ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 : คำถาม “ประชาชน-ผู้ประกอบการ”

เราเที่ยวด้วยกัน
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด 8 ตุลาคม 2564

เปิดข้อคำถามการลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ

วันที่ 8 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 เปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ ได้ลงทะเบียนผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

โดยผู้ที่ได้รับสิทธิร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันในเฟส 1 และเฟส 2 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถใช้สิทธิคงเหลือต่อได้

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมคำถามที่พบบ่อยสำหรับการลงทะเบียนของประชาชนและผู้ประกอบการ ทั้งในส่วนของการจองโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และการจองตั๋วเครื่องบิน ดังนี้

ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน “ประชาชนทั่วไป”

คำถามในส่วนของโรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว

1. ประชาชน 1 คน สามารถจองห้องพักได้ครั้งละกี่ห้อง มีจำกัดหรือไม่ : ประชาชนมีสิทธิ 1 คนต่อ 15 ห้อง/คืน ซึ่งสามารถจองกี่ครั้งก็ได้ แต่ใช้สิทธิส่วนลดห้องพักได้ไม่เกิน 15 ห้อง/คืน

2. หากต้องการใช้สิทธิต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยกี่วัน : ประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิจองที่พักและชำระเงินล่วงหน้า อย่างน้อย 7 วันก่อนเดินทาง

3. ระยะเวลาในการจองโรงแรม คือ ช่วงใด : เปิดให้ประชาชนจองได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2564 เวลา 06.00 เป็นต้นไป จนกว่าสิทธิในโครงการจะหมด

4. ระยะเวลาการชำระเงิน หลังจากจองสำเร็จ : ประชาชนที่จองโรงแรมสำเร็จและได้รับ Payment Link จากโรงแรม ต้องทำการชำระเงินภายใน 23.59 น.ของวันที่ได้รับ กรณีชำระเงินไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ต้องทำการติดต่อโรงแรมเพื่อจองห้องพักใหม่อีกครั้ง

5. การใช้สิทธิสามารถใช้สิทธิได้ทุกจังหวัดยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้านใช่หรือไม่ : ประชาชนที่ลงทะเบียนรับสิทธิเรียบร้อย สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทุกจังหวัด ยกเว้น จังหวัดตามทะเบียนของตนเอง

6. กรณีประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการ จ่ายชำระที่พัก (60%) สามารถทำการยกเลิกการจองได้หรือไม่ : จะไม่สามารถยกเลิกการจองได้ แต่สามารถเลื่อนวันเข้าพักได้ (การเลื่อนเข้าพักต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด)

7. กรณีประชาชนชำระค่าที่พักในส่วนของตนเองไปแล้ว 60% ต้องการยกเลิกการเข้าพัก ต้องดำเนินการอย่างไร และจะสามารถขอเงินคืนในส่วนของ 60% ที่ได้ชำระไปแล้วคืนได้หรือไม่ สิทธิของโครงการจะถูกตัดไปหรือไม่ :

  • กรณีประชาชนเป็นผู้แจ้งความประสงค์ยกเลิกการเข้าพักต้องติดต่อโรงแรมโดยตรง
  • ค่าห้องพักในส่วน 60% ที่ได้ชำระแก่โรงแรม ประชาชนต้องเจรจาตกลงเงื่อนไขการคืนเงินหรือวิธีอื่นใดตามที่โรงแรมกำหนดด้วยตนเอง
  • สิทธิของโครงการในส่วนของประชาชนจะถูกตัดออกเมื่อมีการเช็กอินในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการแล้วเท่านั้น

8. E-Voucher (สิทธิใช้จ่ายซื้อของจากร้านค้า) สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้หรือไม่ : ไม่สามารถโอนออกหรือใช้เป็นเงินสดได้ การใช้จ่ายต้องผ่าน G-wallet บนแอปเป๋าตังเท่านั้น

9. E-Voucher ที่ได้รับภายหลังการเช็กอินวันละ 600 บาท เพื่อซื้อของจากร้านอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยว มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ หรือสิทธิจะหมดอายุภายในกี่วัน : E-Voucher ที่ได้รับจากโครงการวันละ 600 บาท จะสามารถใช้งานได้จนถึง 23.59 น.ของวันที่ทำการเช็กเอาต์ จากโรงแรม/ห้องพัก ที่ได้จองไว้กับโครงการ

10. สิทธิ E-Voucher สามารถสะสมไว้ใช้จ่ายได้หรือไม่ : สามารถสะสมไว้ใช้จ่ายได้ ในช่วงระยะเวลาการเข้าพัก โดยสิทธิจะหมดอายุภายในเวลา 23.59 น.ของวันที่ทำการเช็กเอาต์จากโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ

11. สิทธิ E-Voucher สามารถใช้ได้ทุกจังหวัดหรือไม่ : สามารถใช้สิทธิได้ทุกจังหวัด ยกเว้น จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง

คำถามในส่วนของตั๋วเครื่องบิน

  1. ประชาชนสามารถรับเงินสนับสนุนตั๋วเครื่องบินได้ผ่านช่องทางใด และสามารถตรวจสอบสถานะได้ผ่านช่องทางใด :

เงินสนับสนุนที่ได้รับการอนุมัติทั้งหมดจะถูกโอนเป็น cashback เข้า G-wallet บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ของประชาชนที่จองโรงแรมผ่านโครงการและเข้ามากรอกข้อมูลเพื่อขอรับเงินสนับสนุน โดยเงินสนับสนุนจะถูกคืนเข้า G-wallet ภายในเดือนถัดไปหลังจากลงทะเบียนบนเว็บไซต์

ทั้งนี้ประชาชนสามารถ log-in เข้ามาตรวจสอบสถานะการขอรับเงินคืนได้บนเว็บไซต์ที่กรอกยื่นคำขอเงินสนับสนุนบน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

2. สามารถทำการจองตั๋วเครื่องบินก่อนจองโรงแรมที่พักได้หรือไม่ : ประชาชนสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป โดยไม่จำเป็นต้องจองโรงแรมก่อน ทั้งนี้การขอรับเงินสนับสนุนได้ ต้องทำการจอง เข้าพัก และ check-out โรงแรมตามเงื่อนไขโครงการและมีการเดินทางและเข้าพักจริง

3. กรณีประชาชนเดินทาง 3 ท่าน ใน Booking เที่ยวบินเดียวกันจะสามารถขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินได้ที่สิทธิ และผู้โดยสารทั้งหมดต้องลงทะเบียนในโครงการหรือไม่ :

ประชาชนที่ทำการจองโรงแรมผ่านโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน สำเร็จ มีสิทธิในการได้รับเงินสนับสนุน 2 สิทธิต่อ 1 ห้องโรงแรมที่จองผ่านโครงการ ดังนั้นในกรณีนี้ หากมีการจองโรงแรมมากกว่า 1 ห้อง จะสามารถขอรับสิทธิเงินสนับสนุนได้มากกว่า 2 สิทธิ

ทั้งนี้ผู้ที่เข้ามากรอกยื่นคำขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินจะต้องเป็นคนเดียวกับคนที่จองตั๋วเครื่องบิน และจองโรงแรมของโครงการเท่านั้น เช่น กรณีนี้ หากจองห้องพัก 2 ห้อง จะได้รับสิทธิ 4 สิทธิ หรือ 4 ผู้โดยสาร ผู้โดยสารอีกสองท่านไม่ต้องทำการลงทะเบียน แต่จะต้องมีการเดินทางจริง

4. กรณีขาไป เดินทางจากกรุงเทพฯ-ลำปาง ขากลับเดินทางจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ จะได้รับสิทธิหรือไม่ อย่างไร : การตรวจสอบเงื่อนไขการรับเงินสนับสนุนจะตรวจสอบจาก จังหวัดที่เครื่องลง (ขาไป) จังหวัดของโรงแรมที่เข้าพักที่จองผ่านโครงการ และจังหวัดที่เครื่องขึ้น (ขากลับ) โดยทั้งหมดต้องอยู่ในภาค และกลุ่มจังหวัดเดียวกัน จึงจะถือว่าผ่านเงื่อนไข โดยสามารถดูรายชื่อกลุ่มจังหวัดได้ที่นี่

5. ผู้ที่กรอกคำขอสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน ต้องเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้จองโรงแรมหรือไม่ : ประชาชนที่เข้าไปกรอกคำขอรับเงินสนับสนุนจากสายการบินต้องเป็นผู้จอง และผู้เข้าพัก โรงแรมในโครงการนี้เท่านั้น


6. การกรอกข้อมูลเพื่อขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน จะต้องทำเมื่อใด สามารถกรอกข้อมูลก่อนการเช็กอินโรงแรมได้หรือไม่ : ประชาชนต้องทำการเช็กอินและเช็กเอาต์ ให้เรียบร้อยก่อนจึงจะเข้ามากรอกข้อมูลเพื่อขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินบนเว็บไซต์ได้

7. วันโดยสารของเที่ยวบินขาไป จะต้องเป็นวันเดียวกันหรือก่อนวันที่เช็กอิน เข้าห้องพักที่ได้รับสิทธิจากโครงการ ต่างกันไม่เกิน 5 วัน นับอย่างไร : นับจำนวนวัน เริ่มตั้งแต่วันเช็กอิน ตัวอย่างเช่น เข้าพักเช็กอินวันที่ 10 ตั๋วโดยสารขาไป ต้องออกเดินทางในช่วงวันที่ 5/6/7/8/9/10 ถึงจะมีสิทธิขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน

8. วันโดยสารของเที่ยวบินขากลับ จะต้องเป็นวันเดียวกันหรือก่อนวันที่เช็กเอาต์ ออกจากห้องพักที่ได้รับสิทธิจากโครงการ ต่างกันไม่เกิน 5 วัน นับอย่างไร : นับจำนวนวัน เริ่มตั้งแต่วันเช็กเอาต์ ตัวอย่างเช่น ออกจากที่พักเช็กเอาต์ วันที่ 11 ตั๋วโดยสารขากลับ ต้องออกเดินทางในช่วงวันที่ 11/12/13/14/15/16 ถึงจะมีสิทธิขอรับเงินสนุบสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน

9. กรณีที่จองตั๋วเครื่องบินไปอยู่ในช่วงระยะเวลาโครงการ แต่ขากลับอยู่นอกช่วงเวลาโครงการจะสามารถได้สิทธิส่วนลดตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและกลับหรือไม่ : สามารถได้สิทธิส่วนลดตั๋วเครื่องบินเฉพาะขาไป ที่อยู่ในช่วงเวลาโครงการเท่านั้น

10. ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิคงเหลือของตั๋วเครื่องบินในโครงการผ่านช่องทางใด : ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิคงเหลือได้ที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

11. หากประชาชนทำการจองตั๋วเครื่องบินสำเร็จ เข้าพักในโรงแรมตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ไม่ได้เดินทางในเที่ยวบินดังกล่าว จะได้รับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินหรือไม่ : เงินสนับสนุนจะได้รับการอนุมัติและโอนเข้า G-wallet ต่อเมื่อตรวจสอบได้ว่า มีการเดินทางจริง ดังนั้นกรณีนี้ จะไม่สามารถได้รับเงินสนับสนุนค่าตั๋ว

12. กรณีมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและวันเดินทาง ทำให้ไม่สามารถเดินทางภายใน 5 วัน ก่อนหรือหลังจากวันเช็กอินหรือเช็กเอาต์ของโรงแรมได้ ยังสามารถขอรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินได้หรือไม่ : ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตามเงื่อนไขโครงการ วันที่เดินทางไปหรือกลับ ต้องห่างจากวัน check-in หรือ check-out โรงแรมที่จองผ่านโครงการไม่เกิน 5 วัน

13. การขอเงินสนับสนุนตั๋วเครื่องบินในกรณีเช็กอิน แล้วยืนยันใบหน้าไม่สำเร็จ ตามเงื่อนไขโครงการ ประชาชนจะได้รับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินเมื่อใด : ระยะเวลาการพิจารณาขึ้นอยู่กับโรงแรมส่งเอกสารหลักฐานและคณะกรรมการตามคำสั่ง ททท.ได้พิจารณาเห็นชอบให้จ่ายเงินแล้ว โดยติดต่อสอบถามสถานะได้ที่เบอร์ 1672

ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน “ผู้ประกอบการ”

คำถามในส่วนของโรงแรม 

1. ผู้ประกอบการโรงแรมที่สนใจเข้าร่วมโครงการต้องทำอย่างไรบ้าง

  • สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยแจ้งความประสงค์ผ่าน E-Form หรือยื่นแล้วไม่สำเร็จ และผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน : เริ่มเปิดให้ผู้ประกอบลงทะเบียนตั้งแต่ 24 กันยายน-31 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com
  • สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ : อยู่ระหว่างการพิจารณาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการเปิดรับสมัคร

2. ประชาชนที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ สามารถจองโรงแรมได้ช่องทางใดบ้าง

  • โทรศัพท์ติดต่อโรงแรมโดยตรง
  • เว็บไซต์โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ (ถ้ามี)
  • www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยไปที่ค้นหากิจการโรงแรม
  • ช่องทางติดต่ออื่น ๆ ที่โรงแรมมี เช่น Line, Facebook, E-mail ฯลฯ

3. ผู้ประกอบการโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการเดิม ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสามารถดำเนินการผ่านช่องทางใด : กรณีเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังต่อไปนี้ สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

  • เปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ สำหรับรับ OTP
  • เปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ สำหรับ Log in เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์จัดการร้านค้า
  • เปลี่ยนแปลงบัญชีที่ผูกกับแอปถุงเงิน
  • เปลี่ยนแปลงชื่อกิจการ

4. การดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกิจการที่เข้าร่วมโครงการสามารถมอบอำนาจได้หรือไม่ และมีเอกสารประกอบอะไรบ้าง : ผู้ประกอบการ/ผู้มีอำนาจลงนาม ติดต่อธนาคารกรุงไทยเพื่อลงนามในเอกสารการเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบอำนาจได้

5. เอกสารที่ต้องใช้กรณีขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลกิจการมีอะไรบ้าง

  • บัตรประจำตัวประชาชน เจ้าของกิจการ/ผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือรับรองบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) : หน้าสมุดบัญชี (กรณีเปลี่ยนเลขที่บัญชีที่ผูกกับแอปถุงเงิน), ทะเบียนการค้า (กรณีเปลี่ยนเจ้าจอง/ชื่อกิจการ)

6. กรณีมีปัญหาหรือข้อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครเข้าร่วมโครงการ สามารถสอบถามได้ผ่านช่องทางใด : หน่วยงานผู้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร.1672

คำถามในส่วนของร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว 


1. ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ที่สนใจเข้าร่วมโครงการต้องทำอย่างไรบ้าง

  • สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยแจ้งความประสงค์ผ่าน E-Form หรือยื่นแล้วไม่สำเร็จ และผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน : เริ่มเปิดให้ผู้ประกอบลงทะเบียนตั้งแต่ 24 กันยายน-31 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com
  • สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ : อยู่ระหว่างการพิจารณาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการเปิดรับสมัคร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ