กต.ยันยกเลิกใบ COE เข้าประเทศ 1 พ.ย.นี้ วงในชี้ Thailand Pass ไม่ตอบโจทย์

ยกเลิกCOE

อุตฯท่องเที่ยวเตรียมเฮ ! ก.ต่างประเทศยันยกเลิกระบบขอ COE เข้าประเทศ 1 พ.ย.นี้ ดันระบบเว็บเบส Thailand Pass เสียบแทน วงในหวั่นระบบเข้าประเทศใหม่ทำป่วน เผยไม่ใช่ระบบ Vaccine Validation-ช่วยลดความเสี่ยง ตามมติ ศบค. แถมละเมิดกฎหมาย GDPR ขณะที่ “อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย” ปลัด ก.ดิจิทัลฯ แจงทุกข้อเป็นไปตามเงื่อนไข

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ มีแผนยกเลิกระบบการลงทะเบียน เพื่อขอรับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry : COE) ซึ่งได้เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 โดยกำหนดยกเลิกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นี้ และจะนำระบบใหม่ ที่เรียกว่า Thailand Pass ซึ่งเป็นระบบ web-based มาใช้แทน

โดยระบบดังกล่าวนี้จะนำมาใช้ทั้งสำหรับคนต่างชาติและคนไทยที่ประสงค์เดินทางเข้าประเทศไทยเข้าไปลงทะเบียน กรอกข้อมูล และอัพโหลดเอกสารต่าง ๆ อาทิ หลักฐานการฉีดวัคซีน การตรวจหาเชื้อโควิด ฯลฯ ก่อนเดินทางเข้าประเทศ เพื่อเป็นการลดขั้นตอนการกรอก อัพโหลดเอกสารของผู้เดินทางก่อนเข้าประเทศไทย

สำหรับในส่วนของใบรับรองวัคซีนโควิด-19 หรือ Vaccination Certification นั้น ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้อนุมัติผ่าน back office ของระบบ Thailand Pass

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับ Public Key Infrastructure (PKI) ของ vaccine certificate จากประมาณ 30 ประเทศทั่วโลก เพื่อใช้เตรียมการสำหรับการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว

ธานี แสงรัตน์
ธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

ขณะที่แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ระบบ Thailand Pass ที่ทางกระทรวงการต่างประเทศจะนำมาใช้แทนระบบการขอใบ COE เข้าประเทศนั้นเป็นระบบที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากระบบดังกล่าวไม่สอดรับกับแพลตฟอร์มเข้าประเทศตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ที่ระบุถึงแนวทางการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด

โดยมติที่ประชุมดังกล่าวระบุข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาแพลตฟอร์มเปิดประเทศว่า นักท่องเที่ยวจะไม่ถูกกักตัว แต่ต้องยินยอมให้มีการติดตามตัวผ่านแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือชื่อ Digital Health Passport หรือหนังสือเดินทางสุขภาพ ตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทย

โดยมีแนวคิดคือ เป็นการบันทึกข้อมูลสุขภาพ ช่วยเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง แจ้งระดับความเสี่ยง ยืนยันความปลอดภัยของผู้เดินทาง เสริมสร้างความมั่นใจทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ และไม่ละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

“Thailand Pass ไม่ตอบโจทย์เพราะไม่ใช่ระบบ Vaccine Validation และไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยง ตามความประสงค์ของมติที่ประชุมของ ศบค. ที่สำคัญยังละเมิดกฎหมายส่วนบุคคลสหภาพยุโรป หรือกฎหมาย (General Data Protection Regulations : GDPR) อีกด้วย เนื่องจากข้อมูลต่างชาติที่เข้ามาจะถูกบันทึกและส่งต่อไปหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น” แหล่งข่าวกล่าว

ด้านนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการที่ดูแลด้านการจัดทำแพลตฟอร์มเปิดประเทศ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ระบบ Thailand Pass ที่นำมาใช้แทนระบบของ COE นั้น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. เป็นผู้พัฒนา โดยที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้เตรียมการพัฒนาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

“เดิมเราใช้แอปพลิเคชั่น Thailand plus เพื่อขอ COE แต่อันใหม่นี้ชื่อ Thailand Pass เป็นเวบเบสให้ลงทะเบียน และส่งเอกสาร ผลตรวจสอบการฉีดวัคซีน ตรวจโควิด การซื้อประกัน ฯลฯ โดยแสดงผลเป็น QR code ซึ่งที่ประชุมล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีความคืบหน้าระดับหนึ่ง แต่ก็ได้ให้ผู้พัฒนาไปปรับให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงปรับให้สอดรับกับแนวทางและเงื่อนไขใหม่ของรัฐบาล” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว


และยืนยันว่า ระบบของ Thailand Pass ที่นำมาใช้นั้นไม่ละเมิดกฎหมายส่วนบุคคลสหภาพยุโรป หรือกฎหมาย GDPR เนื่องจากเป็นการพิจารณาข้อมูลเพื่อภารกิจเข้าประเทศเท่านั้น และคนทำรายการ และส่งข้อมูลก็เป็นเจ้าของข้อมูล ซึ่งยินยอมให้หน่วยงานของรัฐบาลไทย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ พิจารณาเท่านั้น ไม่มีหน่วยงานอื่นนำไปใช้แต่อย่างใด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ