เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าครองชีพให้แล้วเอาคืนได้ไหม
Columns ค่าครองชีพให้แล้วเอาคืนได้ไหม
รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
Politics รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
Politics นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
Economic ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
Economic ‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
Automotive Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
Real Estate ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
Economic ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
Columns กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
ดูทั้งหมด

“แอร์ไลน์” แห่คืนสลอตบิน ชี้ 5 เดือนจากนี้ธุรกิจยังไม่เชื่อมั่น

21 ต.ค. 2564 | 11:00น.
นิตินัย ศิริสมรรถการ
สัมภาษณ์

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า 1 พฤศจิกายนนี้ ประเทศไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสและเดินทางจากประเทศความเสี่ยงต่ำ (ตามที่รัฐบาลกำหนด) โดยไม่กักตัวแล้ว และทำ RT-PCR test ในวันแรกที่มาถึง จากเดิมที่กำหนดให้ต้องอยู่ในพื้นที่ 7 วัน และทำ RT-PCR test 3 ครั้ง

การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับคาดการณ์ใหม่อีกครั้ง โดยประเมินว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ประเทศไทยน่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 1 ล้านคน พร้อมตั้งเป้าว่าในปี 2565 จะมีรายได้ประมาณ 50% ของปี 2562 และเพิ่มเป็น 80% ของปี 2562 ในปี 2566 และมีรายได้ใกล้เคียงกับปี 2562 ได้ในปี 2567

ธุรกิจการบินผ่านจุด “ต่ำสุด”

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือผู้บริหารท่าอากาศยาน (สนามบิน) หลักของประเทศจำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง (เชียงราย), ภูเก็ต และหาดใหญ่ (สงขลา) ถึงการประเมินภาพรวม และแนวโน้มของอุตสาหกรรมการบินของไทยหลังจากที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงคาดการณ์ผลประกอบการของ ทอท.ไว้ดังนี้

“นิตินัย” บอกว่า ในช่วงที่รัฐบาลประกาศหยุดทำการบินตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงกันยายน 2564 น่าจะเป็นจุด “ต่ำสุด” ของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยแล้ว

โดยในช่วงนั้นมีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้ง 6 สนามบินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40-50 คนต่อวัน พอเริ่มเข้าเดือนตุลาคมรัฐบาลประกาศให้สายการบินกลับมาทำการบินได้อีกครั้ง พบว่าปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ในระดับประมาณ 30,000 คนต่อวัน

“ในส่วนของสนามบินภูเก็ตที่ทำโมเดลแซนด์บอกซ์นั้น ในช่วงเดือนที่ผ่านมาจำนวนผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินยังคงอยู่ในระดับทรง ๆ คือประมาณ 10 เที่ยวบินต่อวัน หรือประมาณ 300 เที่ยวบินต่อเดือน ส่วนผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 500-600 คนต่อวัน”

พร้อมรับเปิดประเทศ 1 พ.ย. 64

สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นั้น “นิตินัย” บอกว่า ที่ผ่านมาสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางมาตลอด ตั้งแต่รัฐบาลเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉพาะกลุ่มเมื่อปลายปี 2563 แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของเที่ยวบินขาเข้ามาจากต่างประเทศ

รวมถึงการอุ่นเครื่องรอบใหญ่ที่โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ซึ่งหลัก ๆ ยังคงใช้ระบบเดิม เพียงแต่เพิ่มเติมบางเงื่อนไขเข้ามาเท่านั้น โดยประเด็นที่ชาเลนจ์ของระยะนี้คือ การที่สนามบินแต่ละแห่งใช้เงื่อนไขการเดินทางเข้าที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้โดยสารเกิดความสับสน

“ตอนนี้รัฐบาลแบ่งพื้นที่ออกเป็นสี จัดโซนนิ่งกันใหม่ หากเมืองใหญ่เป็นสีเดียวกันก็จะทำให้เราบริหารจัดการง่าย แต่ถ้าเมืองใหญ่คนละสี ทอท.ก็ต้องบริหารจัดการอีกอย่างหนึ่ง แต่หากรัฐบาลประกาศใช้มาตรฐานเดียวก็จะบริหารจัดการง่ายขึ้นเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม 1 พฤศจิกายนนี้ ทอท.ก็เตรียมความพร้อมรองรับระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่ ฯลฯ โดยส่วนใหญ่ยังคงใช้ระบบเดิม แต่ก็คงมีปรับบ้างบางส่วนเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ เพราะจำนวนผู้โดยสารต่อวันน่าจะมีประมาณที่เพิ่มมากขึ้น

เรียกว่า เป็นการเตรียมความพร้อมบนความไม่ชัดเจนในอีกบางเรื่องที่ต้องรอสรุป

แอร์ไลน์แห่คืนสลอตฤดูหนาว

ต่อคำถามว่า ตามสลอตการบินฤดูหนาว หรือ winter schedule ปีนี้ สายการบินต่าง ๆ แจ้งความประสงค์กลับมาทำการบินแล้วมากน้อยแค่ไหน “นิตินัย” บอกว่า ที่ผ่านมาสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ยังยกเว้นไม่ลงโทษสายการบินที่ทำผิดเงื่อนไขการบิน ในเกณฑ์ 80 : 20 (สายการบินไหนผิดเงื่อนไขเกิน 20% สิทธิ์สลอตการบินเวลาเดิมในปีหน้าจะหลุด) ทำให้ ทอท.บริหารงานยาก เพราะไม่สามารถรู้ดีมานด์ที่แท้จริง สลอตการบินยังคงถูกจองไว้เต็ม (สีแดง) เหมือนช่วงก่อนวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ล่าสุดสถาบันการบินพลเรือนได้ผ่อนผันเกณฑ์ 80 : 20 ของ IATA โดยใช้เกณฑ์ใหม่เรียกว่า 50 : 50 โดยเปิดทางให้สายการบินที่รู้ตัวว่า 1 เดือนล่วงหน้าจะไม่ทำการบินทำการยกเลิกสลอตการบินไปก่อน โดยจะไม่นับเป็น 50% ที่ขาดหรือผิดเงื่อนไข หากสายการบินไหนพร้อมก็แจ้งความประสงค์จองสลอตเวลาที่ว่าง (สีเขียว) เพื่อกลับมาทำการบิน

เมื่อมีเกณฑ์ใหม่นี้ออกมา ทำให้สายการบินส่วนใหญ่ยอมคืนสลอตการบินไว้ก่อน ส่งผลให้สลอตการบินที่เคยเต็มเป็นสีแดงทั้งตารางเปลี่ยนเป็นสีเขียวชัดเจนขึ้น

“นิตินัย” บอกว่า จากเกณฑ์ใหม่ของสถาบันการบินพลเรือนนี้ทำให้สายการบินทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยคืนสลอตเวลาออกมาเป็นจำนวนมาก โดยภาพรวม 6 สนามบินในความดูแล พบว่าสายการบินต่างประเทศยกเลิกสลอตเวลาไป 82% ส่วนสายการบินในประเทศ (สัญชาติไทย) ยกเลิกสลอตเวลาไป 34%

หากประเมินเฉพาะในส่วนกลางคือ สนามบินสุวรรรภูมิและดอนเมือง พบว่าสายการบินต่างประเทศคืนสลอตรวมกันเฉลี่ยประมาณ 70% ขณะที่สนามบินดอนเมืองนั้น พบว่า สายการบินต่างประเทศยกเลิกสลอตการบินไปทั้งหมด 100% ส่วนสายการบินภายในประเทศยกเลิกสลอต 33%

“ตอนนี้โดยรวมสายการบินคืนสลอตกันไปประมาณ 70-80% นั่นแสดงว่าสลอตการบินในภาพรวมของเราก็จะว่างเป็นสีเขียว 70-80% เช่นกัน สายการบินไหนพร้อมจะกลับมาก็มาเลือกสลอตเวลาเอาว่าจะบินเวลาไหน เกณฑ์นี้ถือว่าช่วยให้เราบริหารจัดการและเห็นทิศทางของอุตสาหกรรมการบินที่ชัดเจนขึ้น”

สะท้อนสายการบินยังไม่เชื่อมั่น

“นิตินัย” อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า กรณีที่สายการบินต่าง ๆ คืนสลอตการบินฤดูหนาว หรือ winter schedule 2564-2565 (ระหว่าง 31 ตุลาคม 2564-26 มีนาคม 2565) จำนวนมากนั้น สะท้อนว่า ธุรกิจการบินในช่วง 5 เดือนนี้ สายการบินยังมองถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ทั้งเรื่องการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศ เรื่องของโรคระบาด รวมถึงเรื่องการเปิดประเทศของพวกเขาด้วย เป็นต้น

พูดง่าย ๆ คือ สายการบินต่างประเทศยังมองว่าในช่วง 5 เดือนนี้ ยังมีความไม่แน่นอนสูง

“ในส่วนของสายการบินต่างชาตินั้น ส่วนใหญ่ที่คืนสลอตเวลามาเป็นสายการบินในฝั่งภูมิภาคเอเชียเป็นเส้นทางบินระยะใกล้เป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจมองว่าการบินใกล้นั้น กลับมาง่ายกว่าการบินระยะไกล”

ขณะที่สายการบินภายในประเทศคืนสลอตเวลาเฉลี่ยประมาณ 40% นั้น น่าจะเป็นเพราะว่าสามารถปรับสลอตการบินที่มีอยู่มาให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศแทนได้

กระทบผลประกอบการปี’65-66

“นิตินัย” จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนชัดเจนถึงผลประกอบการโดยรวมของ ทอท. สำหรับปีงบประมาณ 2565-2566 ว่า ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากในไตรมาส 1 ของงบประมาณปี 2565 (1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2564) นั้นยังคงไม่ฟื้นตัวนัก

เช่นเดียวกับปีงบประมาณ 2566 (1 ตุลาคม 2565-30กันยายน 2566) ที่คาดว่าอุตสาหกรรมการบินจะยังอยู่ในภาวะซ่อมแซม เนื่องจากคาดว่าจะมีซัพพลายเชนบางส่วนที่หายไป และบางส่วนต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาแข็งแรงได้เหมือนกัน

ส่วนผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณ 2564 (1 ตุลาคม 2563-30 กันยายน 2564) นี้จะเป็นปีที่ขาดทุนเกิน 10,000 ล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบตลอดทั้งปี โดยตัวเลข 9 เดือนแรกที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯไปแล้วมีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ราว 11,000 ล้านบาท

พร้อมย้ำว่า การคาดการณ์ดังกล่าวจะใกล้เคียงความเป็นจริงแค่ไหน ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง หลังจากเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ไปแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทอท. สายการบิน