บูม “เมืองรอง 55 จังหวัด” ดันท่องเที่ยวขับเคลื่อน GDP 25%

ท่องเที่ยวเมืองรอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เริ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ปี 2548 โดยคิกออฟจากโครงการ “12 เมืองต้องห้ามพลาด” พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนคอนเซ็ปต์การทำการตลาดให้สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละห้วงเวลา

ตั้งแต่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด, 12 เมืองต้องห้ามพลาด Plus, เมืองรอง ต้องลอง, เมืองรอง ต้องไป, เปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยวเมืองรองมิรู้ลืม โดยมีเป้าหมายทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวคนไทย

บูมเที่ยว 55 เมืองรอง

โดยในปี 2567 นี้ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีนโยบายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งภาคธุรกิจโรงแรม อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งวัฒนธรรม ฯลฯ

“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ปัจจุบัน ททท. ยังใช้นิยามเมืองรองโดยวัดจากจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวไม่เกิน 4 ล้านคน โดยอ้างอิงจากสถิตินักท่องเที่ยวชาวไทยของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเหมือนเดิม

โดยในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2566 พบว่าเมืองรอง 55 จังหวัดมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวจำนวน 73.32 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 34.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 ก่อให้เกิดรายได้ราว 169,608.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.86% (ดูตารางประกอบ)

กราฟฟิก ท่องเที่ยวเมืองรอง

ทั้งนี้ คาดว่าตลอดทั้งปี 2566 นี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

365 วันมหัศจรรย์เที่ยวเมืองรอง

สำหรับปี 2567 นี้ นายกรัฐมนตรี (เศรษฐา ทวีสิน) ได้ให้นโยบายทำให้ประเทศไทยเที่ยวได้ทั้งปี (all year round) โดยยังคงดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองในพื้นที่ 55 จังหวัดเหมือนเดิม โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น และต่อยอดธีม “365 วันเมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน” และ “365 วันมหัศจรรย์เที่ยวเมืองรอง”

มุ่งเน้นการบอกต่อประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า และสะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองรอง (Meaning Full Travel + Story Telling) ในเรื่องของงานเทศกาลประเพณี และอาหารถิ่น โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ จังหวัด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม/ที่พัก เป็นต้น

โดย ภาคเหนือ นำเสนอในคอนเซ็ปต์เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ ภาคกลาง นำเสนอในคอนเซ็ปต์ เทรนดี้ C2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอในคอนเซ็ปต์ หลงรักแผ่นดินถิ่นอีสาน ภาคใต้ นำเสนอในคอนเซ็ปต์ หรอยแรงแหล่งใต้ และภาคตะวันออก นำเสนอในคอนเซ็ปต์ สบ๊ายสบาย ภาคตะวันออก

ทั้งนี้ จะคำนึงถึงความพร้อมของปัจจัยขับเคลื่อนต่าง ๆ ด้วย อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก การคมนาคม อัตลักษณ์ การส่งมอบประสบการณ์ ร้านอาหาร กิจกรรม Soft Power ฯลฯ

“ในการจัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ปี 2567-2568 ททท.จะมีการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กำหนดจุดขาย เพื่อนำไปสู่แผนปฏิบัติการและการพัฒนาพื้นที่เมืองรอง 55 จังหวัดต่อไป”

ผนึกทั้งใน-นอกอุตฯท่องเที่ยว

“ฐาปนีย์” ให้ข้อมูลด้วยว่า ในส่วนการตลาด ในปี 2567 นั้น ททท.มีแผนผนึกพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิด 10 จังหวัดนำร่อง ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพสูง และให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โดยมีแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับเรื่องของการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ ซึ่งอาจมีสิทธิประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดแผน คาดว่ารายละเอียดจะออกมาในช่วงเดือนมกราคม 2567

รวมถึงมีแผนทำงานร่วมกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็น 1 ในหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโปรดักต์ สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลสำนักพุทธฯ ดูแลเรื่องเส้นทางสายศรัทธา กระทรวงคมนาคม ที่ดูแลการเดินทางขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

หนุนเป้าขับเคลื่อน GDP 25%

อย่างไรก็ตาม แผนการดำเนินงานดังกล่าวยังรวมถึงการพัฒนาด้านซัพพลายไซด์ของเมืองรองด้วย โดยในแผนจะมี 2 ส่วนหลักคือ 1.การอัพสกิล-รีสกิลผู้ประกอบการ และพัฒนาด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มีเป้าหมายทำให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายไปสู่เมืองรองและชุมชน


และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศให้มีสัดส่วนได้ถึงประมาณ 40% ของรายได้รวมจากการท่องเที่ยว และมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวขับเคลื่อน GDP 25% ในปี 2570 ตามเป้าหมาย