อวัน ขณะที่ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาถึง 16,000-17,000 คนต่อวัน

“ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนว่านักท่องเที่ยวทั่วไปมาแค่ประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้น ส่วนที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง ตั๋วกรุ๊ปที่เคยทำให้ต้นทุนการเดินทางถูกลงก็ไม่มี หรือเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์ต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีเพิ่มขึ้น” ดร.อดิษฐ์กล่าว

“บินไทย” เลื่อนแผนเพิ่มไฟลต์บิน

นายกรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดจีนมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของตลาดเอเชีย-แปซิฟิกเท่านั้น จากเดิมที่มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 20% สะท้อนชัดเจนว่าตลาดจีนยังไม่กลับมา หลังจากที่จีนประกาศเปิดประเทศ การบินไทยได้ทำการบินสู่ 5 เส้นทางหลักของจีน รวม 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2566

ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-คุนหมิง สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-กว่างโจว สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-เฉิงตู สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน และเส้นทางกรุงเทพฯ-ปักกิ่ง สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน และมีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินสู่จีนให้เป็นวันละ 1 เที่ยวบิน (daily flight) ทุกเส้นทาง ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

“สำหรับตลาดจีนวันนี้กระแสตอบรับยังไม่ชัดเจน เราได้มาเพียงแค่ประมาณ 45-50% ของปี 2562 เท่านั้น และตลาดก็ยังฟื้นกลับมาได้ไม่ดีนัก จึงขยับแผนเพิ่มเที่ยวบินสู่จีนให้เป็น daily flight ทุกเส้นทางในเดือนธันวาคม 2566”

กรกฎ ชาตะสิงห์

“กงสุล” เร่งเคลียร์ปมวีซ่า

ขณะที่นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงประเด็นที่เอกชนท่องเที่ยวได้รายงานถึงปัญหาเรื่องความยุ่งยากในการขอวีซ่าของนักท่องเที่ยวจีนว่า ที่ผ่านมากรมการกงสุลตระหนักถึงความสำคัญการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบการยื่นขอวีซ่าสู่รูปแบบ e-Visa ถือเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว

เพื่อให้ระบบ e-Visa มีศักยภาพในการรองรับผู้ลงทะเบียนยื่นขอวีซ่าออนไลน์มากขึ้น กรมการกงสุลอยู่ระหว่างการพัฒนาและยกระดับให้ระบบ e-Visa รองรับได้ถึง 8 ภาษา รวมทั้งภาษาจีนด้วย รวมทั้งมีระบบคัดกรอง รับคำร้อง และการดาวน์โหลดเอกสารในปริมาณมากได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะเสร็จและสามารถใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2567

“เราเน้นย้ำกับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในจีนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านการตรวจลงตราที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และดำเนินการให้เสร็จภายใน 7 วัน โดยคำนึงถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและความมั่นคงของประเทศ”

ททท.โหมโปรโมตทุกช่องทาง

นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เคยระบุเมื่อก่อนหน้านี้ว่า ยังเชื่อมั่นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปีนี้จะยังเป็นไปตามเป้าหมาย 5 ล้านคน และคาดว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ประมาณ 4.46 แสนล้านบาท ที่ผ่านมาได้พยายามทำการตลาดในทุกช่องทาง ทั้งฝั่ง demand และ supply ให้ฟื้นตัวอย่างสมดุล และปรับโครงการนักท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มคุณภาพมากขึ้น รวมถึงร่วมมือกับสายการบินจีน ขยายเส้นทางบินระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะเที่ยวบินสู่เมืองรอง

ขณะที่นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเข้ามาแล้วราว 2 ล้านคน คงต้องลุ้นกันต่อว่าอีก 3 ล้านคนกับเวลาที่เหลือ 5 เดือนจะเป็นไปตามเป้าได้หรือไม่ หากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่เป็นไปตามเป้าจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายรวม 25 ล้านคนด้วย

ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ
ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ

ลดเป้ารายได้เหลือ 4.46 แสนล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อต้นปี 2566 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในปี 2566 จำนวน 5-8 ล้านคน ล่าสุดได้ปรับคาดการณ์เป้าหมายลงมาอยู่ที่ 5 ล้านคน สร้างรายได้ 4.46 แสนล้านบาท

จากข้อมูลของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 กรกฎาคม 2566 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมรวม 15.32 ล้านคน จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรกคือ มาเลเซีย 2.44 ล้านคน ตามด้วยจีน 1.84 ล้านคน เกาหลีใต้ 9.07 แสนคน อินเดีย 8.86 แสนคน และรัสเซีย 8.54 แสนคน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 รัฐบาลจีนได้ยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ (กรุ๊ปทัวร์) โดยอนุญาตให้จัดกรุ๊ปทัวร์ออกไปยัง 78 ประเทศ (ตามประกาศ) ครอบคลุมหลายประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลียได้ มีผลในวันที่ 11 สิงหาคม 2566 การประกาศยกเลิกข้อจำกัดครั้งนี้ของจีน นับเป็นการประกาศอนุญาตกรุ๊ปทัวร์ขาออกรอบที่ 3 หลังจากที่ก่อนหน้านี้อนุญาต 2 รอบ รวม 60 ประเทศ ส่งผลให้ตอนนี้จีนอนุญาตให้จัดกรุ๊ปทัวร์ออกไปยังต่างประเทศได้รวม 138 ประเทศ/เขตการปกครอง

https://www.youtube.com/watch?v=Occ0K59N6hY